เก็บลิสต์ 15 ที่เที่ยวปักกิ่ง ครบทุกสไตล์ เที่ยวเพลินตลอดทริป
เมื่อพูดถึงการเดินทางไปเที่ยวประเทศจีน เชื่อว่าการทัวร์ปักกิ่งคือจุดหมายปลายทางลำดับแรก ๆ ที่หลายคนจดอยู่ในลิสต์กันเลยค่ะ โดยเฉพาะการได้ไปเยือนกำแพงเมืองจีน จัตุรัสเทียนอันเหมิน และพระราชวังต้องห้ามอันโด่งดัง ซึ่งนอกจากสถานที่ทัวร์ปักกิ่งอันโด่งดังเหล่านี้ ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจอยู่อีกมากมาย สมฐานะการเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปีอย่างแท้จริงค่ะ นอกจากนี้ปักกิ่งยังเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง มหาวิทยาลัยชื่อดัง และอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ดังนั้นการมาเที่ยวปักกิ่งจึงไม่เพียงจะได้ตื่นตาตื่นใจกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันน่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการได้มาเปิดหูเปิดตากับศูนย์กลางของประเทศจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งเราก็ได้รวบรวมข้อมูลเที่ยวปักกิ่งในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด และช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุดมาฝากกันค่ะ
รู้จักปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน
กรุงปักกิ่ง (Beijing) หรือที่ภาษาจีนออกเสียงว่า “เป่ยจิง” เป็นเมืองหลวงของประเทศจีน และเป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรม และการศึกษาที่สำคัญที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน มีตัวเมืองหลักตั้งอยู่บนที่ราบจีนตอนเหนือ (North China Plain) ซึ่งเป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานและพัฒนาเป็นศูนย์กลางการเมืองมายาวนาน ขณะที่ด้านทิศเหนือ ทิศตะวันตก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปักกิ่ง ถูกโอบล้อมด้วยแนวเทือกเขาที่ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันทางธรรมชาติในอดีต และเป็นเหตุผลหนึ่งที่กำแพงเมืองจีนหลายช่วงถูกสร้างพาดผ่านบริเวณนี้ โดยปักกิ่งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี และเคยเป็นราชธานีของหลายราชวงศ์ จึงเต็มไปด้วยโบราณสถานระดับโลกและสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญคือพระราชวังต้องห้าม (Forbidden City) พระราชวังโบราณขนาดใหญ่ที่เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิง รวมถึงกำแพงเมืองจีน (Great Wall of China) ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ปักกิ่งมีสภาพภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมภาคพื้นทวีป จึงทำให้มี 4 ฤดูที่แตกต่างกันชัดเจน ฤดูร้อนค่อนข้างร้อนและชื้น ฤดูหนาวจะหนาวแห้งและมีลมแรงจากไซบีเรีย ส่วนฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ด้วยภูมิประเทศที่มีทั้งที่ราบและภูเขาล้อมรอบ ปักกิ่งจึงมีทั้งความยิ่งใหญ่ของเมืองหลวง และทัศนียภาพธรรมชาติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละพื้นที่
เจาะลึก 4 ฤดูกาล ทัวร์ปักกิ่งเดือนไหนดี
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - ตุลาคม) เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการทัวร์ปักกิ่งท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงนี้อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-26°C ในช่วงนี้ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสเหมาะกับการถ่ายรูป จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในช่วงนี้คือ ใบเมเปิลสีแดงที่สวนสาธารณะเซียงซาน (Fragrant Hills Park) ค่ะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) เป็นช่วงดอกไม้กำลังผลิบาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดชื่นอากาศเริ่มอุ่นขึ้นจากหน้าหนาว ดอกไม้ต่าง ๆ รวมไปถึงดอกซากุระเริ่มบานสะพรั่งในสวนสาธารณะและพระราชวังฤดูร้อน ในช่วงเวลานี้กำแพงเมืองจีนด่านจวี๋ยงกวน (Juyongguan) จะถูกล้อมรอบด้วยทะเลดอกพีชและดอกแอปปริคอตสีชมพูขาวที่บานสะพรั่ง
- ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) ฤดูหนาวถือเป็นช่วง Low Season ของทัวร์ปักกิ่งค่ะ เพราะอากาศจะหนาวเย็นมาก อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -5°C ถึง 5°C ทำให้คนจีนออกมาเที่ยวกันน้อย แต่คนไทยชอบกันมากค่ะ เพราะได้ทั้งเจออากาศหนาว เจอหิมะ และได้ทั้งโปรโมชั่นทัวร์จีนราคาถูก แถมที่เที่ยวต่าง ๆ ก็คนไม่เยอะอีกด้วย
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) ฤดูร้อนของปักกิ่งอากาศจะร้อนชื้นและมีฝนตกชุก แต่ก็เป็นช่วงที่ผู้คนในปักกิ่งนิยมออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งกันค่ะ ในฤดูนี้เมืองจึงคึกคักไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ล่องเรือในทะเลสาบ เที่ยวสวนสนุก หรือเที่ยวชมกำแพงเมืองจีนในช่วงเวลากลางคืน
เปิดลิสต์ 15 พิกัดเที่ยวปักกิ่ง เก็บครบทุกสไตล์
1. กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China)
หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ทอดตัวยาวกว่า 21,000 กิโลเมตร ด่านที่นิยมที่สุดสำหรับการทัวร์ปักกิ่งคือ ด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu) ซึ่งล้อมรอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและมีกระเช้าไฟฟ้าให้บริการ รวมถึงมีเครื่องเล่นสไลเดอร์ขาลงที่สร้างความตื่นเต้น และด่านปาต้าหลิง (Badaling) ที่มีความยิ่งใหญ่และเดินทางสะดวกที่สุดด้วยรถไฟความเร็วสูง การมาเยือนที่นี่ไม่ใช่แค่การเดินบนป้อมปราการ แต่คือการสัมผัสวิศวกรรมโบราณที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของมนุษย์ในการป้องกันอาณาจักรอันน่าทึ่ง
2. จัตุรัสเทียนอันเหมิน (Tiananmen Square)
จัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นหัวใจทางการเมืองของจีน พื้นที่อันกว้างขวางนี้ไม่ได้เป็นเพียงลานกว้าง แต่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญของชาติจีนไว้ในที่เดียว โดยทิศใต้ของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของหอระลึกประธานเหมา ซึ่งผู้คนนับหมื่นเข้าแถวรอคอยเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้นำสูงสุดในอดีต จุดเด่นคือภาพพอร์ตเทรตของประธานเหมา เจ๋อตง ที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้าพระราชวังต้องห้ามนั่นเองค่ะ การมาที่นี่ในช่วงเช้าตรู่เพื่อชมพิธีเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา ถือเป็นประสบการณ์ที่ดูขลังและแสดงถึงพลังความรักชาติของจีนได้เป็นอย่างดี
3. พระราชวังต้องห้าม (The Forbidden City)
สถานที่ทัวร์ปักกิ่งที่โด่งดังระดับโลก Forbidden City หรือ พระราชวังต้องห้าม เป็นพระราชวังหลวงของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงยาวนานกว่า 500 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นอดีตที่ประทับของจักรพรรดิ 24 พระองค์ในราชวงศ์หมิงและชิง ประกอบด้วยอาคารมากกว่า 900 หลังและห้องนับพัน ภายในเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมไม้ที่วิจิตรบรรจง หลังคากระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองซึ่งเป็นสีเฉพาะของจักรพรรดิ ทุกตารางนิ้วถูกสร้างตามหลักฮวงจุ้ยและความเชื่อทางดาราศาสตร์ การมาทัวร์ปักกิ่งที่นี่ต้องจองตั๋วล่วงหน้าค่ะ เพราะที่นี่จำกัดจำนวนผู้เข้าชมต่อวันเพื่อรักษาความงดงามของมรดกโลกแห่งนี้ไว้
4. หอสักการะฟ้าเทียนถาน (Tiantan Temple of Heaven)
สถานที่ซึ่งจักรพรรดิใช้ประกอบพิธีบวงสรวงสวรรค์ เพื่อขอให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ สถาปัตยกรรมแฝงไปด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์ เช่น ฐานสี่เหลี่ยมแทน "ดิน" และหลังคาทรงกลมแทน "ฟ้า" จุดที่น่าสนใจคือ กำแพงเสียงสะท้อน (Echo Wall) ที่หากกระซิบที่มุมหนึ่ง เสียงจะเดินทางตามกำแพงโค้งไปให้อีกฝั่งได้ยินอย่างชัดเจน บริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีต้นสนโบราณอายุกว่า 500 ปี ให้ความร่มรื่นและเงียบสงบ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องดนตรีและชุดพิธีกรรมโบราณที่หาชมได้ยากอีกด้วย
5. พระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace)
อุทยานหลวงที่รวบรวมความงามของสวนสไตล์จีนไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งได้มีการเปลี่ยนพื้นที่ราบให้กลายเป็นสระน้ำและภูเขาจำลองที่ดูเป็นธรรมชาติ ไฮไลต์ของที่นี่คือ เรือหินอ่อน (Marble Boat) สถาปัตยกรรมแปลกตาที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนริมน้ำ และถนนซูโจว (Suzhou Street) ที่จำลองตลาดริมน้ำทางตอนใต้มาไว้ที่นี่เพื่อให้เหล่าบรรดาราชวงศ์ได้ช้อปปิ้งกันค่ะ จุดถ่ายรูปที่แนะนำคือบริเวณด้านบนของหอพุทธคุณ (Tower of Buddhist Incense) ที่สามารถเก็บภาพมุมกว้างของสะพาน 17 ส่วน (Seventeen-Arch Bridge) ที่ทอดตัวผ่านทะเลสาบคุนหมิง ซึ่งเป็นมุมถ่ายภาพที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของปักกิ่งเลยค่ะ
6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจีน (National Museum of China)
หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ได้และจัดแสดงรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคปฏิวัติ ภายในแบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบ โดยมีห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรที่บอกเล่าเรื่องราวการสร้างชาติจีนยุคใหม่ โดยมีไฮไลต์คือเครื่องสำริดโบราณ หยกแกะสลัก และหุ่นดินเผาทหารจิ๋นซีบางส่วน การเข้าชมที่นี่จะเดินค่อนข้างเยอะเนื่องจากพื้นที่กว้างขวางมาก แนะนำให้เช่าเครื่องบรรยายเสียง (Audio Guide) เพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งของแต่ละชิ้น และควรจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้ากันนาน ๆ เพราะที่นี่มักจะเต็มเสมอค่ะ
7. วัดลามะ (Lama Temple)
วัดพุทธแบบทิเบตที่สวยงามและสำคัญที่สุดนอกเขตทิเบต เดิมเคยเป็นพระราชวังขององค์ชายหยงเจิ้น อาคารแต่ละหลังถูกประดับประดาด้วยภาพเขียนสีสดใสและกงล้อมนต์แบบทิเบต ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะจีน ฮั่น ทิเบต และมองโกเลียเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ภายในประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตรยที่แกะสลักจากไม้จันทน์หอมชิ้นเดียว ที่มีความสูงถึง 18 เมตร บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยกลิ่นธูปและความศรัทธา รอบ ๆ วัดยังมีถนนสายช้อปปิ้งเก๋ ๆ และคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ ให้เราได้ไปเดินเล่นกันต่อด้วยค่ะ
8. สวนสัตว์ปักกิ่ง (Beijing Zoo)
สวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในจีนและเป็นที่ตั้งของ "หอแพนด้ายักษ์" อันเลื่องชื่อ สวนสัตว์ปักกิ่งมีประวัติศาสตร์ในฐานะสวนหลวงเก่าแก่ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ที่นี่เราจะได้เห็นน้องแพนด้าตัวเป็น ๆ ที่ได้รับการดูแลอย่างดีในสภาพแวดล้อมที่จำลองมาจากธรรมชาติ นอกจากแพนด้าแล้วยังมีสัตว์หายากจากทั่วโลก สถาปัตยกรรมภายในสวนสัตว์บางส่วนยังคงเอกลักษณ์แบบคลาสสิกของจีนเอาไว้ และมีการจัดภูมิทัศน์แบบสวนจีน มีสะพานหินและคลองเล็ก ๆ พาดผ่าน
9. อุทยานสัตว์ป่าปักกิ่ง (Beijing Wildlife Park)
อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ชานเมืองปักกิ่ง ออกแบบมาเพื่อสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมสัตว์ป่าผ่านสภาพแวดล้อมที่ไร้กรงขังในโซนเปิด ไฮไลต์ที่ตื่นเต้นที่สุดคือการนั่งรถบัสที่ล้อมรอบด้วยกรงเหล็กนิรภัย เข้าไปในดินแดนของสัตว์นักล่า ที่พนักงานจะทำการให้อาหารสัตว์จากในรถ ทำให้เราได้เห็นเขี้ยวและความยิ่งใหญ่ของเสือและสิงโตในระยะประชิด นอกจากนี้ยังมีโซนเดินเท้าที่สามารถให้อาหารยีราฟ ลามะ และนกกระจอกเทศได้อย่าง รวมไปถึงส่วนแสดงโชว์สัตว์แสนรู้และการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าหายาก เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบครอบครัวที่ต้องการการเรียนรู้และการผจญภัย
10. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำปักกิ่ง (Beijing Aquarium)
ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกับสวนสัตว์ปักกิ่ง เป็นอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวอาคารมีรูปร่างเหมือนเปลือกหอยยักษ์และมีการจัดแสดงนิเวศวิทยาทางน้ำที่ครบถ้วน ไฮไลต์คืออุโมงค์ใต้น้ำที่มีฉลามและฝูงปลานับหมื่น การแสดงโลมาและแมวน้ำที่เป็นขวัญใจเด็ก ๆ โซนจัดแสดง "China Yangtze River" ที่รวบรวมปลาหายากจากแม่น้ำแยงซีซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจและปลามงคลของจีน และโรงละครสัตว์น้ำ (Ocean Theater) การแสดงสุดอลังการที่ผสมผสานระหว่างทักษะของโลมาและเรื่องราวการผจญภัยในมหาสมุทร
11. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (China Science and Technology Museum)
ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านโอลิมปิก เป็นสวรรค์ของเด็กและผู้ที่สนใจเทคโนโลยี มีการจัดแสดงแบบ Interactive ที่ให้ผู้เข้าชมได้ทดลองทำจริง ตั้งแต่เรื่องอวกาศ หุ่นยนต์ ไปจนถึงกลไกทางฟิสิกส์ ที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางนวัตกรรมของจีนที่กำลังพุ่งทะยานเป็นผู้นำโลก โดยมีโซนเด่น ๆ อย่าง "Glory of China" ที่จัดแสดงนวัตกรรมที่ชาวจีนคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณ โซน "Exploration and Discovery" ที่เน้นเรื่องฟิสิกส์พื้นฐานที่นำเสนอผ่านเครื่องเล่นที่เข้าใจง่าย โซน "Science Paradise" ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็ก ๆ โดยเฉพาะ ภายในยังมีโรงภาพยนตร์ 4D และ Dome Cinema ที่ฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับอวกาศและธรรมชาติด้วยความคมชัดสูงสุด
12. สวนสนุกยูนิเวอร์แซลปักกิ่ง (Universal Beijing Resort)
โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่รวมเอาเทคโนโลยีสวนสนุกที่ทันสมัยที่สุดมาไว้ด้วยกัน สถานที่ทัวร์ปักกิ่งสำหรับทุกคนในครอบครัว ไฮไลท์คือโซน The Wizarding World of Harry Potter ที่ทำออกมาได้สมจริงไม่แพ้ที่อื่น และโซนเฉพาะของจีนอย่าง Kung Fu Panda Land of Awesomeness ที่ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมจีนผ่านอนิเมชั่นชื่อดัง เป็นสถานที่ให้เราได้ใช้เวลาทั้งวันไปกับเครื่องเล่นล้ำสมัยและการแสดงสุดตระการตา เคล็ดลับการเที่ยวคือโหลดแอปพลิเคชัน Universal Beijing Resort มาไว้กันค่ะ เพื่อเช็คเวลารอคิวและแผนที่แบบเรียลไทม์
13. แฮปปี้วัลเลย์ปักกิ่ง (Happy Valley Beijing)
สวนสนุกสัญชาติจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเล่นสุดเอ็กซ์ตรีม โดยเฉพาะรถไฟเหาะหลากหลายรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อคนชอบความท้าทาย สวนสนุกแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ตามอารยธรรมโบราณ เช่น กรีก และมายา มีการจัดโชว์กายกรรมและพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ในราคาย่อมเยากว่า ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมการแสดงทางวัฒนธรรมและกายกรรมจีนสมัยใหม่ ซึ่งการแสดงชุด "The Golden Mask Dynasty" ที่ใช้เทคนิคน้ำพุ แสง สี เสียง และนักแสดงนับร้อยชีวิต นั้นได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นโชว์ที่ต้องดูให้ได้เมื่อมาปักกิ่งกันเลยค่ะ
14. สุสานราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty Tombs)
สถานที่ฝังพระศพของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงถึง 13 พระองค์ จุดเด่นคือ ทางเดินศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Way) ที่มีรูปสลักหินของสัตว์มงคลและขุนนางยืนเฝ้าตลอดสองข้างทาง สถาปัตยกรรมที่ของนี่เน้นความสงบและสอดคล้องกับธรรมชาติ สะท้อนความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายของกษัตริย์จีน การได้ลงไปสำรวจสุสานติ้งหลิง (Dingling Underground Palace) คือไฮไลต์ที่สำคัญที่สุด ที่เราจะได้เห็นความโอ่อ่าของสถาปัตยกรรมหินใต้ดินที่ไม่มีคานรับน้ำหนักแม้แต่ชิ้นเดียว และมีบัลลังก์หินของพระเจ้าหว่านลี่และฮองเฮา รวมถึงห้องเก็บสมบัติที่รักษาสภาพไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
15. กาแล็คซี่ โซโห (Galaxy Soho)
ปิดท้ายกันที่แหล่งท่องเที่ยวแบบครบวงจรของปักกิ่งค่ะ กาแล็คซี่ โซโห เป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกชื่อดังระดับโลก Zaha Hadid อาคารรูปทรงโค้งมนไร้เหลี่ยมมุมนี้ดูเหมือนยานอวกาศจากอนาคต การออกแบบเน้นความลื่นไหลแบบ Organic Form ที่ไม่มีเส้นตรงแม้แต่จุดเดียว ที่นี่เป็นศูนย์รวมออฟฟิศ ร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารมากมาย ยามค่ำคืนเมื่อเปิดไฟ อาคารนี้จะกลายเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในปักกิ่ง แสดงถึงความเป็นเมืองไฮเทคที่ไม่เคยหยุดพัฒนาได้เป็นอย่างดี
การทัวร์ปักกิ่ง คือจุดหมายปลายทางที่หลอมรวมอาณาจักรโบราณที่ยิ่งใหญ่นับพันปีเข้ากับโลกอนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นสถานที่ซึ่งทำให้เราได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีต และได้ก้าวผ่านอดีตไปสู่อนาคตด้วยเช่นกัน การมาเยือนปักกิ่งจึงไม่ใช่แค่การเที่ยวชมโบราณสถาน หากแต่คือการสัมผัสพลังอำนาจของอดีตอันยิ่งใหญ่ และนวัตกรรมของมหาอำนาจยุคใหม่ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ว่าแล้วก็เตรียมพาสปอร์ตและแอปจ่ายเงินกันให้พร้อม แล้วแพคกระเป๋าออกไปสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของมหานครอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ด้วยตาตัวเองกันค่ะ