ปักหมุดแลนด์มาร์คกุ้ยหยาง เมืองแห่งขุนเขา สายน้ำ สายหมอก และวัฒนธรรมที่มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว
ทริปนี้ขอพาทุกคนไป
ทัวร์กุ้ยหยาง เมืองเอกของมณฑลกุ้ยโจวที่อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนกันค่ะ เพราะที่นี่เป็นเมืองที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีเหมาะกับการหลบร้อน และมีสถานที่ท่องเที่ยวสุด unseen อย่างน้ำตกหวงกว่อซู่ เมืองโบราณชิงเหยียน หมู่บ้านโบราณวู่เจี้ยงจ้าย และวัฒนธรรมชนเผ่าที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นการท่องเที่ยวที่ให้เราเก็บประสบการณ์ได้แบบครบทุกมิติกันเลยค่ะ ที่สำคัญการเดินทางไปเที่ยวกุ้ยหยางนั้นสามารถบินตรงจากไทยได้เลย เป็นอีกทริปเที่ยวจีนที่ง่ายและสะดวกสบาย ใครที่กำลังวางแผนจัดทริปทัวร์กุ้ยหยางกันอยู่ เราก็ได้รวบรวมข้อมูลเที่ยวกุ้ยหยาง และแลนด์มาร์คที่ห้ามพลาดมาฝากกันค่ะ ว่าแล้วก็ตามมาทัวร์กุ้ยหยางกับเรากันเลยค่ะ
รู้จักกุ้ยหยาง เมืองแห่งขุนเขา สายน้ำ และสายหมอก
กุ้ยหยาง (Guiyang) เป็นเมืองหลวงของมณฑลกุ้ยโจวทางตอนใต้ของประเทศจีน โดดเด่นด้วยภูมิประเทศแบบคาร์สต์ (Karst) ซึ่งเต็มไปด้วยเขาหินปูนรูปร่างต่าง ๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝน ทำให้มียอดเขารูปทรงแปลกตา ถ้ำขนาดใหญ่ และหุบเขาลึกกระจายอยู่ทั่วเมือง ภูมิประเทศที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาและสายน้ำของกุ้ยหลิน ทำให้ได้รับฉายาว่า "เมืองในป่าไม้" กลายเป็นเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของผู้ที่ต้องการหนีความวุ่นวายมาสูดอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติอันงดงาม
เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้และภูเขา มีภูมิอากาศเป็นแบบกึ่งมรสุมเขตร้อน ความแตกต่างของฤดูกาลไม่ค่อยชัดเจน กุ้ยหยางจึงมีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี จนทำให้เมืองนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการพักร้อนของจีนกันเลยค่ะ นอกจากนี้กุ้ยหยางยังเป็นศูนย์รวมตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งในจีน โดยมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่มากกว่า 17 ชนเผ่า ที่ยังคงรักษาสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
เที่ยวกุ้ยหยางเดือนไหนสวยสุด?
เมืองกุ้ยหยางมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบายเหมาะแก่การท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนเกินไป ฤดูหนาวก็ไม่หนาวจัด นักท่องเที่ยวจึงสามารถเลือกวางแผนมาทัวร์กุ้ยหยางได้ตามความต้องการกันเลยค่ะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.) อุณหภูมิประมาณ 10 - 20 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่งทั่วเมือง และเป็นช่วงที่มีเทศกาลดั้งเดิมของชาวม้ง (Miao) และชาวปู้อี้ (Buyi) มากที่สุด
- ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.) อุณหภูมิประมาณ 20 - 26 องศาเซลเซียส ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุด (High Season) ในการทัวร์กุ้ยหยางค่ะ ช่วงนี้น้ำตกหวงกว่อซู่จะมีปริมาณน้ำมหาศาลและสวยงามอลังการที่สุด เหมาะกับการเดินป่า ล่องแก่งและเที่ยวถ้ำต่าง ๆ
- ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.) อุณหภูมิประมาณ 10 - 18 องศาเซลเซียส ในช่วงนี้ท้องฟ้าสดใส ฝนตกน้อยลง อากาศเย็นสบายและไม่ชื้นจนเกินไป เป็นช่วงที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี เหมาะกับการไปเดินเล่นชมเมือง
- ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.) อุณหภูมิประมาณ 0 - 8 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวถือเป็นช่วง Low Season ของกุ้ยหยาง อากาศหนาวชื้น มักจะมีฝนปรอย ๆ มีหมอกหนาและลมพัดแรง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาทัวร์จีนราคาถูก เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อย สามารถเดินเล่นชมเมืองแบบมีหมอกจาง ๆ ได้แบบสบาย ๆ
ปักหมุด 9 ที่เที่ยวกุ้ยหยาง เก็บครบทุกแลนด์มาร์ค
1. อุทยานแห่งชาติฟานจิงซาน (Fanjingshan)
แหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของประเทศจีน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ในเทือกเขาหวู่หลิง (Wuling) ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองกุ้ยหยาง ที่นี่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา 1 ใน 5 ของจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดเฉิงเอิน (Cheng'en Temple) เป็นวัดเก่าแก่สมัยราชวงศ์หมิง อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณยอดเขาพุทธทองคำ (Red Cloud Golden Summit) ยอดเขาหินโดดเดี่ยวที่พุ่งขึ้นเสียดฟ้าท่ามกลางทะเลหมอก ซึ่งถูกแยกออกจากกันเป็นสองซีกโดยรอยแตกตามธรรมชาติ และมีสะพานหินทอดเชื่อมระหว่างวัดบนยอดเขา นอกจากนี้ยังมีเขาหินปูนลักษณะคล้ายดอกเห็ดเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นสถานที่ซึ่งให้เราได้สัมผัสกับความศรัทธาอันแรงกล้า พร้อมชมวิวจากมุมสูงที่งดงามตระการตา นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์กุ้ยหยางสามารถขึ้นมาบนยอดเชาได้โดยใช้บริการเคเบิลคาร์ หรือจะเลือกเดินขึ้นบันได 8,000 ขั้นมายังยอดเขากันก็ได้ค่ะ
2. หอเจี่ยเชี่ยวโหลว (Jiaxiu Building)
สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 3A ของจีน สัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองกุ้ยหยางที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้กำลังใจแก่เหล่านักปราชญ์และบัณฑิตในท้องถิ่นให้ประสบความสำเร็จในการสอบขุนนาง หอแห่งนี้ตั้งอยู่กลางแม่น้ำหนานหมิง (Nanming River) บนโขดหินขนาดใหญ่ และเชื่อมกับฝั่งด้วยสะพานหินโบราณ สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1598) โดยโครงสร้างที่เราเห็นในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการสร้างใหม่ในช่วงปลายราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1909) คำว่า “เจี่ยเชี่ยว” ในภาษาจีนมีความหมายว่า "ผู้เป็นเลิศและมีความสามารถที่สุดในใต้หล้า" ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมไม้สามชั้นหลังคาซ้อนแบบจีนดั้งเดิม เมื่อยามค่ำคืนจะมีการประดับไฟสะท้อนผืนน้ำอย่างสวยงาม ภายในจัดแสดงนิทรรศการทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมและแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาทัวร์กุ้ยหยาง
3. เมืองโบราณชิงเหยียน (Qingyan Ancient Town)
สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A อีกแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกุ้ยหยาง ที่นี่เป็นหนึ่งในสี่เมืองโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดของมณฑลกุ้ยโจว มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี เดิมทีถูกสร้างเป็นป้อมปราการทางทหารในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1378) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สร้างจากหินเป็นหลัก ทั้งกำแพงเมืองโบราณ ถนนหินโบราณที่คดเคี้ยว บ้านเรือนไม้และอาคารสไตล์ราชวงศ์หมิง–ชิงที่เรียงรายสองข้างทาง และซุ้มประตูแกะสลักหินอันประณีต ภายในเมืองเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา ที่มีทั้งวัดพุทธ อารามเต๋า และโบสถ์คริสต์ ตั้งอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน จุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาทัวร์กุ้ยหยางกันที่นี่คือบริเวณถนนสายหลัง ซึ่งเป็นตรอกกำแพงหินที่ถ่ายรูปสวยที่สุด รวมไปถึงการลิ้มลองเมนูขึ้นชื่ออย่าง ขาหมูจวงหยวน และเต้าหู้ย่างชิงเหยียน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเช่าชุดจีนโบราณและแต่งหน้าสวย ๆ มาถ่ายรูปภายในเมืองโบราณแห่งนี้กันได้ค่ะ
4. ถนนคนเดินชิงหยุ่น (Qingyun Pedestrian Street)
สถานที่ห้ามพลาดสำหรับสายกินและผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศคึกคักในยามค่ำคืน ถนนสายนี้มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตหนานหมิง (Nanming) เดิมทีที่นี่ก็เป็นตลาดกลางคืนเก่าแก่ตั้งแต่ยุค 80 กันแล้วค่ะ แต่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ดูทันสมัยวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น กลายเป็นถนนคนเดินแนวอาร์ตและวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่เต็มไปด้วยภาพวาดกราฟิตี้บนกำแพงอิฐเก่า การตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลย้อนยุค ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้แวะมาเช็คอินและถ่ายรูปกันที่นี่ หัวใจหลักของถนนสายนี้คืออาหารสตรีทฟู้ด ที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของสายกินกันเลยค่ะ เพราะเต็มไปด้วยร้านอาหารและแผงลอยรวมกันกว่า 300 ร้าน ที่รวบรวมเมนูเด็ดจากทั่วกุ้ยโจวเอาไว้ในที่เดียว นอกจากร้านอาหารแล้วก็ยังมีร้านขายของที่ระลึก งานคราฟต์ทำมือ สตูดิโอศิลปะ พอตกกลางคืนที่นี่จะยิ่งคึกคักค่ะ ร้านรวงต่าง ๆ เริ่มเปิดไฟสว่างไสว มีการแสดงดนตรีสด การแสดงเปิดหมวก รวมไปถึงบาร์ที่มีคราฟเบียร์ให้เราได้นั่งชิวท่ามกลางอากาศเย็น ๆ ของกุ้ยหยางกันด้วย
5. น้ำตกหวงกว่อซู (Huangguoshu Waterfall)
แลนด์มาร์คสำคัญของกุ้ยหยางที่ไม่ควรพลาด น้ำตกหวงกว่อซู (Huangguoshu Waterfall) สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ราชาแห่งสายน้ำที่ทำให้มณฑลกุ้ยโจวและเมืองกุ้ยหยางมีชื่อเสียงโด่งดัง ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในจีน หากแต่ยังเป็นกลุ่มน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นน้ำตกเพียงแห่งเดียวในโลกที่สามารถชมความงามได้จาก 6 ทิศทาง ตัวน้ำตกหลักมีความสูง 77.8 เมตร กว้าง 101 เมตร โดยมีจุดเช็คอินหลักได้แก่ น้ำตกหลักหวงกว่อซู (Great Waterfall) ที่มีถ้ำธรรมชาติทอดตัวอยู่ด้านหลังม่านน้ำตก ที่สามารถเดินเข้าไปสัมผัสกับละอองน้ำและสามารถมองเห็นรุ้งกินน้ำได้ในวันที่ฟ้าเปิด สะพานดาวตก (Tianxingqiao Scenic Area) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีทางเดินหินลัดเลาะผ่านสวนหินปูน ที่มีรากไม้เกาะเกี่ยว และถ้ำหินงอกหินย้อย เป็นจุดที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์กันเลยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีน้ำตกโต่วโผ่ถัง (Doupotang Waterfall) ซึ่งเป็นฉากเปิดในตำนานของซีรีย์ดังเรื่อง ไซอิ๋ว" ตอนที่พระถังซัมจั๋งและลูกศิษย์เดินข้ามน้ำตกกันอีกด้วย
6. หุบเขาบ่อน้ำเทวดา (Tianhe Pool Scenic Area)
หุบเขาบ่อน้ำเทวดา หรือเทียนเหอถาน (Tianhetan Scenic Area) ที่แปลว่า “สระน้ำแห่งสวรรค์” สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ที่รวมเอาความมหัศจรรย์ของภูมิประเทศ แบบคาร์สต์ (Karst) มาไว้ในที่เดียว ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกุ้ยหยางไปเพียง 24 กิโลเมตร ทำให้ที่นี่เป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมสำหรับคนที่มาทัวร์กุ้ยหยาง แล้วอยากสัมผัสธรรมชาติแบบจัดเต็มโดยที่ไม่ต้องเดินทางไกล ไฮไลต์ของพื้นที่คือทะเลสาบเทียนเหอหรือบ่อน้ำเทวดาอันเงียบสงบ ที่ล้อมรอบไปด้วยหน้าผาเห็นและป่าไม้เขียวชอุ่ม โดยมีกิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการนั่งเรือลำเล็กลัดเลาะเข้าไปในถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสะท้อนกับแสงไฟอันงดงาม การสำรวจถ้ำขนาดใหญ่ที่มีทางเดินวนเชื่อมต่อกันหลายชั้น ชมสะพานหินที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะตามธรรมชาติที่เชื่อมระหว่างขุนเขา สำรวจธรรมชาติอย่างใกล้ชิดบนทางเดินไม้และสะพานเลียบหน้าผา และสัมผัสความตื่นเต้นกับกิจกรรมซิปไลน์ข้ามหุบเขา สะพานกระจกที่ให้ได้เดินพิสูจน์ความกล้า ท่ามกลางวิวหุบเขาแบบ 360 องศา รวมไปถึงสไลเดอร์สำหรับการลงเขาสุดตื่นเต้น
7. หมู่บ้านโบราณวู่เจี้ยงจ้าย (Wujiangzhai Village)
สัมผัสบรรยากาศแบบเวนิสแห่งกุ้ยโจว และความอลังการของแสงสียามค่ำคืนที่หมู่บ้านโบราณวู่เจี้ยงจ้าย (Wujiangzhai) หมู่บ้านโบราณริมแม่น้ำอู่เจียง (Wujiang River) ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานธรรมชาติอย่างลงตัว ตัวหมู่บ้านตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและสายน้ำ บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมไม้แบบจีนดั้งเดิม หลังคากระเบื้องสีเข้ม และสะพานหินที่ทอดข้ามลำธาร ที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตชนบททางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้อย่างงดงาม จุดเด่นหมู่บ้านแห่งนี้คือทัศนียภาพยามค่ำคืน เมื่ออาคารทั้งหมู่บ้านประดับไฟสีทองส้มสะท้อนผิวน้ำ กลายเป็นภาพงดงามราวกับเมืองโบราณในนิยาย นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมวิวแม่น้ำ เดินเล่นตามตรอกซอกซอย ชมการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น และลองทำงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมด้วยตนเอง หมู่บ้านแห่งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในกุ้ยโจว ทั้งด้านศิลปะ อาหาร และประเพณี เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนกุ้ยหยางค่ะ
8. สวนสาธารณะเฉียนหลิง (Qianling Park)
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองกุ้ยหยาง พื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว จุดเด่นของที่นี่คือภูเขาเฉียนหลิง (Qianling Mountain) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในพื้นที่สวน ภายในสวนสาธารณะมีทั้งทะเลสาบ น้ำตก ทางเดินเลียบภูเขา และศาลาพักผ่อนกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น สดชื่น และเงียบสงบ แม้อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง โดยมีวัดหงฝู (Hongfu Temple) วัดพุทธเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ที่ให้นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นสามารถเดินขึ้นบันไดหรือขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปสักการะขอพร และชมวิวของเมืองกุ้ยหยางจากมุมสูง และอีกจุดเด่นของสวนสาธารณะแห่งนี้คือฝูงลิงป่าที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ที่ช่วยสร้างความคึกคักให้กับสวนสาธารณะได้เป็นอย่างดี แต่ต้องระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัวกันสักหน่อยเพราะลิงอาจหยิบเอาไปได้ เป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสำหรับการมาเดินเล่น ออกกำลังกาย พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และสัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของผู้คนในเมือง
9. หมู่บ้านม้งพันครอบครัวแห่งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village)
พาออกนอกกุ้ยหยางไปทางตะวันออกประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อไปเยือนหมู่บ้านชาวม้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกกันค่ะ หมู่บ้านม้งพันครอบครัวแห่งซีเจียง (Xijiang Qianhu Miao Village) คือหมู่บ้านชาวม้งหรือชนเผ่าเหมียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและนาขั้นบันไดในอำเภอเหลยซาน (Leishan) สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ที่รวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมของชาวม้งไว้อย่างเข้มข้นและอลังการที่สุด หมู่บ้านแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่า 5,000 ปี และยังคงรักษาขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และภาษาของชาวม้งไว้อย่างเข้มแข็ง นักท่องเที่ยวสามารถชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง การเต้นรำในชุดประจำเผ่าที่ประดับเครื่องเงินอันวิจิตร รวมถึงเรียนรู้วิถีชีวิต งานปักผ้า และงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม มีจุดชมวิวบนเนินเขาด้านบนหมู่บ้านที่มอบวิวชมหมู่บ้านแบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงเย็นเมื่อแสงไฟจากบ้านเรือนนับพันดวงส่องสว่างทั่วหุบเขา ทำให้ที่นี่งดงามราวกับทะเลดาวบนพื้นดิน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมชนเผ่าม้ง ร้านอาหารท้องถิ่น และที่พักแบบโฮมสเตย์ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้านกันได้อย่างใกล้ชิด
การไปทัวร์กุ้ยหยางคือการเดินทางที่ผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เป็นเมืองที่ให้เราได้สัมผัสถึงแต่ความยิ่งใหญ่ของอุทยานแห่งชาติฟานจิงซาน เสน่ห์เมืองโบราณชิงเหยียน ความคึกคักของถนนคนเดินชิงหยุ่น ไปจนถึงวิถีชนเผ่าของหมู่บ้านม้งพันครอบครัวแห่งซีเจียง ทุกสถานที่ล้วนสะท้อนเอกลักษณ์ของมณฑลกุ้ยโจวได้อย่างชัดเจน แม้ว่ากุ้ยหยางอาจไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวกระแสหลักของจีน แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงใจ อากาศบริสุทธิ์เย็นสบาย และประสบการณ์แปลกใหม่ที่หาไม่ได้จากที่อื่น เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับคนที่อยากเปิดมุมมองใหม่ ๆ ในการทัวร์จีน และกลับบ้านพร้อมความทรงจำที่ทั้งงดงามและอิ่มเอมใจ