เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ข้อมูลเที่ยวฉางชุน เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิทางเหนือ ฉบับอัปเดตปี 2026

ข้อมูลเที่ยวฉางชุน เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิทางเหนือ ฉบับอัปเดตปี 2026

02

Jul

จีน

ข้อมูลเที่ยวฉางชุน เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิทางเหนือ ฉบับอัปเดตปี 2026

          วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทัวร์ฉางชุนกันค่ะ หากให้พูดถึงเมืองใหญ่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน หลายคนอาจนึกถึงภาพของหิมะขาวโพลนและอากาศหนาวจัด แต่ฉางชุนเป็นเมืองที่ได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิแห่งภาคเหนือ” ความพิเศษของเมืองนี้คืออะไร? ทำไมถึงได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิแห่งภาคเหนือ วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกันค่ะ นอกจากนี้เราก็ยังทำการรวบรวมข้อมูลเที่ยวฉางชุนฉบับอัปเดตปี 2026 ที่จะพาทุกท่านไปสู่จุดหมายปลายทางใหม่ของการทัวร์ฉางชุนแบบครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ แหล่งพักผ่อน หรือย่านไลฟ์สไตล์มาฝากกันด้วย ว่าแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางไปเยือนเมืองหลวงแห่งมณฑลจี๋หลินที่ฉางชุนกันได้เลยค่ะ  

ทำความรู้จักเมืองฉางชุน (Changchun)

     เมืองฉางชุน (Changchun) เป็นเมืองหลวงของมณฑลจี๋หลิน (Jílín) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิแห่งภาคเหนือ" (Spring City of the North) เนื่องจากมีการวางผังเมืองให้มีพื้นที่สีเขียวและต้นไม้หนาแน่นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ตัวเมืองฉางชุนตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ติดกับเมืองสำคัญต่าง ๆ เช่น ซื่อผิง (Siping) จี๋หลิน (Jilin City) และฮาร์บิน (Harbin) 
ในอดีตฉางชุนเคยเป็นเมืองหลวงของ "แมนจูกัว" (Manchukuo) หรือรัฐหุ่นเชิดที่ญี่ปุ่นสถาปนาขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เมืองนี้มีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสไตล์ยุโรป ญี่ปุ่น และจีนดั้งเดิม ฉางชุนยังมีชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งในฐานะเมืองภาพยนตร์ของจีน เพราะเป็นที่ตั้งของสตูดิโอภาพยนตร์แห่งแรก ๆ ของประเทศ ปัจจุบันฉางชุนคือศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญที่สุดของประเทศจนได้รับฉายาว่า "ดีทรอยต์แห่งตะวันออก" อีกหนึ่งจุดเด่นของเมืองก็คือการวางผังเมืองให้เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว ซึ่งฉางชุนนั้นมีสวนสาธารณะ ทะเลสาบ และพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก จึงได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิทางเหนือ” จากบรรยากาศที่ร่มรื่น สดชื่น และมีการวางผังเมืองที่เป็นระเบียบสวยงาม และอากาศที่เย็นสบายในฤดูร้อน 

ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวเมืองฉางชุน

- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) เป็นช่วงที่ทั้งเมืองถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน บรรยากาศสวยงามไม่แพ้ฮาร์บินกันเลยค่ะ การมาทัวร์ฉางชุนในช่วงนี้ เหมาะสำหรับสายกิจกรรมหิมะและเล่นสกี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -10 ถึง - 20 องศาเซลเซียส ไฮไลต์ในฤดูกาลนี้คือ เทศกาลสกี Vasaloppet China ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่จิงเยว่ถาน (Jingyuetan) ซึ่งหิมะที่นี่จะนุ่มฟูและสวยไม่แพ้ฮาร์บิน แต่ผู้คนจะไม่แออัดเท่าค่ะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน - พฤษภาคม) เป็นช่วงที่ดอกไม้เริ่มบาน อุณหภูมิเฉลี่ย 10–20 องศาเซลเซียส แม้อากาศจะยังคงเย็นอยู่แต่ก็เริ่มสดชื่นฟื้นมาจากฤดูหนาวกันแล้วค่ะ เหมาะกับมาการเดินชมสถาปัตยกรรมและสวนสาธารณะในเมือง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) นี่คือช่วงที่ฉางชุนได้พิสูจน์ชื่อ "เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิทางเหนือ" กันอย่างชัดเจนค่ะ เพราะในขณะที่เมืองอื่นในจีนร้อนระอุ แต่ฉางชุนกลับมีอากาศเย็นสบายเฉลี่ย 22-25 องศาเซลเซียส การทัวร์ฉางชุนในช่วงนี้จึงได้รับความนิยมมาก เพราะเหมาะแก่การหนีร้อนมาเดินป่าหรือพักผ่อนริมทะเลสาบ 
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - ตุลาคม) เป็นช่วงที่ทิวทัศน์และบรรยากาศของฉางชุนสวยโรแมนติคที่สุด อากาศจะแห้งและเย็นกำลังดี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง และเหลืองทั่วทั้งเมือง โดยเฉพาะที่จิงเยว่ถานที่มีทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุด 

10 แลนด์มาร์คทัวร์ฉางชุน ฉบับอัปเดตปี 2026

1. วัดฉางชุนหว่านโชว (Wanshou Temple)

      วัดฉางชุนหว่านโชวหรือ "วัดอายุยืนหมื่นปี" เป็นอารามพุทธนิกายมหายานที่เก่าแก่และทรงอิทธิพลที่สุดในมณฑลจี๋หลิน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฉางชุน วัดนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิงเพื่อเป็นสถานที่สวดมนต์ขอพรให้จักรพรรดิมีพระชนมายุยืนยาว มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นคือวิหารมหาวีระ (Daxiong Hall) ที่ใช้หลังคากระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองและกำแพงสีแดงชาดตามแบบฉบับพระราชวังโบราณ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ และมีการจัดวางผังวัดตามหลักฮวงจุ้ยที่เคร่งครัด ไฮไลต์ของที่นี่คือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ประณีต และหอระฆังที่ดังกังวาลไปทั่วหุบเขาในช่วงเช้ามืด วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายหลักสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธา ที่ต้องการมาขอพรด้านสุขภาพและความสงบทางจิตใจ 

2. พระราชวังหุ่นกระบอกแมนจูเรียน (Museum of the Imperial Palace of the Manchu State)

      สถานที่แห่งนี้คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงยุคสมัย "แมนจูกัว" ซึ่งเป็นรัฐหุ่นเชิดของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างชัดเจา เพราะที่นี่เคยเป็นที่ประทับของ ปูยี (Puyi) หรือ จักรพรรดิเซวียนถ่ง จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน ตัวอาคารมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบจีน ญี่ปุ่น และยุโรปเข้าด้วยกัน แต่ก็แฝงไว้ซึ่งความรู้สึกที่หม่นหมองในอดีต นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ฉางชุนกันที่นี่ จะได้เดินชมห้องทำงาน ห้องบรรทม และห้องเสวยที่ยังคงรักษาเฟอร์นิเจอร์เดิมไว้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงอาคาร "จี๋ซี" ซึ่งเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ได้นำเทคโนโลยี AR มาใช้ เพื่อให้ผู้ชมเห็นภาพจำลองของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นในแต่ละห้อง เพื่อให้เราเห็นภาพความซับซ้อนของโลกการเมืองในอดีต และความโดดเดี่ยวของจักรพรรดิผู้ไร้อำนาจที่ถูกจองจำในพระราชวังของตนเอง 

3. ฉางชุนฟิล์มเซนจูรี่ (Changchun Film Century City)

        สวนสนุกธีมภาพยนตร์ระดับโลกแห่งแรกของจีนที่ได้รับฉายาว่า "Universal Studios แห่งตะวันออก" ที่นี่รวบรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยในการสร้างภาพยนตร์มาไว้ในรูปแบบเครื่องเล่นสุดตื่นตา ไฮไลต์อยู่ที่โรงภาพยนตร์ 5D และโรงภาพยนตร์จอโดมยักษ์ (Dome Screen) ที่ใช้ระบบไฮดรอลิกและภาพความละเอียดสูง ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง นอกจากเครื่องเล่นแนวไซไฟแล้ว ยังมีโซน "Haunted Castle" ที่ใช้เทคนิคสยองขวัญระดับฮอลลีวูด รวมไปถึงโซนการเรียนรู้เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ที่เปิดโอกาสให้เราได้ลองทำ Special Effects ด้วยตัวเองกันค่ะ ปัจจุบันสวนสนุกได้ขยายพื้นที่ใหม่ในโซน "Digital Universe" ที่เน้นการเล่าเรื่องผ่านโลกเสมือนจริง (VR) เป็นสถานที่ทัวร์ฉางชุนที่ตอบโจทย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบโลกจินตนาการและอุตสาหกรรมบันเทิง ในราคาที่ทัวร์จีนราคาถูกก็สามารถเข้าถึงได้ 

4. โบสถ์คาทอลิกฉางชุน (St. Theresa's Cathedral)

      ท่ามกลางสถาปัตยกรรมแบบจีนและรัสเซีย ยังมีโบสถ์เซนต์เทเรซา (St. Theresa's Cathedral) หรือโบสถ์คาทอลิกฉางชุน ที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค (Gothic) อันงดงามและคลาสสิก โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นโดยมิชชันนารีชาวฝรั่งเศสในปี 1912 ถือเป็นหนึ่งในโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ตัวอาคารก่อด้วยอิฐสีแดงเข้ม มีหอคอยคู่ยอดแหลมที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งเป็นจุดสังเกตที่มองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล ภายในโบสถ์มีความโอ่อ่าด้วยเสาหินขนาดใหญ่และเพดานโค้งสูง จุดเด่นอยู่ที่กระจกสี (Stained Glass) ที่ประดับอยู่รอบอาคาร ซึ่งเปลี่ยนแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาให้กลายเป็นสีสันต่าง ๆ บนม้านั่งไม้เก่าแก่ ถึงแม้ว่าในช่วงที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมโบสถ์แห่งนี้จะได้รับความเสียหายไปบ้าง แต่ก็ได้รับการบูรณะให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมที่สง่างามอีกครั้งในปี 2008 ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ยังคงเปิดทำพิธีทางศาสนาทุกวันอาทิตย์ โดยสามารถเข้าไปชมความงามและถ่ายภาพได้ภายในโบสถ์และบริเวณรอบ ๆ กันได้ค่ะ   

5. พิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดจี๋หลิน (Jilin Provincial Museum)

       พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมของมณฑลจี๋หลินไว้กว่า 120,000 ชิ้น ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคปัจจุบัน ไฮไลต์สำคัญคือศิลปวัตถุจากอาณาจักรโคกูรยอและป๋อไห่ ซึ่งเป็นอารยธรรมโบราณที่เคยรุ่งเรืองในแถบนี้ คุณจะได้เห็นเครื่องประดับทองคำที่ประณีตและภาพวาดพู่กันจีนอันล้ำค่าระดับสมบัติชาติ โดยในปี 2026 พิพิธภัณฑ์ได้ยกระดับการจัดแสดงด้วยระบบ Interactive มัลติมีเดีย ที่สามารถแปลข้อมูลเป็นภาษาไทยได้ผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาวแมนจูและการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของฉางชุนกลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเจาะลึกถึงที่มาที่ไปเกี่ยวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยสามารถเข้าชมได้ฟรีเพียงแค่แสดงหนังสือเดินทางค่ะ 

6. ถนนกุ้ยหลิน (Guilin Road)

      ย่านสตรีทฟู้ดและแฟชั่นที่คึกคักที่สุดในฉางชุน ถนนสายนี้คือศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นและนักกินตัวจริง ที่นี่เต็มไปด้วยร้านค้าขนาดเล็กที่ขายเสื้อผ้าแฟชั่นนำเข้าจากเกาหลีและญี่ปุ่น แต่สิ่งที่ดึงดูดผู้คนมากที่สุดคือ "อาหารริมทาง" หรืออาหารสตรีทฟู้ด ที่มีให้เลือกตั้งแต่ปิ้งย่างตงเป่ยรสเผ็ดร้อน ไก่ทอดซอสเกาหลี ไปจนถึงขนมหวานฟิวชั่น โดยในปี 2026 ถนนกุ้ยหลินแห่งนี้ได้รับการอัปเกรดเป็น "Digital Street" ที่มีการตกแต่งด้วยไฟนีออนอัจฉริยะและจอ LED ขนาดใหญ่ สร้างบรรยากาศที่ล้ำสมัยคล้ายย่านชิบูย่าในญี่ปุ่นกันเลยค่ะ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือนที่นี่คือหลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความคึกคัก ให้เราได้เพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งและความอร่อยของอาหารท้องถิ่นท่ามกลางแสงสีเสียง เป็นจุดเช็คอินของการทัวร์ฉางชุนที่แสดงถึงความมีชีวิตชีวาและวิถีชีวิตของชาวเมืองได้ดีที่สุด 

7. สวนเสือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast Tiger Park)

       เสือโคร่งไซบีเรีย (Northeast Tiger) คือสัตว์สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน สวนเสือแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ป่าอุทยานจิงเยว่ถาน (Jingyuetan) ที่นี่เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและศูนย์วิจัยเพาะพันธุ์เสือที่สำคัญระดับโลก พื้นที่กว้างใหญ่ของสวนแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจำลองถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของเสือโคร่งไซบีเรีย ซึ่งเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ กิจกรรมยอดนิยมคือการนั่งรถบัสหุ้มเกราะเข้าไปในเขตพื้นป่าเปิด ที่เราจะได้เห็นเสือตัวใหญ่ลายพาดกลอนเดินไปมาอย่างอิสระ นอกจากเสือโคร่งไซบีเรียแล้ว ที่นี่เป็นที่อยู่ของสัตว์หายากอื่น ๆ เช่น เสือดาวหิมะ หมีดำเอเชีย และลิงกังญี่ปุ่น นอกจากนี้ก็ยังมีโซน "Lesser Panda" หรือแพนด้าแดงที่แสนน่ารักให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการแสดงการให้อาหารสัตว์ตามช่วงเวลาที่กำหนดกันอีกด้วย

8. สวนสาธารณะหนานหู (Nanhu Park)

       ที่นี่คือปอดสีเขียวขนาดมหึมาใจกลางเมืองฉางชุน ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบหนานหูที่กว้างใหญ่ สวนแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลทั้งสี่ ในฤดูร้อนคุณสามารถล่องเรือพายชมดอกบัวหลวง ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงต้นหลิวและต้นสนจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองส้มสะท้อนกับผืนน้ำ
เมื่อถึงฤดูหนาวทะเลสาบแห่งนี้จะกลายเป็นลานน้ำแข็งธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ที่สามารถลงไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งและรถเลื่อนสุนัขกันได้ อีกจุดเด่นหนึ่งคือ สะพานโค้งหนานหู สถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมที่ทอดข้ามทะเลสาบ เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องมีรูปคู่กับสะพานแห่งนี้กันค่ะ เป็นสถานที่ซึ่งสามารถสะท้อนถึงวิถีชีวิตชาวฉางชุนได้ดีที่สุด เราจะได้เห็นผู้สูงอายุมาฝึกรำมวยไทเก๊ก เห็นเด็ก ๆ วิ่งเล่น และคู่รักมาเดินเล่นรับลมเย็น ๆ เรียกได้ว่าเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ช่วยเติมพลังได้ดีเยี่ยม ก่อนจะไปลุยเที่ยวฉางชุนกันต่อในจุดอื่น ๆ ค่ะ  

9. อุทยานป่าไม้แห่งชาติจิงเยว่ถาน (Jingyuetan National Forest Park)

      ที่นี่ได้รับฉายาว่า "มรกตแห่งฉางชุน" เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่ป่าปลูกด้วยฝีมือมนุษย์ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ใจกลางอุทยานคือทะเลสาบรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวที่มีน้ำใสสะอาดตลอดทั้งปี กิจกรรมยอดนิยมคือการเช่าจักรยานปั่นรอบทะเลสาบเป็นระยะทางกว่า 19 กิโลเมตร ท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์และร่มรื่น โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวหลักอย่าง Forest Bathing Spot ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งออกซิเจนธรรมชาติชั้นดี รวมไปถึงพื้นที่ชุ่มน้ำจิงเยว่ และสวนเสือไซบีเรีย ในปัจจุบันจิงเยว่ถานได้พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สำคัญ โดยในฤดูหนาวจะเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสกี Vasaloppet China ที่ยิ่งใหญ่ ส่วนในฤดูร้อนจะมีการจัดกิจกรรมเดินป่าและโยคะในป่าสน ใครที่มาทัวร์ฉางชุนแล้วอยากหาสถานที่สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด แนะนำให้มาที่นี่กันเลยค่ะ 

10. ฉางชุนฟิล์มสตูดิโอ (Changchun Film Studio Museum)

      เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในอาคารสตูดิโอจริง ๆ ที่สร้างขึ้นในปี 1945 ที่นี่คือโรงงานผลิตภาพยนตร์แห่งแรกของจีนยุคสาธารณรัฐประชาชนจีน และเปรียบเสมือนโรงเรียนฝึกสอนคนทำหนังรุ่นแรกของประเทศ ภายในพิพิธภัณฑ์ถูกแบ่งออกเป็นหลายโซน เริ่มตั้งแต่โซนประวัติศาสตร์ที่จัดแสดงกล้องถ่ายภาพยนตร์โบราณ ฟิล์มต้นฉบับ บทภาพยนตร์ที่เขียนด้วยลายมือ โซนจำลองฉากถ่ายทำภาพยนตร์ในอดีต ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปยืนถ่ายรูปเสมือนเป็นตัวเอกในหนัง นอกจากนี้ก็ยังมีโซนจัดแสดงถ้วยรางวัลระดับนานาชาติที่สตูดิโอแห่งนี้เคยได้รับอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือการได้เห็นวิวัฒนาการของการสร้างภาพยนตร์ ตั้งแต่ระบบฟิล์มขาวดำไปจนถึงยุคดิจิทัล โดยเฉพาะแฟนหนังจีนรุ่นเก่าที่นี่คือสถานที่รวบรวมความทรงจำของหนังดังในอดีตมากมาย และที่สำคัญคือสตูดิโอแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่พิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชมธรรมดา แต่ยังมีการใช้พื้นที่บางส่วนในการถ่ายทำจริงจนถึงทุกวันนี้กันอีกด้วยค่ะ  

วิธีการเดินทางมาเมืองฉางชุน

- เครื่องบิน มีเที่ยวบินตรงจากเมืองใหญ่ทั่วเอเชียมาที่สนามบินนานาชาติหลงเจีย (CGQ)  และมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองในเวลาเพียง 15 นาที
- รถไฟความเร็วสูง ฉางชุนเป็นสถานีหลักในสายตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสามารถนั่งรถไฟจากปักกิ่งมาถึงฉางชุนได้ภายใน 4 ชั่วโมง หรือเดินทางจากฮาร์บินมาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลเที่ยวฉางชุนฉบับอัปเดตปี 2026 ที่เราได้รวบรวมมาฝากกันค่ะ ถึงแม้ว่าเมืองนี้อาจไม่ใช่เมืองแรกที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงจีน แต่เมื่อได้มาทำความรู้จักแล้ว จะพบว่าฉางชุนเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เสน่ห์ทางวัฒนธรรม และธรรมชาติที่งดงามอย่างคาดไม่ถึง ตั้งแต่พระราชวังแมนจูกัวไปจนถึงสวนป่าเขียวขจี ทุกมุมเมืองสะท้อนเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากมหานครใหญ่อื่น ๆ ไม่ว่าคุณจะมาทัวร์ฉางชุนสัมผัสหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว หรือเดินเล่นริมทะเลสาบในฤดูร้อน ชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ฉางชุนก็มีมุมที่น่าสนใจให้เราได้สำรวจและค้นหากันอยู่เสมอ เชื่อว่าบางทีเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิทางเหนือแห่งนี้ อาจกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่ทำให้เราอยากมาเที่ยวกันอีกซ้ำ ๆ ก็เป็นได้ค่ะ 

จำนวนผู้เข้าชม 9 ครั้ง