เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ที่สุดของความอลังการ! เจาะลึก 'คานาสือ' พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในจีน

ที่สุดของความอลังการ! เจาะลึก 'คานาสือ' พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในจีน

01

Jul

จีน

ที่สุดของความอลังการ! เจาะลึก 'คานาสือ' พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในจีน

      หากจะพูดถึงพิกัดท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามระดับ "A5" ของประเทศจีน ชื่อของ "อุทยานคานาสือ" (Kanas Nature Reserve) ย่อมปรากฏขึ้นเป็นอันดับต้นๆ เสมอ ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นหมุดหมายของเหล่านักถ่ายภาพและผู้ที่หลงใหลในความเงียบสงบของเทือกเขาอัลไต (Altai Mountains) ดินแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพรมแดนรอยต่อของ 4 ประเทศ คือ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน และมองโกเลีย  
      ความโดดเด่นของคานาสือไม่ได้มีเพียงแค่ทะเลสาบสีมรกตที่เปลี่ยนสีได้ตามฤดูกาล แต่ยังมีเรื่องราวของวัฒนธรรมชนเผ่าเร่ร่อน ป่าสนที่เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามในฤดูใบไม้ร่วง และตำนานสัตว์ประหลาดใต้น้ำลึกที่ดึงดูดใจผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก หากใครที่กำลังมองหาทัวร์จีนราคาถูก หรือวางแผนไปทัวร์คานาสือกันอยู่ วันนี้เราได้เตรียมข้อมูลเที่ยวคานาสือ แบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุมมาฝากกันค่ะ

ทำความรู้จักกับอุทยานคานาสือ: หัวใจแห่งเทือกเขาอัลไต

     อุทยานคานาสือ มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตเมือง ปู๋เอ่อร์จิน (Burqin) ภูมิประเทศโดยรวมเป็นหุบเขาที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งมานานนับล้านปี ทำให้เกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่และแม่น้ำสายยาวที่ไหลคดเคี้ยวไปตามแนวเขา คำว่า "คานาสือ" ในภาษามองโกเลียมีความหมายว่า"ทะเลสาบในหุบเขา" หรือ "น้ำที่สวยงามและลึกลับ" ซึ่งเป็นคำนิยามที่ตรงตัวที่สุด  และด้วยระดับความสูงเฉลี่ยประมาณ 1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปีและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก ป่าไม้ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นป่าสนไซบีเรีย (Siberian Larch) และต้นเบิร์ช (Birch) ซึ่งจะพร้อมใจกันเปลี่ยนสีในช่วงรอยต่อของฤดูกาล สร้างทัศนียภาพที่ดูคล้ายกับภาพวาดสีน้ำมันของศิลปินระดับโลกมากกว่าจะเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี

การเตรียมตัวเดินทาง: ข้อมูลควรรู้ก่อนไปเที่ยวคานาสือ

1. การเดินทาง
การเดินทางมายังอุทยานฯ สามารถทำได้ทั้งเครื่องบิน รถไฟ และรถโค้ช โดยเส้นทางที่สะดวกและได้รับความนิยมที่สุด คือเริ่มต้นเดินทางจากเมืองอุรุมชี (Urumqi) เมืองหลวงของซินเจียง ไปยัง เมืองปู้เอ่อจิน (Burqin) ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านตั้งอยู่เชิงเขาอัลไต ก่อนจะนั่งรถต่อมายังตัวอุทยานคานาสือ  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ อุทยานแห่งนี้ ไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวเข้าไปด้านใน นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถ Shuttle Bus ของอุทยาน ซึ่งจัดเตรียมไว้เพื่อรับ-ส่งไปยังจุดชมวิวต่างๆ ได้อย่างสะดวกเท่านั้น
2. ที่พัก
ในอุทยาน: มีโรงแรมและโฮมสเตย์ในหมู่บ้านคานาสือ ข้อดีคือคุณสามารถตื่นเช้ามาชมหมอกได้เลย แต่ราคาจะค่อนข้างสูงและสิ่งอำนวยความสะดวกอาจไม่หรูหรามากนักค่ะ 
นอกอุทยาน (เมืองปู๋เอ่อร์จิน): มีโรงแรมมาตรฐานให้เลือกมากมาย ราคาถูกกว่า แต่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้าออกอุทยานประมาณ 1-2 ชั่วโมง
3. เอกสารและสิ่งของจำเป็นต่างๆ 
ใบอนุญาต: เนื่องจากอยู่ใกล้ชายแดน นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจต้องใช้ใบอนุญาตพิเศษในบางพื้นที่ (Alien's Travel Permit) ควรตรวจสอบกับบริษัททัวร์หรือที่ประตูอุทยาน
เสื้อผ้า: ควรพกแจ็คเก็ตกันลมและเสื้อขนเป็ดน้ำหนักเบาไปด้วยเสมอเพราะอุณหภูมิกลางคืนอาจลดลงไปถึง 5-10 องศาเซลเซียสถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูร้อนก็ตาม และห้ามลืมยาประจำตัว และยาสามัญประจำบ้านให้พร้อมด้วยนะคะ

ช่วงเวลาที่เหมาะสม: คานาสือใน 4 ฤดูกาล

การไปเที่ยวคานาสือแต่ละช่วงเวลาจะได้อารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกช่วงเวลาเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการวางแผนทริปนี้ค่ะ 
ฤดูใบไม้ร่วง (กลางกันยายน – ตุลาคม):  นี่คือช่วงเวลาที่สวยที่สุดของคานาสือ ใบของต้นสนและต้นเบิร์ชจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองทองและส้มแดงสลับกันไปทั่วทั้งหุบเขา ตัดกับสีของน้ำในทะเลสาบที่เป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ และแสงแดดในยามบ่ายที่ส่องกระทบใบไม้จนดูเหมือนป่าทั้งป่ากำลังเรืองแสงเป็นสีทอง เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ห้ามพลาด และแน่นอนว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด แต่ก็คุ้มค่าที่สุดเช่นกัน
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): ในขณะที่พื้นที่อื่นของจีนกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อน แต่ที่ซินเจียงเหนือกลับมีอากาศเย็นสบายเฉลี่ย 15-25 องศาเซลเซียส ทุ่งหญ้าจะเขียวขจีเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสัน เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการเดินป่า (Hiking) และการล่องเรือชมวิวมากที่สุด
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม): หากใครที่ชื่นชอบความหนาว คานาสือในฤดูหนาวคือ "ดินแดนหิมะ" ที่แท้จริง ทุกอย่างจะถูกปกคลุมด้วยหิมะหนานุ่มสีขาวสะอาดตา ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็งที่ใสจนเห็นฟองอากาศด้านล่าง ไฮไลต์คือการชม "เห็ดหิมะ" ที่เกาะตามโขดหินริมน้ำ และสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวถูหว่าท่ามกลางความหนาวเหน็บระดับ -20 องศาเซลเซียส
ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – พฤษภาคม): เป็นช่วงที่น้ำแข็งเริ่มละลาย ดอกไม้ดอกเล็กๆ เริ่มแทงยอดทะลุหิมะขึ้นมา ถึงแม้ว่าป่าอาจจะยังไม่เขียวชอุ่มนัก แต่หากมาเที่ยวคานาสือในช่วงนี้ คุณจะสัมผัสกับความเงียบสงบและธรรมชาติที่สวยงามอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน

9 พิกัดไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอินในคานาสือ

1. ทะเลสาบคานาสือ (Kanas Lake)

         ทะเลสาบคานาสือ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ทะเลสาบเปลี่ยนสี" เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามแห่งซินเจียงที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาอัลไต  ติดอันดับ 1 ใน 10 ทะเลสาบที่สวยที่สุด และเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในจีนอีกด้วย โดยจุดที่ลึกที่สุดมีความลึกถึง 188.50 เมตร  น้ำในทะเลสาบแห่งนี้เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งบนยอดเขาหิมะ จึงมีความเย็นจัดและบริสุทธิ์อย่างมาก นอกจากความสวยงามแล้ว ที่นี่ยังมีตำนาน "สัตว์ประหลาดใต้น้ำ" ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ความโดดเด่นที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาเที่ยวคานาสือคือผืนน้ำรูปพระจันทร์เสี้ยวที่สามารถเปลี่ยนเฉดสีได้ตามสภาพแสงและฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าใสในฤดูใบไม้ผลิ สีเขียวมรกตในฤดูร้อน ไปจนถึงสีฟ้าเทอร์ควอยซ์เข้มในฤดูใบไม้ร่วง  

2. จุดชมวิวกวนปลา (Guanyu Pavilion / Fish Watching Pavilion)

      หากอยากเห็นภาพรวมของคานาสือแบบพาโรนามา จุดชมวิวกวนปลาบนยอดเขาฮาลาไคเต้คือพิกัดที่ห้ามพลาด แม้จะต้องแลกมาด้วยการเดินขึ้นบันไดไม้กว่า 1,068 ขั้น แต่ทัศนียภาพที่รออยู่ด้านบนนั้นคุ้มค่าเหนื่อยเกินบรรยาย จากความสูงกว่าระดับทะเลสาบถึง 600 เมตรคุณจะได้เห็นส่วนโค้งของทะเลสาบคานาสือที่คดเคี้ยวไปตามหุบเขาในมุมสูงตัดกับยอดเขาหิมะที่กั้นพรมแดนรัสเซียอยู่ไกล ๆ บริเวณหอชมปลาแห่งนี้ยังเป็นจุดที่ดีที่สุดในการเฝ้าสังเกตการณ์ "เงาปริศนา" ใต้น้ำ ที่มีเรื่องเล่าตามตำนานว่าเป็นสัตว์ประหลาดแห่งคานาสือ  ช่วงเวลาแนะนำคือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงอาทิตย์เริ่มทอแสงอุ่นกระทบผิวน้ำทำให้ภาพตรงหน้าดูสวยงามและทรงพลังจนลืมหายใจ

3. อ่าววงพระจันทร์ (Moon Bay / Yue-Liang Wan)

      ว่ากันว่าหากมาทัวร์คานาสือแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปที่อ่าววงพระจันทร์์ก็เหมืนอว่ายังมาไม่ถึงคานาสือค่ะ เพราะที่นี่เป็นพิกัดไฮไลต์ที่เราจะเห็นลำน้ำที่ไหลคดเคี้ยวผ่านหุบเขาจนเกิดเป็นรูปตัวเอส (S) ที่มีความอ่อนช้อยงดงามราวกับพระจันทร์เสี้ยววางอาบอยู่บนพื้นดิน บริเวณกลางลำน้ำจะมีสันทรายเล็กๆ สองจุดที่ดูเหมือน "รอยเท้าเท้า" ขนาดใหญ่ ซึ่งก็มีตำนานเล่าขานกันว่านี่คือรอยเท้าของเทพเจ้าที่เหยียบลงมาขณะข้ามหุบเขา ความงดงามของสีของน้ำที่จะเปลี่ยนไปตามสภาพแสงในแต่ละช่วงเวลา ตัดกับสีสันของป่าสนรอบข้างที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาลอย่างลงตัวเรียกได้ว่าเป็นการสร้างสรรค์ของธรรมชาติที่สวยงามจนแทบไม่อยากละสายตา 

4. อ่าวเทวดา (Fairy Bay / Shen-Xian Wan)

       อ่าวเทวดาคือสวรรค์บนดินสำหรับคนที่ยอมตื่นเช้าเพื่อมาสัมผัสความอัศจรรย์ของสายหมอก  พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มน้ำกว้างขวางที่มีเกาะแก่งเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางลำน้ำในทะเลสาบ ไฮไลต์สำคัญจะเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดที่ม่านหมอกสีขาวหนาทึบจะลอยปกคลุมผิวน้ำ จนทำให้ยอดสนที่โผล่พ้นหมอกขึ้นมาดูเหมือนป่าในแดนเซียนและเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น แสงแรกยามเช้าส่องทะลุหมอกลงมา บอกได้คำเดียวเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่คุณแทบไม่อยากจกระพริบตาเลยก็ว่าได้  

5. อ่าวมังกรหลับ (Sleeping Dragon Bay / Wolong Bay)

      อ่าวมังกรหลับเป็นพิกัดที่โชว์ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาได้ชัดเจนที่สุดจุดหนึ่งในคานาสือ ด้วยสันทรายขนาดใหญ่กลางลำน้ำที่มีรูปทรงโค้งเว้าดูคล้ายกับมังกรยักษ์ที่กำลังหลับไหลกลางกระแสน้ำสีมรกตที่รายล้อมด้วยป่าสนหนาทึบที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ทำให้ภาพของ"มังกรยักษ์"ดูมีชีวิตชีวาและทรงพลังอย่างน่าประหลาด ไฮไลต์สำหรับที่นี่คือเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เส้นทางเลียบแม่น้ำที่เชื่อมต่อไปยังอ่าววงพระจันทร์ซึ่งเดินง่ายและร่มรื่นตลอดทาง

6. หมู่บ้านไป๋ฮาปา (Baihaba Village)

       หมู่บ้านไป๋ฮาปาได้รับการยกย่องว่าเป็น "หมู่บ้านที่สวยที่สุดในจีน" ตั้งอยู่ติดชายแดนคาซัคสถานท่ามกลางหุบเขาและป่าสนไทกา เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือบ้านไม้ซุงสไตล์รัสเซียผสมมองโกเลียที่เรียงรายกันอย่างมีระเบียบ ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ในทุกฤดูกาล ที่นี่เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวถูหว่า ชนกลุ่มน้อยที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมและการเป่าขลุ่ย "ซูเอ่อร์" ที่ทำจากกิ่งไม้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ พิกัดถ่ายรูปยอดนิยม เช่นป้ายหิน “หมู่บ้านแรกแห่งตะวันตกเฉียงเหนือ”, หอชมวิว Bartbayi ที่มองเห็นทั้งหมู่บ้าน และฉากหลังพระอาทิตย์ตกที่ต้นไม้เดียวดาย และที่พลาดไม่ได้คือการได้มาจิบชานมร้อนๆ ในบ้านไม้ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ

7. ทะเลสาบย่าเจ๋อ (Yaze Lake / Duck Swamp Lake)

      ทะเลสาบย่าเจ๋อ หรือที่เรียกกันว่า"ทะเลสาบเป็ดป่า" เป็นจุดเงียบสงบแตกต่างจากจุดอื่น ๆในคานาสือ พื้นที่ส่วนนี้เป็นที่ราบลุ่มน้ำขังขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเปลี่ยนทิศทางของแม่น้ำ จนกลายเป็นสระน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และเป็นที่พักพิงของฝูงนกน้ำหลากชนิด ในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง ทุ่งหญ้ารอบข้างจะเปลี่ยนจากสีเขียวขจีเป็นสีเหลืองทองตัดกับผืนน้ำใสที่สะท้อนภาพภูเขาหิมะไกลๆ ทำให้ดื่มด่ำกับความเป็นธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ กิจกรรมที่นิยมคือล่องรือ, ปั่นจักรยาน และดูนกป่า

8. สะพานคานาสือ (Kanas Bridge)

      สะพานคานาสือไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางข้ามแม่น้ำแต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างความเจริญและธรรมชาติ  ตัวสะพานถูกออกแบบในสไตล์ยุโรป มีหอคอยสูงสไตล์ยุโรปที่และรูปปั้นกวางยักษ์ตั้งตระหง่าน พิกัดรูปปั้นกวางและบนสะพานเป็นอีกจุดที่่ใครมาทัวร์คานาสือต้องไม่พลาดไม่ว่าจะยามเช่้าที่สายหมอกลอยขึ้นจากผิวน้ำ ยามบ่ายที่แสงอาทิตย์ส่องกระทบผิวน้ำสวยงามระยิบระยับ หรือยามค่ำคืนที่มีการประดับไฟ ไม่ว่าจะเช็คอินเวลาไหนก็ฟินทุกช่วง

9. หาดห้าสี (Rainbow Beach / Wu Cai He Tan)

         ปิดท้ายกันนที่หาดห้าสี คุณจะได้เห็นความต่างของธรรมชาติที่อยู่กันคนละฝั่งแม่น้ำอย่างน่าทึ่ง ฝั่งหนึ่งเป็นหน้าผาหินที่ถูกกัดเซาะจนเกิดเป็นรูปทรงแปลกตาและมีสีสันสดใสพาดผ่านชั้นหิน  ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเป็นป่าไม้สีเขียวขจีที่อุดมสมบูรณ์ ให้ความรู้สึกที่ตัดกันอย่างสุดขั้ว หากอยากได้ภาพสวยๆ เวลาที่ดีที่สุดคือคือยามพระอาทิตย์ตกดิน เพราะแสงสีทองจะช่วยขับให้สีของหินโดดเด่นและสวยงามมากยิ่งขึ้น

     คานาสือไม่ใช่แค่เพียงจุดหมายปลายทางในแผนที่ แต่คือ "สวรรค์บนดิน" ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตคุณควรพาตัวเองไปสัมผัสด้วยตาเนื้อสักครั้ง ความมหัศจรรย์ของทะเลสาบ เปลี่ยนสีที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาอัลไต  ผสมผสานกับไอหมอกยามเช้าที่อ่าวเทวดา จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพเซียน  ไม่ว่าคุณจะหลงรักสีทองอร่ามของใบไม้ร่วงหรือความเขียวขจีสดใสของฤดูร้อน เตรียมกล้องให้พร้อมและเปิดใจรับพลังจากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แล้วคุณจะรู้ว่าความสวยงามที่แท้จริงนั้นประเมินค่าไม่ได้ เชื่อเถอะว่าการตัดสินใจจองทัวร์คานาสือครั้งนี้ จะเป็นของขวัญที่พิเศษที่สุดชิ้นหนึ่งที่คุณเคยมอบให้กับตัวเองอย่างแน่นอน

จำนวนผู้เข้าชม 13 ครั้ง