เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เที่ยว ฉางไป๋ซาน 4 มุม 4 สไตล์ เดือนไหนสวยที่สุด พร้อมเทียบจุดเด่น เหนือ ใต้ ตะวันตก ตะวันออก

เที่ยว ฉางไป๋ซาน 4 มุม 4 สไตล์ เดือนไหนสวยที่สุด พร้อมเทียบจุดเด่น เหนือ ใต้ ตะวันตก ตะวันออก

02

Jul

จีน

เที่ยว ฉางไป๋ซาน 4 มุม 4 สไตล์ เดือนไหนสวยที่สุด พร้อมเทียบจุดเด่น เหนือ ใต้ ตะวันตก ตะวันออก

       ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาที่ทอดยาวกั้นพรมแดนระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ "ฉางไป๋ซาน" (Changbaishan) หนึ่งในสถานที่ทัวร์จีนจี๋หลินที่สามารถเดินทางไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ภูเขาหิมะที่ขาวโพลนในฤดูหนาว แต่ยังซ่อนเร้นความงามของทะเลสาบสีน้ำเงินเข้มบนปากปล่องภูเขาไฟที่สูงที่สุดในจีน รวมถึงผืนป่าดึกดำบรรพ์ที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาลอย่างน่าอัศจรรย์ แน่นอนว่าวันนี้เราจะพาทุกท่านมาทัวร์ฉางไป๋ซานแบบครบทุกซอกทุกมุม พร้อมข้อมูลเที่ยวฉางไป๋ซานแบบละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความงามทั้ง 4 ด้านของฉางไป๋ซาน สถานที่เที่ยวฉางไป๋ซานและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนทริปทัวร์ฉางไป๋ซานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาร่วมเดินทางไปกับเราที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กันค่ะ 

ฉางไป๋ซาน เที่ยวเดือนไหนสวยที่สุด?

ถึงแม้ว่าฉางไป๋ซานจะโดดเด่นที่สุดในช่วงฤดูหนาว แต่ต้องบอกว่าการมาเยือนฉางไป๋ซานในช่วงเวลาที่ต่างกัน จะทำให้เราพบกับความงามของธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู 

- ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม): โลกแห่งน้ำแข็งและเทพนิยายสีขาว 
ถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและโดดเด่นที่สุดของฉางไป๋ซาน อุณหภูมิจะลดต่ำลงอย่างมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ -15°C ถึง -30°C ทั่วทั้งภูเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะหนานุ่มสีขาวสะอาดตา ทะเลสาบเทียนฉือจะกลายเป็นน้ำแข็งผืนใหญ่ ท้องฟ้าในช่วงนี้มักจะใสเป็นสีครามเข้มตัดกับสีขาวของหิมะอย่างงดงามที่สุดค่ะ  เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสความหนาวเย็นแบบสุดขั้ว และสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมในฤดูหนาว 
กิจกรรมแนะนำในฤดูหนาว:
เล่นสกีและสโนว์บอร์ด: สัมผัสปุยหิมะระดับพรีเมียม (Powder Snow) ณ Wanda Resort หรือ Luneng Resort
ล่องแพชมป่าสนน้ำแข็ง: ล่องแพยางในลำธารที่ไม่แข็งตัวท่ามกลางหมอกและเกล็ดน้ำแข็งเกาะกิ่งไม้ (Rime)
แช่น้ำพุร้อนกลางหิมะ: สัมผัสความต่างของอุณหภูมิด้วยการแช่น้ำแร่ร้อนกลางแจ้งท่ามกลางหิมะโปรยปราย บอกเลยว่าฟินสุดค่ะ
ตกปลาและย่างปลา: ความฝันของใครหลาย ๆ คน นั่นคือการเจาะน้ำแข็งเพื่อตกปลาน้ำเย็น และนำมาขึ้นมาย่างกินกันร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศติดลบ
นั่งรถลากเลื่อนกวางเรนเดียร์: เที่ยวหุบเขาเสวียหลิ่ง นั่งรถลากเลื่อนกวางเรนเดียร์หรือสุนัขลากเลื่อน ท่ามกลางป่าหิมะที่หนาที่สุด

- ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – พฤษภาคม) : ช่วงเวลาตื่นของสิ่งมีชีวิตและน้ำแข็งเริ่มละลาย 
เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูหนาวที่น่าตื่นตาตื่นใจ อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นมาอยู่ที่ -5°C ถึง 10°C ความโดดเด่นของฤดูนี้คือปรากฏการณ์ "น้ำแข็งแตกตัว" ในทะเลสาบเทียนฉือ ที่เราจะได้เห็นแผ่นน้ำแข็งยักษ์ลอยล่องอยู่ในผืนน้ำสีน้ำเงินเข้ม บนภูเขายังคงมีหิมะปกคลุมหนาตาแต่แสงแดดจะเริ่มอุ่นขึ้น บางจุดเริ่มเห็นดอกไม้แตกหน่อขึ้นมาจากดิน เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าฤดูอื่น ทำให้สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตที่เริ่มตื่นขึ้นมาจากฤดูหนาวได้อย่างเต็มที่
กิจกรรมแนะนำในฤดูใบไม้ผลิ:
ปรากฏการณ์น้ำแข็งละลาย: ชมทิวทัศน์และถ่ายภาพแผ่นน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในทะเลสาบเทียนฉือ (Ice Breaking)
ส่องสัตว์ป่า: เป็นช่วงที่สัตว์ป่าเริ่มออกมาหากินหลังจากจำศีลยาวนาน เหมาะสำหรับสายธรรมชาติ
ถ่ายรูปน้ำตกท่ามกลางหิมะละลาย: น้ำตกฉางไป๋จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นและดูทรงพลังขึ้นอย่างมาก ละอองน้ำกระทบกับหิมะกลายเป็นไอเย็นที่สดชื่น

- ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): ทุ่งดอกไม้บานและอากาศบริสุทธิ์
เป็นช่วงที่ฉางไป๋ซานสดชื่นแจ่มใสเป็นที่สุดค่ะ อากาศเย็นสบายกำลังดี อุณหภูมิเฉลี่ย 10°C ถึง 22°C น้ำแข็งในทะเลสาบละลายจนหมด เผยให้เห็นผืนน้ำสีน้ำเงินที่สะท้อนเงาเมฆอย่างชัดเจน ผืนป่าจะกลายเป็นสีเขียวขจี ความงดงามของฤดูร้อนก็คือทุ่งดอกไม้ป่านับล้านดอกซึ่งอยู่บนฝั่งตะวันตก จะบานสะพรั่งไปทั่วลาดเขา เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการหนีร้อนมาสัมผัสความสดชื่นมีชีวิตชีวาของธรรมชาติค่ะ
กิจกรรมแนะนำในฤดูร้อน:
พิชิตบันได 1,442 ขั้น: เดินขึ้นสู่ยอดเขาฝั่งตะวันตกเพื่อชมวิวทะเลสาบเทียนฉือในมุมกว้างแบบพาโนรามา
ชมทุ่งดอกไม้อัลไพน์: เดินลัดเลาะถ่ายรูปคู่กับดอกไม้ป่านานาพรรณที่บานปีละครั้งบนยอดเขาสูง
เดินป่าใต้ดิน (Underground Forest): เติมออกซิเจนให้เต็มปอดและสัมผัสไอเย็นจากผืนป่าโบราณที่ตั้งอยู่ลึกลงไปในหุบเขา
ชมน้ำตกฉางไป๋: เป็นช่วงที่น้ำตกไหลแรงและทรงพลัง สัมผัสความงามของน้ำตกที่ไหลลงจากปากปล่องภูเขาไฟอย่างใกล้ชิด

- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม):  ช่วงเวลาแห่งสีสันและผืนป่าสีทอง
เป็นฤดูกาลที่ค่อนข้างสั้นแต่สวยงามตราตรึงใจไปอีกนาน อากาศจะเริ่มเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วเฉลี่ย 5°C ถึง 15°C ป่าสนและป่าผลัดใบจะพากันเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลืองทอง ส้ม และแดงเข้ม ตัดกับท้องฟ้าสีครามสดใส และยอดเขาที่เริ่มมีหิมะแรกมาปกคลุมเป็นสีเงิน การเดินป่าในช่วงนี้จะให้บรรยากาศที่โรแมนติกและถ่ายรูปสวยที่สุดเนื่องจากแสงแดดที่นุ่มนวลและสีสันที่จัดจ้านของใบไม้
กิจกรรมแนะนำในฤดูใบไม้ร่วง:
ถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสี: เดินทางตามเส้นทางรอบภูเขาเพื่อเก็บภาพป่าสีทองที่สวยงามที่สุดในมณฑลจี๋หลิน
ชมแอ่งน้ำมรกตลู่หยวนถาน: ถ่ายภาพเงาสะท้อนของใบไม้เปลี่ยนสีบนผิวน้ำที่นิ่งสงบดุจกระจก
ชิมหม้อไฟดินเผาแมนจู: เติมความอบอุ่นให้ร่างกายด้วยอาหารท้องถิ่น ในวันที่อากาศเริ่มเข้าสู่ความหนาวจัด

เปรียบเทียบ 4 ฝั่งหลักของฉางไป๋ซาน

เปรียบเทียบ 4 ฝั่งหลักของฉางไป๋ซาน

1. ฝั่งเหนือ (North Slope) 
เป็นฝั่งที่ถือได้ว่าเป็นจุดหลักของการทัวร์ฉางไป๋ซานค่ะ ฝั่งเหนือจะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เปิดตัวเป็นลำดับแรก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่สุด จุดเด่นของฝั่งนี้คือมีภูมิประเทศที่หลากหลายแบบครบในจุดเดียว ตั้งแต่ป่าสน น้ำตก ไปจนถึงบ่อน้ำพุร้อน อีกทั้งการขึ้นชมทะเลสาบเทียนฉือจากฝั่งนี้ก็ค่อนข้างสะดวกสบายค่ะ โดยจะใช้รถเอสยูวีขับซิกแซกขึ้นไปจนถึงยอดเขา ทำให้ผู้สูงอายุหรือเด็กเที่ยวได้สบาย จุดชมวิวฝั่งนี้จะเห็นทะเลสาบเทียนฉือผ่านช่องหินเขาสูง ให้ความรู้สึกเหมือนมองผ่านหน้าต่างธรรมชาติอันงดงาม แม้จะเป็นฝั่งที่คนจะเยอะที่สุด แต่ก็เป็นฝั่งเดียวที่เปิดให้เที่ยวได้เกือบตลอดทั้งปีแม้ในวันที่สภาพอากาศแปรปรวน 

2. ฝั่งตะวันตก (West Slope) 
หากต้องการภาพพาโนรามาของทะเลสาบเทียนฉือที่กว้างไกลที่สุด การมาฉางไป๋ซานฝั่งตะวันตกคือคำตอบค่ะ ไฮไลต์ของฝั่งนี้อยู่ที่การเดินขึ้นบันได 1,442 ขั้น ที่ต้องฟิตร่างกายกันมาให้พร้อมสุด ๆ แต่ระหว่างทางบอกเลยว่าคุ้มค่าค่ะเพราะวิวสวยมาก โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมที่บริเวณโดยรอบจะกลายเป็นทุ่งดอกไม้ป่านานาพรรณบานสะพรั่งทั่วภูเขา นอกจากชมทะเลสาบเทียนฉือแล้ว ฝั่งนี้ยังมีแกรนด์แคนยอนฉางไป๋ซานที่เกิดจากการกัดเซาะของลาวาและน้ำที่งดงามแปลกตา และในช่วงฤดูหนาวฝั่งนี้จะมีโซนให้เจาะรูน้ำแข็งเพื่อตกปลา แล้วนำปลาไปย่างกินกันในเต็นท์อุ่น ๆ ด้วยค่ะ   

3. ฝั่งใต้ (South Slope) 
เป็นฝั่งที่คงความเป็นธรรมชาติไว้สูงที่สุดและอยู่ติดพรมแดนเกาหลีเหนือเพียงเอื้อมมือ แต่เนื่องจากฝั่งนี้เป็นเขตควบคุมพิเศษจึงเปิดให้เข้าชมเพียงไม่กี่เดือนต่อปี โดยส่วนใหญ่มักเปิดในช่วงฤดูร้อน และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวัน ความพิเศษของฝั่งใต้คือสามารถขับรถขึ้นไปจนถึงขอบปากปล่องภูเขาไฟกันได้เลยค่ะ ซึ่งวิวจากฝั่งนี้จะเห็นหน้าผาสีเหลืองตัดกับน้ำในทะเลสาบสีน้ำเงินเข้มได้อย่างชัดเจนที่สุด และยังได้เห็นวิถีชีวิตทหารพรานและป้ายบอกเขตแดนอย่างใกล้ชิด สามารถมองเห็นทะเลสาบเทียนฉือได้จากมุมกว้าง เป็นฝั่งที่เงียบสงบและไม่ต้องเดินเยอะค่ะ  

4. ฝั่งตะวันออก (East Slope)
ฝั่งนี้เรียกได้ว่าเป็นมุมลับของฉางไป๋ซานที่นักท่องเที่ยวแทบไม่เคยสัมผัส นั่นเป็นเพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของฝั่งนี้อยู่ในเขตการปกครองของประเทศเกาหลีเหนือ แม้จะเข้าจากฝั่งจีนไม่ได้โดยตรง แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากฝั่งเกาหลีเหนือสามารถเดินลงไปเพื่อสัมผัสกับทะเลสาบเทียนฉือได้โดยตรงค่ะ ซึ่งฝั่งตะวันออกเป็นเพียงฝั่งเดียวที่อนุญาตให้คนลงไปสัมผัสน้ำ ล่องเรือพาย หรือลงเล่นน้ำในทะเลสาบได้ โดยมุมมองจากฝั่งนี้จะเห็นความสูงชันของยอดเขาจางกุน (General Peak) ซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดของฉางไป๋ซาน  สำหรับใครที่อยากทัวร์ฉางไป๋ซานกันที่ฝั่งตะวันออก ก็เริ่มมีการจัดทัวร์แบบกลุ่มเล็ก ๆ จากเหยียนจี๋เดินทางข้ามพรมแดน ซึ่งจะใช้เวลา 3 วัน โดยพักค้างคืนที่เมืองซัมจีย็อน (Samjiyon) ซึ่งใช้เพียงบัตรผ่านพรมแดนแบบครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องมีพาสปอร์ต  

10 สถานที่เที่ยวฉางไป๋ซาน และกิจกรรมไฮไลต์

1. ทะเลสาบเทียนฉือ และน้ำตกฉางไป๋

       ทะเลสาบเทียนฉือคือหัวใจหลักของฉางไป๋ซานเลยก็ว่าได้ค่ะ ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 2,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่สามารถขึ้นไปชมวิวได้จากทั้ง 4 ฝั่ง น้ำในทะเลสาบสีน้ำเงินเข้มสะท้อนเงาเมฆดูราวกับกระจกแห่งสวรรค์ ในขณะที่น้ำตกฉางไป๋คือทางระบายน้ำเพียงแห่งเดียวของทะเลสาบเทียนฉือ มีความสูงกว่า 68 เมตร เกิดเป็นภาพของสายน้ำสีขาวที่โจนทะยานลงสู่หุบเขาอย่างทรงพลัง ในฤดูหนาวน้ำตกจะกลายเป็นน้ำแข็งเกาะตัวตามหน้าผา แต่ก็ยังคงมีกระแสน้ำไหลอยู่บางส่วนเนื่องจากได้รับความร้อนจากน้ำพุร้อนใต้พิภพ

2. บ่อน้ำพุร้อน, ลู่หยวนถาน และป่าใต้ดิน

       บ่อน้ำพุร้อนภูเขาไฟจี้หลง (Julong Volcano Hot Spring) มีอุณหภูมิสูงถึง 82 องศาเซลเซียส เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีอุณหภูมิสูงและมีแร่ธาตุสูงซึ่งไหลล้นมาจากภูเขาไฟฉางไป่ซาน นักท่องเที่ยวนิยมทำไข่ต้มน้ำพุร้อนที่เนื้อไข่ขาวจะนุ่มเหมือนพุดดิ้ง จากนั้นไปต่อที่ ลู่หยวนถาน แอ่งน้ำสีเขียวใสดุจมรกตที่มีน้ำตกขนาดเล็กไหลผ่าน และปิดท้ายที่ป่าใต้ดิน หรือ Underground Forest ผืนป่าที่ยุบตัวลงไปในเหวจากการระเบิดของภูเขาไฟ มีทางเดินไม้ท่ามกลางมอสและต้นไม้โบราณที่ให้ให้เราสูดออกซิเจนเข้มข้นกันได้แบบเต็มปอด 

3. การล่องแพชมวิวป่าสน (Rifting)

      กิจกรรมสุดโรแมนติกที่สามารถทำได้ทุกฤดูกาล แต่ฤดูกาลที่ฟินที่สุดคือฤดูหนาวค่ะ การนั่งแพยางล่องไปตามลำน้ำที่น้ำยังไม่เป็นน้ำแข็งแม้จะติดลบ 30 องศา ที่สามารถมองเห็นไอน้ำลอยขึ้นไปเกาะบนกิ่งสนรอบข้าง กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว (Rime) ที่ดูเหมือนป่าปุยเมฆ การล่องแพไปช้า ๆ ท่ามกลางหมอกลอยจาง ๆ และกิ่งไม้สีขาวโพลน คือสวยเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซีกันเลยค่ะ ในขณะที่ช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ ก็จะได้พบกับบรรยากาศที่เขียวสดชื่นของต้นไม้ และในฤดูใบไม้ร่วงตลอด 2 ข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นไม้สีส้ม เหลือง และแดง เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามโรแมนติกอย่างมาก 

4. การตกปลาในน้ำแข็งและย่างปลาในหิมะ

       หลายคนเลือกมาฉางไป๋ซานในฤดูหนาว เพราะต้องการสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวแมนจู ด้วยการเจาะรูน้ำแข็งกลางทะเลสาบหรือลำธารที่แข็งตัว แล้วหย่อนเบ็ดเพื่อตกปลาน้ำเย็น (Cold Water Fish) กันค่ะ เมื่อได้ปลาสด ๆ มาแล้ว กิจกรรมถัดมาคือการสุมไฟย่างปลากลางหิมะ กลิ่นหอมกรุ่นของปลาที่สุกบนเตาถ่านร้อน ๆ ท่ามกลางความหนาวเย็นของอากาศรอบตัว เป็นกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มความฝันของใครหลาย ๆ คน และช่วยสร้างความสัมพันธ์ของคนในกลุ่มให้ได้สนุกสนานไปกับการตกปลา และชิมรสชาติความสดใหม่ของปลาที่ตกขึ้นมาด้วยฝีมือตนเอง เหมาะกับการมาเที่ยวกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ๆ ได้เป็นอย่างดี 

5. ภูเขาหิมะเสวียหลิ่ง (Xueling Snow Valley)

      ภูเขาหิมะแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากฉางไป๋ซาน ที่นี่คือจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเทือกเขาฉางไป๋ซานได้ตลอดทั้งแนว ไฮไลต์อยู่ที่การนั่งรถลากเลื่อนกวางเรนเดียร์หรือสุนัขไซบีเรียน ท่ามกลางป่าหิมะที่หนาทึบ ได้บรรยากาศเหมือนหมู่บ้านซานตาคลอสในแถบนอร์ดิกกันเลยค่ะ นอกจากนี้บนภูเขายังมีบ้านไม้เล็ก ๆ สไตล์รัสเซีย มีร้านให้เราได้นั่งพักจิบชาร้อน ๆ และถ่ายภาพสวย ๆ ฟีลฤดูหนาว ซึ่งภูเขาแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นจุดที่หิมะมีความหนานุ่มและขาวสะอาดที่สุดแห่งหนึ่ง ใจอยากเจอหิมะขาว ๆ หนานุ่มฟู ก็สามารถมาที่ภูเขาหิมะเสวียหลิ่งเมื่อมาทัวร์ฉางไป๋ซานกันได้ค่ะ

6. เล่นสกีและทำกิจกรรมใน Wanda Resort

      Wanda Changbaishan International Resort เป็นสกีรีสอร์ตระดับโลก ซึ่งมีทั้งโรงแรม รีสอร์ท ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ มีกิจกรรมฤดูหนาวให้เลือกหลากหลาย มีลานสกีขนาดใหญ่ซึ่งมีเส้นทางสกีให้เลือกตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงมือโปร พร้อมด้วยระบบเคเบิลคาร์ที่ทันสมัยและวิวภูเขาที่สวยงาม นอกจากสกีแล้วยังมีหมู่บ้านสโนว์บอร์ด สวนน้ำในร่มขนาดใหญ่ มีงานแกะสลักหิมะที่สวยงามในช่วงฤดูหนาว กิจกรรมดูเพนกวินและให้อาหารกวางที่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ และคนรักสัตว์ รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ ตามฤดูกาล เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนแบบครบวงจร โดยเฉพาะผู้ที่มาทัวร์ฉางไป๋ซานกันเป็นหมู่คณะ หรือมากับครอบครัว 

7. นั่งรถสโนว์โมบิลตะลุยยอดเขา

       ยังอยู่กันที่การทัวร์ฉางไป๋ซานในฤดูหนาว สัมผัสประสบการณ์สุดตื่นเต้นด้วยการการนั่งรถสโนว์โมบิล (Snowmobile) ซิ่งฝ่าพายุหิมะขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขาฝั่งตะวันตก เหมาะกับนักท่องเที่ยวสาย Extreme เป็นอย่างมากค่ะ แรงลมเย็น ๆ ที่ปะทะใบหน้า และความเร็วของรถที่ไถลไปบนลานหิมะกว้างใหญ่จะทำให้อะดรีนาลีนของคุณหลั่งไหล หัวใจสูบฉีด ซึ่งการนั่งรถสโนว์โมบิลเป็นวิธีเข้าถึงยอดเขาที่เร็วและสนุกที่สุด เปลี่ยนการเดินทางที่ยากลำบากให้กลายเป็นการผจญภัยสุดตื่นเต้นเร้าใจที่ต้องลองกันสักครั้ง

8. เดินเท้าชมเสาหลักเขตพรมแดนจีน-เกาหลีเหนือ

      ในเขตฝั่งใต้เป็นฝั่งที่อยู่ติดกับเกาหลีเหนือ ถ้าหากมาทัวร์ฉางไป๋ซานในช่วงที่ฝั่งนี้เปิด ก็มีโอกาสได้เดินเท้าไปยังจุดที่ใกล้ชิดพรมแดนที่สุด ซึ่งเป็นจุดที่มีเสาหินสลักตัวอักษรจีนและเกาหลีบ่งบอกเขตอธิปไตย ที่เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คยอดนิยมของฝั่งนี้ ที่นักท่องเที่ยวต่างก็ต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมายืนอยู่บนขอบเขตของสองประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบเคร่งขรึม ที่มีเพียงลวดหนามและทหารยามที่เฝ้าระวังอย่างเคร่งครัดแต่เป็นมิตร

9. ชิมหม้อไฟดินเผาและอาหารป่าแมนจู

       มาทัวร์ฉางไป๋ซานกันทั้งทีนอกจากจะเข้าถึงธรรมชาติแล้ว ท้องของเราก็ต้องเข้าถึงอาหารกันด้วยค่ะ เพราะอาหารเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ฉางไป๋ซาน เมนูที่ต้องลองคือ "หม้อไฟรวมมิตรดินเผา" ที่ใช้ถ่านไม้ให้ความร้อน ใส่ผักป่า เห็ดหลากชนิด และเนื้อสัตว์ท้องถิ่น และน้ำซุปรสชาติเข้มข้นที่ช่วยคลายหนาวได้เป็นอย่างดี รวมถึงอาหารประเภทตุ๋น (Manchu Stew) ที่ใช้หม้อใบใหญ่เคี่ยวจนเข้าเนื้อ รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์นี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการล่าสัตว์มาเป็นอาหาร และวิธีเพิ่มความอบอุ่นของชาวพื้นเมืองเพื่อต่อสู้กับอากาศที่หนาวเย็นระดับติดลบ  

10. ถ่ายรูปชุดพื้นเมืองเกาหลีและแมนจู

        สำหรับใครที่มาทัวร์ฉางไป๋ซาน เมื่อลงจากเขาแล้วลองไปเที่ยวกันต่อที่เมืองเหยียนจี๋ (Yanji) ในเขตปกครองตนเองชนชาติเกาหลีเหยียนเปียน (Yanbian) กันค่ะ ประชากรส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นชาวเกาหลีเชื้อสายจีน ที่ยังคงมีวัฒนธรรมเกาหลีที่เข้มข้น กิจกรรมยอดนิยมของที่นี่คือการเช่าชุดฮันบกของเกาหลี หรือชุดคลุมขนสัตว์แบบชาวแมนจูโบราณมาสวมใส่ เพื่อถ่ายภาพคู่กับสถาปัตยกรรมแบบจีน-เกาหลี หรือถ่ายกลางป่าสนหิมะ การแต่งกายในชุดโบราณเต็มยศที่ตัดกับพื้นหลังสีขาวของหิมะ เป็นอะไรที่ออกมาสวยสุด ๆ ค่ะ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยก็เริ่มนิยมมาเที่ยวที่นี่กันมากขึ้นกันด้วย 

        การเดินทางเที่ยวฉางไป๋ซาน ไม่ใช่แค่การไปดูภูเขา แต่คือการออกไปสัมผัสจิตวิญญาณของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ไม่ว่าจะเลือกไปฝั่งไหน หรือเดินทางในเดือนใด ความงดงามของทะเลสาบเทียนฉือสีน้ำเงินบนยอดเขา และผืนป่าที่กว้างใหญ่ก็ยังคงงดงามอยู่เสมอ และคอยต้อนรับทุกคนด้วยภาพลักษณ์ที่ต่างกันไปในแต่ละ หากอยากเห็นทะเลสาบชัดที่สุดควรมาในฤดูร้อน หากอยากสัมผัสโลกหิมะสุดอลังควรมาในฤดูหนาว ส่วนสายถ่ายภาพต้องไม่พลาดฤดูใบไม้ร่วง และถ้าอยากได้ธรรมชาติสดใหม่แบบไม่วุ่นวาย ฤดูใบไม้ผลิคือคำตอบ แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกฤดูกาลของฉางไป๋ซานนั้น ล้วนแต่งดงามจนทำให้อยากกลับมาเที่ยวซ้ำกันอีกหลายรอบ

จำนวนผู้เข้าชม 13 ครั้ง