เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เที่ยว ซัวเถา 2026 แบบจัดเต็ม! 12 แลนด์มาร์กห้ามพลาด พร้อมร้านเด็ดและที่พักดัง

เที่ยว ซัวเถา 2026 แบบจัดเต็ม! 12 แลนด์มาร์กห้ามพลาด พร้อมร้านเด็ดและที่พักดัง

02

Jul

จีน

เที่ยว ซัวเถา 2026 แบบจัดเต็ม! 12 แลนด์มาร์กห้ามพลาด พร้อมร้านเด็ดและที่พักดัง

ถ้าพูดถึงซัวเถา หลายคนอาจนึกถึงบ้านเกิดของอากงอาม่าที่นั่งเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลกันมา ที่นี่คือเมืองต้นทางที่บรรพบุรุษชาวแต้จิ๋วเคยลงเรือมาตั้งรกรากในไทย แต่ปัจจุบันซัวเถาไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการอพยพมายังเมืองไทย เพราะซัวเถาคือดินแดนของวัฒนธรรมแต้จิ๋วแท้ ๆ ที่มีทั้งวัดโบราณอายุนับร้อยปี ถนนเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ อาหารพื้นเมืองรสเลิศ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงฮวงจุ้ยของเมืองที่ดีเยี่ยม อีกทั้งยังเป็นเป็นต้นกำเนิดของเทพเจ้าหลายองค์ที่คนไทยรู้จักกันดี จึงไม่น่าแปลกใจที่สายมู สายบุญ และนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสจีนแบบโลคอลจะหลงรักที่นี่ได้ไม่ยาก ซึ่งวันนี้เราก็จะพาทุกคนไปทัวร์ซัวเถากันแบบจัดเต็ม ที่มีทั้งข้อมูลเที่ยวซัวเถา 12 ที่เที่ยวไฮไลต์ พร้อมลิสต์ร้านเด็ดและที่พักมาแนะนำไว้ให้ครบ ให้เราสามารถวางแผนเที่ยวกันได้ง่าย ๆ แบบครบจบในที่เดียวกันเลยค่ะ 

ช่วงเวลาที่น่าเที่ยว

ซัวเถามีลักษณะภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน (Humid Subtropical) ซึ่งมี 4 ฤดูที่ชัดเจน ดังนี้
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) อุณหภูมิเฉลี่ย 18°C - 25°C เป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่ง อากาศเย็นสบายกำลังดี แต่อาจมีฝนปรอยๆ บ้าง เหมาะสำหรับการเดินชมย่านเมืองเก่า
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) อุณหภูมิอาจสูงถึง 30°C - 35°C และเป็นช่วงมรสุม ข้อดีคือท้องฟ้าจะใสมาก ถ่ายรูปสวย แต่ต้องระวังพายุไต้ฝุ่น แนะนำให้เช็คสภาพอากาศกันก่อนเดินทางทัวร์ซัวเถาค่ะ 
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการทัวร์ซัวเถา อุณหภูมิประมาณ 20°C - 28°C ความชื้นต่ำ ท้องฟ้าโปร่ง อากาศแห้งและเย็นสบาย เหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ย 10°C - 15°C การมาทัวร์ซัวเถาในช่วงนี้ไม่ถึงกับหนาวจัดจนหิมะตก แต่ลมทะเลจะค่อนข้างแรง ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น และเต็มไปด้วยบรรยากาศของช่วงเทศกาล
สำหรับใครที่วางแผนเพื่อมาทัวร์จีนราคาถูก สามารถลองมองหาแพคเกจทัวร์ที่เดินทางกันในช่วงฤดูร้อนได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดยาวของจีน เช่น วันชาติ (1-7 ต.ค.) หรือตรุษจีน เพราะคนจะหนาแน่นมากเป็นพิเศษ รวมไปถึงช่วง High Season ของการท่องเที่ยวค่ะ 

12 แลนด์มาร์กห้ามพลาดในซัวเถา

1. วัดไคหยวน (Kaiyuan Temple)

วัดไคหยวนเปรียบเสมือนหัวใจทางจิตวิญญาณของเมืองแต้จิ๋ว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 738 สมัยราชวงศ์ถัง เป็นหนึ่งในสี่วัดโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน สถาปัตยกรรมของวัดโดดเด่นด้วยการผสมผสานศิลปะหลายยุคสมัย จุดเด่นที่ห้ามพลาดคือการชมงานศิลปะ "เชี่ยนจือ" หรือการนำเครื่องเคลือบดินเผาสีสันสดใสมาตัดและประดับเป็นรูปมังกรและดอกไม้บนหลังคา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์งานฝีมือของช่างแต้จิ๋วกันเลยค่ะ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปที่สง่างามและคัมภีร์ใบลานล้ำค่า บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความสงบและกลิ่นธูปจาง ๆ ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย เป็นสถานที่ซึ่งหลายคนกล่าวไว้ว่า การมาเที่ยวซัวเถาแล้วไม่ได้แวะวัดไคหยวน ถือว่ามาไม่ถึงซัวเถาค่ะ 

2. สุสานพระเจ้าตากสิน (Chenghai King Zheng’s Mausoleum)

       ตั้งอยู่ในอำเภอเฉิงไห่ เป็นสถานที่ที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อชาวไทย ถึงแม้สุสานแห่งนี้ไม่ใช่ที่ฝังพระศพของพระเจ้าตากสิน แต่เป็น "สุสานฉลองพระองค์" ที่ญาติพี่น้องของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสร้างขึ้น เพื่อระลึกถึงพระองค์ท่านตามประเพณีจีนโบราณ ตัวสุสานตั้งอยู่บนเนินเขาตามหลักฮวงจุ้ย มีป้ายจารึกพระราชประวัติและคำสรรเสริญวีรกรรมทั้งภาษาไทยและจีน ผู้ที่มาทัวร์ซัวเถาโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย มักเดินทางมาที่นี่เพื่อแสดงความเคารพต่อกษัตริย์นักรบผู้มีสายเลือดแต้จิ๋ว บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและร่มรื่น เป็นสัญลักษณ์แห่งสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและซัวเถาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

3. ศาลเจ้าแม่ทับทิม ไฮตังม่า (Haitang Ma)

      ศาลเจ้าเก่าแก่บนเกาะหม่าสือ (Ma Yu Island) ตั้งอยู่บริเวณชัยภูมิปากอ่าวซัวเถา ศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวเรือและชาวประมงมานับร้อยปี การเดินทางต้องนั่งเรือข้ามฟากไป ทำให้สามารถเห็นวิวทะเลและสะพานอ่าวซัวเถาที่สวยงาม เมื่อเดินขึ้นไปบนยอดเกาะหม่าสือ จะพบกับองค์เจ้าแม่กวนอิมปางประทานพรองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่บนแท่นดอกบัวสูงเด่น ศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขอพรเรื่องการเดินทางที่ปลอดภัยและการค้าขาย สถาปัตยกรรมภายในมีความประณีตด้วยงานแกะสลักหินและไม้ปิดทองที่สะท้อนถึงศรัทธาอันแรงกล้า เป็นสถานที่ที่รวมเอาความเชื่อทางศาสนา และความงามทางธรรมชาติของท้องทะเลไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

4. ย่านเมืองเก่าซัวเถา (Shantou Old Town)

      ย่านประวัติศาสตร์ที่สะท้อนยุคทองของซัวเถาในฐานะของเมืองท่าที่สำคัญ อาคารในย่านนี้เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ "ชิโน-ยุโรเปียน" (Qi Lou) ที่ได้รับการบูรณะใหม่อย่างสวยงาม โดยมีจุดศูนย์กลางคือตึกทรงแปดเหลี่ยมของห้างหนานเซิงโบราณ การเดินเล่นในย่านนี้เมื่อมาทัวร์ซัวเถา เหมือนการได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุค 1930 กันเลยค่ะ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารพื้นเมือง คาเฟ่เก๋ ๆ และจุดถ่ายรูปเท่ ๆ สไตล์วินเทจที่สายโซเชียลห้ามพลาด เป็นสถานที่เที่ยวซัวเถาที่ผสมผสานเสน่ห์ของวันวานเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างมีชีวิตชีวา 

5. ถนนคนเดินไผฟางเจีย (Paifang Street)

       ถนนสายวัฒนธรรมใจกลางเมืองแต้จิ๋วที่มี "ซุ้มประตูหิน" หรือที่ในภาษาจีนเรียกว่า “ไผฟางเจีย” เรียงรายกันถึง 22 ซุ้ม ตลอดแนวถนน จึงได้ชื่อว่าเป็นถนนซุ้มประตูที่ยาวที่สุดในโลก แต่ละซุ้มสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลสำคัญในอดีต เช่น จอหงวนหรือขุนนางผู้ทำความดี ถนนเส้นนี้เป็นแหล่งรวมขนมโบราณ งานฝีมือ และร้านชากังฟูแบบฉบับแต้จิ๋วแท้ ๆ การเดินชมป้ายซุ้มประตูในช่วงเย็นที่มีการเปิดไฟประดับ จะให้บรรยากาศที่สวยงามและคลาสสิกมาก เหมาะสำหรับการหาซื้อของฝากและสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเมืองค่ะ 

6. ศาลเจ้าไต่ฮงกง (Tai Hong Kong Shrine)

        ศาลเจ้าที่เป็นต้นกำเนิดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอเหอผิง เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพของหลวงปู่ไต่ฮงกง พระผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและเสียสละ ที่ช่วยเหลือทั้งคนเจ็บ คนจน และเก็บศพไร้ญาติ ทำให้ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากผู้คนมาอย่างยาวนาน สถาปัตยกรรมของศาลเจ้ามีความโอ่อ่าและสง่างาม ประดับด้วยงานแกะสลักหินที่ประณีตละเอียดอ่อน ผู้คนที่มาทัวร์ซัวเถาแล้วแวะมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้ นิยมมาทำบุญและขอพรเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย ตามความเชื่อที่ว่าบารมีของท่านจะช่วยปัดเป่าทุกข์ภัย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณที่มอบความสบายใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนทุกคน

7. หอประตูเมืองกว่างจี้ (Guang Ji Men Cheng Lou)

       ประตูเมืองโบราณสไตล์ราชวงศ์หมิงที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำหาน ตัวอาคารเป็นหอคอยไม้หลายชั้นที่สร้างขึ้นอย่างประณีต ด้วยเทคนิคสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่ไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว โดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ หน้าจั่วโค้ง และหลังคากระเบื้องแบบโบราณ ในอดีตใช้เป็นป้อมปราการป้องกันเมือง ปัจจุบันเป็นจุดชมวิวแม่น้ำและสะพานเซียงจื่อที่สวยที่สุดค่ะ ไฮไลต์ของที่นี่คือการแสดงแสงสีเสียงบนผนังประตูเมืองในยามค่ำคืน ที่บอกเล่าตำนานเมืองแต้จิ๋วได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นจุดที่ต้องพามาเช็คอินเพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์กันค่ะ 

8. สะพานวัวคู่ เซียงจื่อเฉียว (Xiangzi Bridge)

       สะพานโบราณอายุกว่าร้อยปีที่ได้รับฉายาว่าเป็น "สะพานเปิด-ปิดได้แห่งแรกของโลก" ความพิเศษของสะพานแห่งนี้คือตรงบริเวณช่วงกลางสะพานจะมีการใช้เรือไม้ 18 ลำเชื่อมต่อกันเป็นทางเดิน ซึ่งสามารถแยกออกจากกันได้เพื่อให้เรือใหญ่แล่นผ่าน บนสะพานมีเก๋งจีน 24 หลังที่มีรูปทรงไม่ซ้ำกัน และมีรูปปั้นวัวเหล็กหล่อที่เชื่อว่าช่วยสะกดวิญญาณน้ำ จึงถูกเรียกว่าสะพานวัวคู่นั่นเองค่ะ การเดินข้ามสะพานนี้เหมือนการเดินชมพิพิธภัณฑ์กลางน้ำที่มีชีวิต และชื่นชมกับงานวิศวกรรมที่ชาญฉลาดและสวยงามของคนในสมัยก่อน

9. พิพิธภัณฑ์เฉาซาน (Chaoshan Historical and Cultural Expo Center)

 แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของซัวเถาที่ออกแบบเป็นรูปทรง "เรือสำเภาหัวแดง" ขนาดมหึมา ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมของชาวแต้จิ๋วผ่านเทคโนโลยีมัลติมีเดียที่ทันสมัย มีทั้งโซนจำลองเมืองเก่าและโซนศิลปหัตถกรรมที่รวบรวมงานฝีมือล้ำค่า นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวอ่าวซัวเถาจากมุมสูงที่สวยงามมาก เป็นสถานที่ทัวร์ซัวเถาซึ่งจะทำให้เราได้เข้าใจถึงความพยายาม และความรุ่งเรืองของชาวจีนโพ้นทะเลในอดีตได้อย่างลึกซึ้ง

10. ศาลเทพมังกรเขียว แชเล้งเอีย (Qinglong Temple)

       อีกหนึ่งสถานที่ทัวร์ซัวเถาที่สายโมห้ามพลาดค่ะ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำหานที่เป็นศูนย์รวมความศรัทธาด้านโชคลาภและการค้าขาย เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวแต้จิ๋วให้ความเคารพนับถือมาอย่างยาวนาน ภายในศาลตกแต่งด้วยงานไม้แกะสลักปิดทองคำเปลวที่เหลืองอร่ามและงดงามประณีต ชาวแต้จิ๋วเชื่อว่าเทพมังกรเขียวเป็นผู้ปกป้องลำน้ำและประทานความมั่งคั่ง บรรยากาศภายในศาลมีความขลังและเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักธุรกิจและผู้ที่ทำการค้าขาย ที่ต้องการเสริมดวงการเงินมักจะแวะเวียนมาขอพรกันอยู่เสมอ

11. ศาลเจ้าพ่อเสือ (Xuanwu Mountain)

        ศาลเจ้าที่คนไทยคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดีค่ะ เพราะมีอยู่ที่เสาชิงช้าในกรุงเทพฯ กันด้วย ศาลเจ้าพ่อเสือแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ภูเขาเสวียนอู่ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวมความเชื่อพุทธและเต๋าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำของการเสี่ยงเซียมซีและการขอพรให้คุ้มครองปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ว่ากันว่าผู้ที่เดินทางมาขอพรที่นี่ด้วยตัวเองมักจะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะด้านค้าขายและการทำธุรกิจ ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีผู้คนที่เดินทางมาบนบานและแก้บนกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งจากในจีนและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เชื่อว่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือที่นี่ให้ได้สักครั้งเพื่อความเป็นสิริมงคล 

12. วัดดอกไม้ขาว (Baihuajian Temple)

      วัดดอกไม้ขาว หรือ ศาลเจ้าแปะฮวยเจียม เป็นวัดพุทธที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมที่งดงามระดับโลก ด้วยงานเครื่องเคลือบดินเผาที่ประดับประดาทั่วหลังคาและผนัง เป็นรูปมังกรและดอกไม้สีขาวสะอาดตาอย่างวิจิตรบรรจง เมื่อแสงแดดตกกระทบลงมา ตัววัดก็จะเปล่งประกายระยิบระยับสวยงามมาก ภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมพันมือที่เปี่ยมด้วยเมตตา รวมไปถึงเทพเจ้าหลายองค์ตามความเชื่อจีนโบราณ และเทพเจ้าอีกมากมายที่ชาวแต้จิ๋วให้ความเคารพนับถือ ผู้คนนิยมเดินทางมาที่วัดแห่งนี้เพื่อมาไหว้ขอพรเรื่องสุขภาพ ความรัก การงาน ความเป็นสิริมงคลและความราบรื่นในชีวิต เป็นสถานที่ปิดท้ายทริปทัวร์เถาที่ทั้งอิ่มอกอิ่มใจ และได้ชื่นชมกับความงดงามของสถาปัตยกรรมที่วัดแห่งนี้ค่ะ 

แนะนำร้านอาหารชื่อดังในซัวเถาที่ต้องลอง
หลังจากเดินสายเที่ยวกันแบบฉ่ำปอด ถ่ายรูปกันจนหนำใจแล้ว ก็ถึงเวลามาตะลุยหาของกินอร่อย ๆ รสชาติต้นตำรับแต้จิ๋วแท้ ๆ ที่ซัวเถากันค่ะ หากมีโอกาสลองแวะร้านเหล่านี้ดูรับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

1. Chaoludao Braised Hotpot 
ร้านหม้อไฟสไตล์แต้จิ๋ว จุดเด่นของร้านคือใช้น้ำพะโล้หรือที่ชาวแต้จิ๋วเรียกว่าโล่ยสุ่ยมาเป็นน้ำซุปหลักของหม้อไฟ หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์หม้อไฟที่ไม่ใช่แค่หมาล่าแบบเผ็ดชา แต่เป็นรสชาติแบบพะโล้ตุ๋นยาจีนที่เข้มข้น ก็เดินเข้าร้านนี้กันได้เลยค่ะ 

2. Fuhecheng Beef Hotpot  
ตำนานเนื้อหม้อไฟที่สายเนื้อต้องไม่พลาด ความโดดเด่นอยู่ที่เนื้อวัวสดใหม่ไม่ผ่านการแช่แข็ง ที่แล่สด ๆ วันต่อวัน และใช้เนื้อวัวจากหลากหลายส่วน พร้อมน้ำซุปกระดูกวัวใสแต่รสชาติหวานล้ำลึก กินคู่กับซอสชาฉ่าหอมถั่ว และลูกชิ้นเนื้อทำมือที่เด้งสู้ฟันแบบสุด ๆ ใครที่รักการกินเนื้อต้องไม่พลาดร้านนี้ 

3. Ririxiang Goose Meat Restaurant  
ร้านห่านพะโล้เจ้าดังการันตีด้วยรางวัลมิชลินไกด์ ขึ้นชื่อเรื่องความคงเส้นคงวาของรสชาติ หนังห่านตึงสวย ไขมันน้อย น้ำพะโล้หอมเครื่องเทศชัดเจน เมนูเด็ดคือตับห่านพะโล้ที่นุ่มนวลเหมือนมูสสุดละมุนลิ้น เสิร์ฟพร้อมข้าวหอม ๆ หรือบะหมี่น้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนได้กล่าวไว้ว่า หากมาทัวร์ซัวเถาแล้วไม่ได้กินห่านพะโล้ที่ร้านนี้ ก็เท่ากับมาไม่ถึงซัวเถากันเลยค่ะ 

ที่พักแนะนำในซัวเถา
การหาที่พักดี ๆ นอนหลับสบายก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญค่ะ ซึ่งเราก็รวมมาให้แล้วกับ 3 โรงแรมในซัวเถา ที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เดินทางสะดวก ปลอดภัย และพักผ่อนสบายมาฝากกัน 

1. Shantou Marriott Hotel
ที่สุดแห่งความหรูหราสำหรับการมาเที่ยวซัวเถา โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่บนตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจใหม่ ห้องพักถูกออกแบบให้มีหน้าต่างบานกว้างตั้งแต่พื้นจรดเพดาน มอบวิวพาโนรามาของอ่าวซัวเถาที่สวยงามที่สุด ภายในเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยี Smart Room และเตียงนอนระดับพรีเมียม ไฮไลต์คือสระว่ายน้ำอินฟินิตี้และห้องอาหารจีนรสเลิศ  

2. Shantou DIOTEL Queen Hotel
โรงแรมสไตล์บูทีคที่ตั้งอยู่บนทำเลทองแสนสะดวกสบาย อยู่ใกล้กับย่านเมืองเก่าในระยะที่เดินถึง ทำให้เราสามารถใช้เวลาเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศตึกโบราณได้อย่างง่ายดาย การตกแต่งภายในเน้นความหรูหราและเงียบสงบ มีบาร์บนดาดฟ้าที่วิวสวยติดอันดับต้น ๆ ของเมือง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักในจุดที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวหลักของเมืองที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก 

3. Shantou Jintaiwan Hotel (Haimen Lotus Peak)
สวรรค์ของการพักผ่อนริมทะเลสำหรับผู้ที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย ตั้งอยู่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวยอดเขาดอกบัว (Lotus Peak) มอบอากาศบริสุทธิ์และเสียงคลื่นตลอดวัน ห้องพักส่วนใหญ่เป็นแบบ Seaview ที่มองเห็นอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลจีนใต้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศชายทะเล และเพลิดเพลินไปกับอาหารทะเลสด ๆ ส่งตรงจากท่าเรือไห่เหมิน แล้วนอนหลับพักผ่อนกันให้เต็มอิ่มก่อนกลับเมืองไทยค่ะ   

ข้อมูลการเดินทาง
การเดินทางจากประเทศไทยไปซัวเถา ถึงแม้จะยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทยไปที่ซัวเถาโดยตรง แต่ก็สามารถเลือกไปลงยังสถานบินในเมืองใหญ่ เช่น กวางโจว (Guangzhou) เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) เซินเจิ้น (Shenzhen) และเซียะเหมิน (Xiamen) แล้วต่อเครื่องบินภายในประเทศมาลงที่สนามบิน Jieyang Chaoshan International Airport (SWA) สนามบินหลักของซัวเถาค่ะ โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-10 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเมืองที่เลือกไปลงในครั้งแรก หรือนั่งเครื่องไปลงกวางโจวแล้วต่อรถไฟความเร็วสูงมาซัวเถา ซึ่งใช้เวลาเพียง 2.5 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ 
การเดินทางภายในเมืองซัวเถา ซัวเถาอาจจะไม่มีรถไฟใต้ดินเหมือนกับเมืองใหญ่ในจีน แต่ก็มีรถสาธารณะที่ให้บริการแบบครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นรถบัสประจำทาง รถแท็กซี่ รวมไปถึง App เรียกรถ  DiDi นอกจากนี้ก็สามารถเลือกการเดินเท้าและปั่นจักรยานไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงกับที่พักกันได้ค่ะ

เคล็ดลับก่อนเดินทาง 
โหลด Application สำหรับเที่ยวจีนติดเครื่องกันไว้ก่อน เช่น WeChat, Alipay, Baidu Map, DiDi และ App แปลภาษา เพื่อช่วยให้การจ่ายเงิน ดูแผนที่ เรียกรถแท็กซี่ และช่วยในการสื่อสารกับคนท้องถิ่น
พกเงินสดติดตัวเอาไว้บ้าง ถึงแม้ส่วนใหญ่ที่จีนจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดกันไปแล้ว แต่ร้านเล็ก ๆ ที่อยู่ในเขตเมืองเก่าอาจจะยังไม่มีการใช้ QR Code สำหรับจ่ายเงิน ดังนั้นมีเงินสดติดกระเป๋ากันไว้หน่อยก็อุ่นใจกว่าค่ะ
ปลั๊กไฟในจีนส่วนใหญ่เป็นแบบขากลมคู่หรือขาสามขาแบน ควรพก Universal Adapter ไปด้วย


เกร็ดความรู้

      ซัวเถาไม่ใช่แค่เมืองท่าทางตอนใต้ของจีน หากแต่คือบ้านเกิดของวัฒนธรรมแต้จิ๋วที่ฝังรากลึก และยังเป็นถิ่นกำเนิดของบรรพบุรุษคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก การได้มาเยือนวัดโบราณ เดินเล่นเมืองเก่า ชิมหม้อไฟเนื้อร้อน ๆ เป็ดพะโล้เนื้อนุ่มหอมกรุ่น เดินทางไปวัดและไหว้ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ คือประสบการณ์ที่ทั้งอบอุ่นและเต็มไปด้วยความสุขกายสบายใจ หากมีเวลาไม่กี่วันสำหรับวางแผนท่องเที่ยวแต่อยากได้ความทรงจำที่ล้ำค่า ลองมองหาทัวร์ซัวเถากันดูค่ะ รับรองว่าทั้งเที่ยวสนุก กินอร่อย มูกันฉ่ำ และได้สัมผัสกับรากเหง้าของชาวแต้จิ๋วและดินแดนบรรพบุรุษของใครหลาย ๆ คนกันได้อย่างลึกซึ้ง 

จำนวนผู้เข้าชม 11 ครั้ง