ปักหมุดเที่ยวกวางโจว รวมพิกัด กิน-เที่ยว-ช้อป ครบทุกสไตล์ในทริปเดียว!
พาทุกท่านมา
ทัวร์กวางโจว สัมผัสเสน่ห์อันไร้กาลเวลาที่อนาคตได้เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 2,000 ปี ได้อย่างน่าทึ่ง เมืองใหญ่ของจีนตอนใต้ที่มีทั้งเสน่ห์ของประวัติศาสตร์และความทันสมัยอยู่ในที่เดียว จากเมืองท่าเก่าแก่ริมแม่น้ำที่เป็นประตูการค้าอันรุ่งเรืองในอดีต สู่การเติบโตกลายเป็นมหานครแห่งอนาคตที่ทันสมัย เต็มไปด้วยตึกระฟ้า แหล่งช้อปปิ้งระดับโลก อาคารแลนด์มาร์คสมัยใหม่ และย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิค ที่ผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คน วัฒนธรรมกวางตุ้งที่โดดเด่น และติ่มซำต้นตำรับได้อย่างลงตัว ใครที่กำลังวางแผนทัวร์กวางโจวกันอยู่ เราก็ได้รวบรวมข้อมูลเที่ยวกวางโจวเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทริปสนุก ๆ ครบทุกสไตล์ ทั้งกิน เที่ยว ช้อป มาฝากกันค่ะ
ทำความรู้จัก "กวางโจว" มหานครแห่งจีนตอนใต้
กวางโจว (Guangzhou) หรือเมืองแพะห้าตัว เป็นมหานครริมแม่น้ำไข่มุก (Pearl River) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ในฐานะเมืองท่าสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล ทำให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางการค้าและอารยธรรมกวางตุ้งที่เข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เสน่ห์ของเมืองนี้คือการผสมผสานระหว่างโลกยุคเก่าและยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ทำให้เมื่อมาทัวร์กวางโจว เราสามารถชื่นชมความล้ำสมัยของตึกระฟ้า และหอคอยแคนตันทาวเวอร์ที่บิดเกลียวสวยงามในย่านธุรกิจใหม่ ไปพร้อมกับการเดินทอดน่องในเกาะซาเหมี่ยนที่มีสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิก หรือย้อนรอยประวัติศาสตร์ที่สถาบันตระกูลเฉินและสุสานกษัตริย์หนานเยว่กันได้ เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้ครบทุกสไตล์กันเลยค่ะ
ทำความรู้จัก "กวางโจว" มหานครแห่งจีนตอนใต้
กวางโจว (Guangzhou) หรือเมืองแพะห้าตัว เป็นมหานครริมแม่น้ำไข่มุก (Pearl River) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ในฐานะเมืองท่าสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล ทำให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางการค้าและอารยธรรมกวางตุ้งที่เข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เสน่ห์ของเมืองนี้คือการผสมผสานระหว่างโลกยุคเก่าและยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ทำให้เมื่อมาทัวร์กวางโจว เราสามารถชื่นชมความล้ำสมัยของตึกระฟ้า และหอคอยแคนตันทาวเวอร์ที่บิดเกลียวสวยงามในย่านธุรกิจใหม่ ไปพร้อมกับการเดินทอดน่องในเกาะซาเหมี่ยนที่มีสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิก หรือย้อนรอยประวัติศาสตร์ที่สถาบันตระกูลเฉินและสุสานกษัตริย์หนานเยว่กันได้ เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้ครบทุกสไตล์กันเลยค่ะ
นอกจากสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นแล้ว กวางโจวยังเป็น "เมืองแห่งอาหาร" ที่ขึ้นชื่อว่ามีรสชาติดีที่สุดในจีน ดังคำกล่าวที่ว่า "กินที่กวางโจว" ซึ่งสะท้อนผ่านวัฒนธรรมการกินติ่มซำและจิบชายามเช้าอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเมนูเลื่องชื่ออย่างห่านย่างและหมูแดงที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบ นอกจากนี้กวางโจวยังมีสภาพอากาศที่อบอุ่นและเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี จนได้รับฉายา "เมืองแห่งดอกไม้" อีกด้วย ในขณะที่การเดินทางในเมืองนั้นสะดวกสบายด้วยระบบรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมและทันสมัย กวางโจวจึงเป็นเมืองที่เที่ยวง่าย ปลอดภัย และเต็มไปด้วยสีสัน ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ที่มามเยือน ด้วยมิตรภาพและของกินแสนอร่อยค่ะ
ปักหมุด 10 พิกัดไฮไลต์กวางโจว กิน-เที่ยว-ช้อป ครบทุกสไตล์
1. แคนตันทาวเวอร์ (Canton Tower)
สถานที่ทัวร์กวางโจวที่ว่ากันว่าหากใครมาไม่ถึงแคนตัน ทาวเวอร์ ก็เหมือนมาไม่ถึงกวางโจว หอคอยส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ในปัจจุบันเป็นหอคอยที่สูงอันดับที่ 2 ของโลก มีความสูง 634 เมตร โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่โค้งมนเรียวบางคล้ายกับเอวของผู้หญิง จึงได้รับฉายาว่า "Xiao Man Yao" หรือ "แม่สาวเอวบาง" ในช่วงกลางคืนหอคอยจะมีการเปิดไฟ LED หลากสีสันกันที่สวยงามมองเห็นได้จากแทบทุกมุมของเมือง สำหรับใครที่ไม่กลัวความสูง สามารถซื้อบัตรขึ้นไปชมวิวด้านบนกันค่ะ โดยมีทั้งจุดชมวิวแบบกระจกใส ร้านอาหาร คาเฟ่ และเครื่องเล่น "Bubble Tram" ที่เป็นรถรางวงกลมวิ่งอยู่ขอบหอคอย ให้เราได้เห็นวิวมุมกว้างของกวางโจวกันได้แบบ 360 องศา
2. เมืองโบราณซาวาน (Shawan Ancient Town)
เมืองโบราณซาวานตั้งอยู่ใจกลางเขตผานหยู (Panyu) ทางตอนใต้ของเมืองกวางโจว สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ของจีน เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี ที่ยังคงมีผู้คนอาศัยอยู่จริง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบหลิงหนานดั้งเดิม บ้านเรือนอิฐสีเทา ตรอกซอยแคบปูหิน เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของหมู่บ้านได้แก่ กำแพงเปลือกหอยในสมัยราชวงศ์หมิง บ่อน้ำชิงสุ่ย หอหลิวเกิง (Liugeng Hall) ศาลบรรพชนที่สะท้อนวัฒนธรรมตระกูลใหญ่ในอดีต หอคอยเหวินเฟิงที่ประดิษฐานรูปปั้นของปรมาจารย์แห่งการศึกษา โดยในช่วงปิดเทอมของทุกปี จะมีบรรดานักเรียนและนักศึกษามาที่นี่ เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในด้านการเรียนกันค่ะ
3. เกาะซาเมี่ยน (Shamian Island)
พาคุณย้อนเวลาสู่ยุโรปในทริปทัวร์กวางโจวกันค่ะ เกาะซาเมี่ยนตั้งอยู่ริมแม่น้ำไข่มุก เชื่อมต่อกับฝั่งด้วยสะพานเล็ก ๆ หลายแห่ง เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปอันสง่างาม ที่เคยเป็นเขตสัมปทานของอังกฤษและฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 19 บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียลที่สวยงาม โบสถ์เก่า คาเฟ่ และโรงแรมบูติก ปัจจุบันยังมีสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ในกวางโจวตั้งอยู่บนเกาะ ทางเดินบนเกาะร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่นับร้อยปี ทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของเหล่านักถ่ายรูป และคู่รักที่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้งกันที่นี่ค่ะ
4. ถนนคนเดินปักกิ่ง (Beijing Road Pedestrian Street)
มาทัวร์กวางโจวต่อกันถนนคนเดินปักกิ่ง ที่ไม่ได้ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง แต่เป็นถนนสายประวัติศาสตร์ของกวางโจวที่คึกคักมีชีวิตชีวา ที่บอกเลยว่าหากไม่ได้มาเยือนก็เหมือนไม่ได้มาทัวร์กวางโจวกันเลยทีเดียว ความพิเศษของถนนสายคือ มีการเปิดเผยให้เห็นร่องรอยของถนนโบราณตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังจนถึงราชวงศ์ชิงเอาไว้ใต้พื้นกระจกใส ทำให้เราสามารถเดินชมประวัติศาสตร์ไปได้เพลิน ๆ พร้อมกับการช้อปปิ้งได้ ซึ่งที่นี่ก็เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนม ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังมากมาย รวมไปถึงสตรีทฟู้ดท้องถิ่นที่หลากหลาย โดยบรรยากาศในช่วงเย็นจะสวยงามและคึกคักเป็นพิเศษค่ะ
5. สถาบันตระกูลเฉิน (Chen Clan Ancestral Hall)
ถ้าหากมาทัวร์กวางโจวแล้วอยากสัมผัสกับศิลปะจีนแบบกวางตุ้งแท้ ๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งศิลปะสถาปัตยกรรมหลิงหนานต้องไม่พลาดที่นี่ค่ะ สถาบันตระกูลเฉินเดิมทีสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักและที่อ่านหนังสือของบรรดาลูกหลานในตระกูลเฉินที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ารับราชการ ความโดดเด่นด้วยงานแกะสลักที่ละเอียดประณีตจนน่าทึ่งในทุกตารางนิ้ว สมกับเป็นผลงานของตระกูลร่ำรวยในอดีตเลยค่ะ ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ภายใต้การดูแลของพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านกวางตุ้ง จัดแสดงศิลปะและงานฝีมือพื้นบ้านหลากหลายประเภท ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมจีนอันน่าหลงใหล และความสามารถของช่างฝีมือในยุคโบราณ
6. วัดลิ่วหรงซื่อ (Temple of the Six Banyan Trees)
หรือที่เรียกว่าวัดไทรหกต้น วัดพุทธเก่าแก่ที่มีอายุประมาณ 1,500 ปี เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดของพุทธศาสนานิกายฉานหรือนิกายเซนของจีน จุดเด่นของวัดนี้คือเจดีย์ดอกไม้ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองกว่างโจว โดยมีคำกล่าวโบราณว่า "วัดกวงเซียวมีชื่อเสียงเรื่องต้นไม้ และวัดจิงฮุย (วัดลิ่วหรง) มีชื่อเสียงเรื่องเจดีย์" แม้จะอยู่ใกล้ใจกลางเมือง แต่บรรยากาศภายในวัดลิ่วหรนั้นกลับเงียบสงบอย่างน่าอัศจรรย์ นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์กวางโจว และชาวพุทธผู้มีความศรัทธา นิยมมาต่อแถวกันยาวเหยียดกันที่วัดแห่งนี้เพื่อขอพร หรือโยนเหรียญลงในกระป๋องในลานวัดเพื่อขอโชคลาภกันค่ะ
7. สวนสาธารณะเย่วซิ่ว (Yuexiu Park)
สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของกวางโจว โดดเด่นด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่น สร้างขึ้นบนเนินเขาเย่ว์ซิวครอบคลุมพื้นที่เนินเขาและทะเลสาบหลายแห่งใจกลางเมือง ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน ไฮไลต์ของที่นี่คือจุดชมวิว 4 แห่ง ซึ่งล้วนเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ได้แก่ อนุสาวรีย์แพะห้าตัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองกวางโจวตามตำนานพื้นบ้าน หอคอยเจิ้นไห่ อาคารโบราณสมัยราชวงศ์หมิงที่ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติศาสตร์เมือง อนุสาวรีย์ซุนยัตเซ็นที่รำลึกถึงนักปฏิวัติประชาธิปไตยผู้ยิ่งใหญ่ และกำแพงเมืองสมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นกำแพงเมืองโบราณเพียงแห่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่
8. ถนนคนเดินซ่างเซี่ยจิ่ว (Shangxiajiu Pedestrian Street)
ที่นี่คือถนนคนเดินแห่งแรกของเมืองกวางโจว ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ 1995 มีระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร เต็มไปด้วยร้านค้ากว่า 300 ร้าน ที่มีทั้งของฝาก เสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าอื่น ๆ อีกมากมาย จุดเด่นของถนนสายนี้คือสถาปัตยกรรมและบรรยากาศท้องถิ่น ให้เราได้สัมผัสกับการช้อปปิ้งสไตล์บ้าน ๆ แบบเข้าถึงพื้นที่ และสำหรับสายกิน ที่นี่คือสวรรค์ของสตรีทฟู้ดอาหารกวางตุ้งกันเลยค่ะ มีทั้งร้านติ่มซำเก่าแก่ ร้านขนมหวาน และมีร้านขายอาหารทะเลแห้งเยอะมาก บรรยากาศของถนนสายนี้จะคึกคักตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงค่ำที่จะเริ่มคึกคักมากเป็นพิเศษ เหมาะกับมาเดินเล่น ช้อปปิ้ง หาของกิน และซึมซับกับเสน่ห์ของเมืองเก่ากวางโจว
9. ภูเขาไป๋หยุน (Baiyun Mountain)
หลีกหนีความวุ่นวายเมืองใหญ่ไปทัวร์กวางโจวที่ภูเขาไป๋หยุนกันค่ะ ชื่อของภูเขาได้มาจากการที่ยอดเขามักจะมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่เสมอหลังฝนตก จึงได้ชื่อว่าภูเขาเมฆขาว การเดินทางขึ้นไปด้านบนสามารถทำได้ทั้งการเดินชมธรรมชาติระหว่างทางไปเรื่อย ๆ เพลิน ๆ หรือนั่งกระเช้าไฟฟ้า (Cable Car) เพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพจากมุมสูงแบบสบาย ๆ ซึ่งที่นี่ก็เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีนกันเลยค่ะ บนยอดเขาเป็นจุดชมวิวที่ทำให้เราได้เห็นภาพของตึกระฟ้าในตัวเมืองกวางโจวที่ตัดกับทุ่งหญ้าและป่าไม้อันเขียวขจีได้อย่างงดงาม ภายในพื้นที่ภูเขามีสวนพฤกษศาสตร์ ร้านน้ำชา และวัดโบราณ เหมาะสำหรับการมาเที่ยวเป็นครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการสูดอากาศบริสุทธิ์และหากิจกรรมผจญภัยเล็ก ๆ เมื่อมากวางโจว
10. พิพิธภัณฑ์สุสานกษัตริย์หนานเยว่ (Nanyue King Mausoleum Museum)
พาทุกท่านมาร่วมกันค้นหาประวัติศาสตร์เมื่อ 2,000 ปีก่อน ที่พิพิธภัณฑ์สุสานกษัตริย์หนานเยว่กันค่ะ สุสานแห่งนี้ซ่อนอยู่ใต้ดินลึก 20 เมตร ถูกค้นพบโดยบังเอิญในปี ค.ศ. 1983 ขณะที่กำลังขุดและวัดพื้นที่เพื่อสร้างอาคารใหม่ ภายในจัดแสดงสถานที่ตั้งดั้งเดิมของสุสานหินอายุ 2,000 ปีของจักรพรรดิจ้าวโม่ (Zhao Mo) กษัตริย์องค์ที่สองแห่งรัฐหนานเยว่ และโบราณวัตถุล้ำค่าที่ขุดพบจากสุสานมากกว่าหนึ่งพันชิ้นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ มีคอลเล็กชันหมอนเซรามิกที่งดงามประณีตกว่า 400 ใบ รวมถึงตราประทับของจักรพรรดิ ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุสานหินโบราณที่ใหญ่ที่สุด และเก่าแก่ที่สุดในเขตหลิงหนาน และเป็นหนึ่งในการค้นพบทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดในประเทศจีนกันเลยค่ะ
เจาะลึกกวางโจว 4 ฤดู ช่วงไหนน่าเที่ยวสุด
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) เป็นช่วงที่เมืองแห่งดอกไม้แห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวา อุณหภูมิเฉลี่ย 18°C – 26°C อากาศเริ่มอุ่นขึ้น แต่มีความชื้นสูง และมีฝนปรอย ๆ หรือหมอกลงในบางวัน ไฮไลต์ของช่วงนี้คือดอกไม้บานสะพรั่งทั่วเมือง โดยเฉพาะดอกงิ้วแดง (Cotton Tree) ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำเมืองกวางโจว
- ฤดูร้อน (มิถุนายน – กันยายน) เป็นช่วงที่กวางโจวร้อนระอุและมีฝนตก อุณหภูมิเฉลี่ย 28°C – 35°C อากาศจะร้อนชื้นคล้ายบ้านเราเลยค่ะ แต่บางวันอาจจะรู้สึกอบอ้าวกว่า ช่วงนี้ยังช่วงหน้ามรสุมที่มีพายุฝนฟ้าคะนองบ่อยอีกด้วย เป็นช่วงที่เหมาะกับการหาโปรโมชั่นทัวร์จีนราคาถูกค่ะ
- ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม – ธันวาคม) เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการมาเที่ยวกวางโจว อุณหภูมิเฉลี่ย 15°C – 25°C ท้องฟ้าแจ่มใสแบบเคลียร์มาก แดดสวย ลมเย็น และความชื้นต่ำ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีในบางพื้นที่ เหมาะกับการเที่ยวกลางแจ้ง และเดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกอ่อนเพลีย โดยในเดือนตุลาคมจะมีงาน Canton Fair และช่วงต้นเดือนตุลาคม (1-7 ต.ค.) เป็นวันชาติจีน คนจะเยอะมหาศาลทุกที่ค่ะ ใครไม่ชอบคนเยอะแนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงนี้
- ฤดูหนาว (มกราคม – กุมภาพันธ์) อากาศในกวางโจวหนาวเย็นแต่ไม่ถึงกับติดลบ อุณหภูมิเฉลี่ย 10°C – 18°C (บางปีอาจลดลงไปถึง 5°C) เป็นความหนาวแบบแห้ง ๆ และมีลมพัดแรงเป็นพัก ๆ ไม่ได้หนาวจัดมาก เป็นช่วงเวลาแห่งเทศกาลต่าง ๆ อย่างคริสต์มาส ปีใหม่ โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนที่ตกแต่งอย่างยิ่งใหญ่ และมีตลาดดอกไม้ช่วงตรุษจีน (Flower Fair) ที่เป็นเอกลักษณ์ของกวางโจว
การเที่ยวกวางโจวคือจุดหมายปลายทางที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความทันสมัยระดับโลกและความเก่าแก่ทางวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน และทำให้เกิดเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวสไตล์ไหน เมืองแห่งดอกไม้แห่งนี้ก็พร้อมจะต้อนรับคุณด้วยมิตรภาพ ที่เที่ยวสวย ๆ ของกินอร่อย ๆ ที่สามารถสร้างความประทับใจทุกเวลา การเดินทางมากวางโจวจึงไม่ใช่แค่การไปเที่ยวเมืองใหญ่ในจีนธรรมดา แต่คือการเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่มุมหนึ่งคือความทันสมัยล้ำยุค ในขณะที่อีกมุมหนึ่งคือประวัติศาตร์ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี หล่อหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนที่รวมกันเป็นเสน่ห์แห่งกวางตุ้งได้อย่างกลมกล่อมที่สุด