เปิดประสบการณ์เที่ยวภูเขาสายรุ้งจางเย่ ผลงานศิลปะของธรรมชาติสุดอลังการ
พาทุกท่านมาทัวร์จางเย่กันที่อุทยานธรณีแห่งชาติ
จางเย่ ตันเซี่ย (Zhangye Danxia National Geological Park) ค่ะ ที่นี่คือภาพวาดอันงดงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์มอบไว้ให้แก่โลก เป็นสถานที่เที่ยวจางเย่ที่หลายคนเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงคว่ำจานสีของพระองค์ลงมา จนทำให้เกิดภูมิประเทศภูเขาสายรุ้งที่สวยสดงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย ในขณะที่นักธรณีวิทยาเองต่างก็ยกย่องภูเขาสายรุ้งจางเย่ว่าเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ว่าแล้วก็ตามเรามาเดินทางสู่มณฑลกานซู่
ประเทศจีน ในครั้งนี้กันค่ะ เพราะเราได้ทำการรวบรวมข้อมูลเที่ยวจางเย่ ที่พร้อมจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับริ้วสีสันพาสเทลที่พาดผ่านเทือกเขาสุดลูกหูลูกตา ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของเส้นทางสายไหมเดิมซึ่งยังคงมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย ณ อุทยานธรณีวิทยาแห่งชาติจางเย่ ตันเซี่ย หรือภูเขาสายรุ้งจางเย่กัน
ข้อมูลเกี่ยวกับภูเขาสายรุ้งจางเย่
ภูเขาสายรุ้งจางเย่ หรือ อุทยานธรณีแห่งชาติจางเย่ ตันเซี่ย” (Zhangye Danxia National Geological Park) ตั้งอยู่ในอำเภอหลินเจ๋อ (Linze) และอำเภอซูหนาน (Sunan) เมืองจางเย่ (Zhangye) มณฑลกานซู (Gansu) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยตั้งอยู่เชิงเขาทางตอนเหนือของเทือกเขาฉีเหลียน (Qilian Mountains) ห่างจากอำเภอหลินเจ๋อไปทางใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 536 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ชมวิวภูเขาสายรุ้งกว่า 200 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ชมวิวหุบเขาน้ำแข็งตันเซี่ยกว่า 300 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคำว่า "Dan Xia" นั้นมาจากคำว่า "丹” (สีแดงสด) และ “霞” (แสงตะวันส่อง) ซึ่งตั้งชื่อตามทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาแห่งนี้ที่นี่ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่แห้งแล้งซึ่งมีความหลากหลายของลักษณะภูมิประเทศมากมาย สันเขาสีแดงเพลิงที่คดเคี้ยวผสมผสานกับรอยพับของภูเขาหลากสีสัน ทำให้อุทยานแห่งนี้ดูคล้ายเป็นทะเลเพลิงขนาดใหญ่ที่มีคลื่นซัดสาด จนได้รับฉายาว่าภูเขาสีรุ้งของจีน และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 สิ่งมหัศจรรย์ทางภูมิศาสตร์ของโลก โดย National Geographic อีกด้วย
การค้นพบภูเขาสายรุ้ง จางเย่
ในปี ค.ศ. 2000 นักข่าวและเกษตรกรชื่อเหลยอี้ซิง (Lei Yixing) ในอำเภอเหลยเจ๋อ ได้ค้นพบภูมิประเทศมหัศจรรย์ที่เรียกว่า จางเย่ ตันเซี่ย (Zhangye Danxia Landform) และได้ทำการรายงานเรื่องนี้ลงในสื่อหนังสือพิมพ์ ภาพที่ปรากฏออกมาทำให้ผู้คนต่างตกตะลึงในความงดงามอันน่าอัศจรรย์นั้น และภูมิประเทศที่น่าทึ่งนี้ก็ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาทัวร์จางเย่ เพื่อสำรวจและพิสูจน์ภูมิทัศน์ที่หาได้ยากนี้ด้วยตาตนเอง ในปัจจุบันภูเขาสายรุ้งจางเย่ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “อุทยานธรณีวิทยาภูมิประเทศจางเย่ตันเซี่ย” (Zhangye Danxia Landform Geographical Park) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า อุทยานธรณีแห่งชาติจางเย่ ตันเซี่ย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกในปี ค.ศ. 2020
สีสันของภูเขาสายรุ้งจางเย่ เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ภูเขาสายรุ้งจางเย่มีชื่อเสียงในเรื่องของเทือกเขาหินหลากสีสันที่งดงามตระการตา โดยมีสีที่ผสมผสานระหว่าง แดง เหลือง น้ำเงิน ขาว เขียว อันเกิดจากการสะสมตัวของแร่ธาตุที่มีสีสันแตกต่างกัน และเกิดการทับซ้อนกันของชั้นหินที่อัดแน่นจนกลายเป็นภูเขาหิน ซึ่งใช้เวลานานกว่า 24 ล้านปี ในขณะเดียวกันการชนกันระหว่างแผ่นเปลือกโลก ก็ทำให้ภูเขาเหล่าเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างกลายเป็นแนวริ้วคลื่นที่สวยงาม นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ลม ฝน แสงแดด และกาลเวลา ก็ได้ร่วมกันแกะสลักภูเขาเหล่านี้ให้มีรูปร่าง สีสัน ลวดลาย และขนาดที่แตกต่างกัน กลายเป็นทัศนียภาพที่งดงามชวนตะลึงอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน
การท่องเที่ยวในภูเขาสายรุ้งจางเย่
การทัวร์จางเย่ที่ภูเขาสายรุ้ง หรืออุทยานธรณีแห่งชาติจางเย่ ตันเซี่ย นั้นเรียบง่ายมากค่ะ เพราะโดยหลัก ๆ แล้วก็คือการชมทัศนียภาพของภูเขาสายรุ้งอันงดงามจากจุดชมวิวต่าง ๆ รวมไปถึงการเดินบนเส้นทางที่ได้จัดเตรียมเอาไว้จากจุดชมวิวหนึ่งไปยังจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จางเย่ได้เพลิดเพลินไปกับสภาพภูมิทัศน์อันงดงามของภูเขาสายรุ้งกันได้อย่างเต็มที่ โดยจะมีการสร้างจุดชมวิวหลัก ๆ เอาไว้ 4 แห่งบนยอดเขา ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จางเย่จะต้องเดินขึ้นบันไดหลายขั้นเพื่อไปยังจุดชมวิว แต่เนื่องจากภูมิประเทศของที่นี่กว้างขวางมากจึงทำให้ระยะห่างระหว่างจุดชมวิวค่อนข้างไกลกันมาก ดังนั้นไม่แนะนำให้ทำการเดินด้วยตนเอง เพราะสภาพอากาศของที่นี่ทั้งอุณหภูมิสูง แห้งแล้ง และมีแสงแดดจัด ควรใช้รถบัสท่องเที่ยวเพื่อเดินทางไประหว่างจุดชมวิวต่าง ๆ จะเป็นการดีที่สุดค่ะ
จุดชมวิวในภูเขาสายรุ้งจางเย่
ภูเขาสายรุ้งจางเย่มีทางเข้าทั้งหมด 3 ประตู ได้แก่ ประตูทิศตะวันตก ประตูทิศเหนือ และประตูทิศตะวันออก โดยประตูทิศตะวันตกจะเป็นประตูที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด ซึ่งเราสามารถซื้อตั๋วใบเดียวเพื่อเข้าชมภูเขาสายรุ้งได้ตั้งแต่จุดชมวิวที่ 1 ถึง 4 แต่ถ้าหากต้องการเข้าเข้าไปชมยังจุดชมวิวที่สูงกว่าจะต้องซื้อตั๋วอีกใบเพื่อการสำรวจที่ละเอียดมากขึ้นค่ะ โดยที่ตั้งของจุดชมวิวต่าง ๆ แนะนำให้หาแผนที่ประกอบเพิ่มเติมจะได้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น
- จุดชมวิวหมายเลข 1 (จุดชมวิวทะเลหมอกหลากสี) เป็นจุดชมวิวที่ใหญ่ที่สุด ให้ทัศนียภาพแบบพาโนรามาของภูเขาสายรุ้ง ซึ่งเป็นจุดที่สามารถชมความงดงามของคลื่นภูเขาหลากสีสันที่มีรูปร่างต่าง ๆ ตามจินตนาการ เช่น พระสงฆ์กราบไหว้พระพุทธเจ้า เมฆลอยหลากสีสัน หอยยักษ์ แท่นบูชาบรรพบุรุษ ระเบียงเซียน และลิงมองทะเล เป็นต้น
- จุดชมวิวหมายเลข 2 (เทพธิดาหลากสีสัน) จุดนี้จะมีพื้นที่เล็กกว่า แต่มีสีสันสดใสและงดงามมากกว่า เป็นจุดที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมทิวทัศน์มุมสูงของภูเขาสายรุ้ง โดยจะต้องปีนบันได 666 ขั้นเพื่อไปถึงด้านบน ใครจะมาที่จุดนี้ต้องฟิตร่างกายกันดี ๆ เลยค่ะ โดยเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภูเขาเจ้าหญิงนิทรา ที่มีรูปทรงและสีสันอันงดงาม ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
- จุดชมวิวหมายเลข 3 (จุดชมวิวผ้าไหมหลากสี) เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนสันเขา สามารถเดินไปตามทางเดินเพื่อชมทิวทัศน์ของภูเขาสายรุ้งกันได้ ซึ่งเรือนเขาทั้งสองฝั่งจะถูกปกคลุมไปด้วยริ้วสีแดง ขาว เหลือง ที่กระจายตัวกันอย่างสม่ำเสมอคล้ายกับผ้าไหมอันงดงามที่คลุมอยู่บนภูเขา และเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภูเขาพัดเจ็ดสีอันโด่งดัง
- จุดชมวิวหมายเลข 4 (จุดชมวิวเมฆหลากสี) ว่ากันว่าจุดนี้เป็นจุดชมวิวที่มีทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในเขตอุทยานค่ะ ตั้งอยู่บนสันเขาที่ทอดยาวจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก เมื่อยืนอยู่บนสันเขาและมองไปทางทิศใต้ จะมองเห็นสีสันอันหลากหลายของภูเขาสีรุ้งหรือภูเขาฉีไฉ่ซาน หรือที่เรียกกันว่าภูเขาเจ็ดสี และภายใต้แสงอาทิตย์ในยามเย็น จะสามารถเห็นทิวทัศน์เป็นรูปทรงต่าง ๆ เช่น มังกรเล่นไฟ เต่าเชิดฟ้า และพระราชวังโปตาลาน้อย และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ยอดเยี่ยมอีกด้วยค่ะ
เส้นทางพิเศษของจุดชมวิวในภูเขาสายรุ้งจางเย่
นอกจากจุดชมวิวที่ 1-4 ซึ่งเป็นจุดชมวิวหลักสำหรับนักท่องเที่ยวตามปกติแล้ว หากใครที่อยากสำรวจภูเขาสายรุ้งจางเย่เพิ่มเติมอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ก็จะมีโซนสำหรับผู้ที่ซื้อตั๋ว Deep Tour (VIP) หรือตั๋วเส้นทางพิเศษ (Premium Route) ไปยังจุดชมวิวที่ 5-9 ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงกว่าและต้องจ่ายเพิ่มต่างหาก โดยจะมีการใช้รถ SUV หรือรถบัสขนาดเล็กสำหรับนำเที่ยวโดยเฉพาะพร้อมไกด์นำเที่ยว ซึ่งในโซนนี้จะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ของภูเขาสายรุ้งจางเย่ที่ซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของอุทยาน ที่มีทิวทัศน์งดงามมากกว่า มีความเป็นส่วนตัว และได้สัมผัสกับทัศนียภาพของภูเขาสายรุ้งอย่างใกล้ชิดมากกว่า โดยเฉพาะบริเวณจุดชมวิวหมายเลข 7 ที่สามารถมองเห็นภูมิประเทศของภูเขาสายรุ้งที่มีสีสันสดใสและงดงามมากที่สุด
กิจกรรมพิเศษที่ภูเขาสายรุ้งจางเย่
- ทะยานฟ้ากับบอลลูนยักษ์ (Hot Air Ballooning): เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ทำให้หลายคนนึกถึงการขึ้นบอลลูนที่คับปาโดเกียในตุรกีเลยค่ะ บอลลูนยักษ์จะพาคุณลอยไปเหนือหุบเขาสีรุ้ง ในระดับความสูงที่สามารถมองเห็นริ้วสีของภูเขาทอดยาวสุดสายตา ในมุมมองแบบ Bird’s-eye View ที่หาไม่ได้จากจุดชมวิวบนดิน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 200-300 หยวนต่อคน
- ทัวร์ออฟโรดด้วยรถ SUV (Deep Adventure Off-Road): เป็นกิจกรรมสำหรับผู้ที่เลือกทัวร์เส้นทางพิเศษ ซึ่งมักจะอยู่รวมในแพ็คเกจ Deep Tour VIP มีค่าใช้จ่ายประมาณ 300-500 หยวน รถ SUV ขับเคลื่อน 4 ล้อจะพาคุณบุกไปในเส้นทางที่รถบัสเข้าไม่ถึง ทำให้เราได้สัมผัสกับภูเขาสายรุ้งได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับบริการถ่ายภาพส่วนตัวโดยคนขับที่รู้มุมกล้องสวย ๆ กันด้วยค่ะ
- เหินเวหาด้วยพารามอเตอร์ (Powered Paragliding): กิจกรรมนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแรงลมค่ะ โดยที่เราจะบินไปกับนักบินผู้เชี่ยวชาญบนพารามอเตอร์ โฉบไปตามซอกหลืบของหุบเขาและหน้าผากสีรุ้ง มีค่าใช้จ่ายประมาณ 400-600 หยวนต่อเที่ยว
- การแสดงโชว์แสงสีเสียง "A Thousand Degrees of Danxia": การแสดงสุดอลังการที่บอกเล่าเรื่องราวตำนานความเชื่อท้องถิ่น โดยใช้เทคนิค 3D Mapping ฉายภาพลงบนหน้าผา ประกอบกับนักแสดงนับร้อยชีวิต แสง เลเซอร์ และเอฟเฟกต์ม่านน้ำ การแสดงจะเริ่มขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดิน โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 200-300 หยวน
- กิจกรรมล่าทางช้างเผือก (Milky Way Hunting): เนื่องจากจางเย่นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งมีมลภาวะทางแสงต่ำมาก หากมาทัวร์จางเย่แล้วพักอยู่ในหมู่บ้านหน้าอุทยาน (Danxia Town) หรือโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียง ในคืนเดือนมืดที่ฟ้าเปิด เราจะสามารถมองเห็นทางช้างเผือกทอดผ่านเหนือยอดเขาสีรุ้งกันได้ เป็นภาพที่มหัศจรรย์ราวกับไม่ได้อยู่บนโลกกันเลยค่ะ
เที่ยวภูเขาสายรุ้งจางเย่ช่วงไหนสวยสุด?
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมภูเขาสายรุ้งจางเย่ คือในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม หรือในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะเป็นช่วงที่สภาพอากาศกำลังสบาย มีปริมาณน้ำฝนปานกลางจึงช่วยลดอุณหภูมิสูงของพื้นที่ได้ และที่สำคัญคือหลังจากฝนตกสีสันของภูเขาสายรุ้งจะเข้มขึ้น ทำให้สามารถมองเห็นเฉดสีต่าง ๆ ตัดกันได้อย่างชัดเจนสวยงาม ในขณะที่เดือนอื่น ๆ มักจะแห้งแล้งและมีลมแรง และสีของภูเขาไม่ค่อยชัดเจนมากนัก ส่วนฤดูหนาวนั้นอากาศหนาวจัดแบบติดลบ มีลมแรง และมีหิมะปกคลุม จึงไม่เหมาะที่จะมาเที่ยวจางเย่กันในช่วงนี้ค่ะ แต่ถ้าใครอยากได้ภาพของภูเขาสายรุ้งที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ก็ลองวางแผนมาทัวร์จางเย่กันในช่วงนี้ได้
สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวจางเย่เพื่อชมภูเขาสายรุ้ง คือในช่วงเช้าตรู่และช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอุณหภูมิจะไม่ร้อนจัดและจะเห็นสีสันที่สดใสกว่า โดยช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดคือช่วงพระอาทิตย์ตกดินค่ะ แสงสีทองส่องประกายฉาบลงบนภูเขาหลากสีสัน กลายเป็นภาพทิวทัศน์ที่งดงามตราตรึงใจอย่างมาก
การเดินทางไปจางเย่
จางเย่เป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในเส้นทางแห้งแล้งทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน การเดินทางจึงค่อนข้างจำกัดอยู่พอสมควร วิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางไปยังจางเย่คือไปที่หลานโจวหรือซีอานก่อน แล้วจึงเดินทางไปยังจางเย่โดยเครื่องบินหรือรถไฟ จากนั้นสามารถเรียกบริการรถแท็กซี่หรือนั่งรถบัสโดยสารเพื่อไปยังภูเขาสายรุ้งจางเย่ แต่ถ้าจะให้สะดวกที่สุดคือการซื้อโปรแกรมทัวร์จางเย่ หรือมองหาทัวร์จีนราคาถูกจางเย่ เพื่อมาเที่ยวภูเขาสายรุ้งกับบริษัททัวร์ค่ะ
ค่าตั๋วเข้าชมภูเขาสายรุ้งจางเย่
- ค่าตั๋วเข้าชมภูเขาสายรุ้งในเส้นทางปกติ: ราคาประมาณ 93 หยวนต่อคน (รวมค่าเข้าชมและค่าโดยสารรถบัสชมวิว)
- ค่าตั๋วเข้าชมเส้นทางพิเศษแบบ Deep Tour VIP: ประมาณ 368 หยวนต่อคน (รวมค่าเข้าชมและค่าโดยสารรถบัสชมวิว)
- เวลาเปิดทำการ : 1 พฤษภาคม ถึง 10 ตุลาคม 6:00 - 20:00 น. (ไม่อนุญาตให้เข้าหลัง 19:00 น.) 11 ตุลาคม ถึง 30 เมษายน ปีถัดไป 7:00 - 19:00 น. (ระหว่างวันที่ 1-20 มีนาคม 2025 เวลาทำการอาจปรับเป็น 7:30-17:00 น. และอาจปิดรับเข้าชมตั้งแต่ 16:00 น.) แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนวางแผนทัวร์จางเย่
การเดินทางมาทัวร์จางเย่ที่ภูเขาสายรุ้ง คือการพาตัวเราเข้ามาสัมผัสกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ใช้เวลาบ่มเพาะมายาวนานหลายล้านปี เพื่อปรากฏเป็นทิวทัศน์สุดอัศจรรย์ให้เราได้เห็นกันในปัจจุบัน การได้มายืนอยู่ท่ามกลางภูเขาหลากสีสันที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทำให้เราได้ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและกาลเวลาที่ร่วมกันสร้างสรรค์ความมหัศจรรย์ให้กับโลกใบนี้ ใครที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นด้วยความล้ำค่าทางด้านธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ของเส้นทางสายไหม รวมไปถึงทิวทัศน์อันงดงามแบบ landscape อุทยานธรณีแห่งชาติจางเย่ ตันเซี่ย หรือภูเขาสายรุ้งจางเย่แห่งนี้ คือคำตอบที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาเยือนให้ได้ด้วยตนเองกันสักครั้งค่ะ