เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ทัวร์แสงเหนือเมืองจีน ที่โม่เหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรป

ทัวร์แสงเหนือเมืองจีน ที่โม่เหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรป

30

Jun

จีน

ทัวร์แสงเหนือเมืองจีน ที่โม่เหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรป

       ถ้าคุณคือนักเดินทางสายผจญภัย ที่อยากเปิดโลกประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ  แต่ไม่อยากไปไกลถึงยุโรป เพราะที่เมืองโม่เหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ดินแดนเหนือสุดของจีน ก็มีโอกาสได้สัมผัสปรากฏการณ์แสงเหนือเช่นกัน โม่เหอได้ชื่อว่าเป็น “เมืองอาร์กติกของจีน” ด้วยอุณหภูมิที่ลดต่ำสุดขั้วและท้องฟ้าใสสะอาดในฤดูหนาว ทุกปีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเฝ้ารอช่วงเวลาที่แสงเหนือจะปรากฏเหนือเส้นขอบฟ้า การเดินทางมาเที่ยวโม่เหอจึงไม่ใช่แค่ล่าภาพแสงเหนือ แต่ยังเป็นประสบการณ์ทัวร์แสงเหนือจีน ท่องแดนหนาวที่แตกต่างจากทุกที่ในเอเชีย หากคุณกำลังมองหาทริปแปลกใหม่ที่ทั้งโรแมนติกและน่าตื่นเต้น ทัวร์โม่เหออาจเป็นคำตอบที่ใกล้กว่าที่คิด

รู้จักเมืองโม่เหอ ดินแดนขั้วโลกเหนือเมืองจีน

          เมืองโม่เหอ (Mohe)  ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาต้าซิงอันหลิง (Daxing’anling)  มณฑลเฮย์หลงเจียง  ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน เป็นเมืองชายแดนที่มีอาณาเขตต่อกับรัสเซีย โดยมีแม่น้ำเฮยเจียงหลงหรือแม่น้ำอาร์มูกั้นกลาง  ความโดดเด่นของเมืองโม่เหอคือพิกัดทางภูมิศาสตร์แบบอาร์กติก มีละติจูดที่เหมาะสมสำหรับการชมแสงเหนือหรือแสงออโรร่า  นอกจากนี้เมืองโม่เหอยังมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี  ฤดูหนาวของโม่เหอยาวนานถึง 8 เดือน และได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีอากาศหนาวที่สุดในประเทศจีนอีกด้วย ด้วยสภาพอากาศที่สุดแสนจะหนาวเย็นนี้เอง ที่ทำให้ทริปเที่ยวโม่เหอ ชมทะเลหิมะขาวโพลน นั่งรถลากเลื่อน เยือนบ้านซานตาคลอส เป็นหมุดหมายในใจของใครหลายคนที่อยากมาสัมผัสอากาศหนาวแบบสุดขั้ว  

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนทัวร์โม่เหอ ตามล่าหาแสงออโรร่า

- เมืองโม่เหอมีอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูหนาวจะหนาวมากเป็นพิเศษ มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่  – 53 องศา ดังนั้นเรื่องแรกที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทัวร์โม่เหอคือการเตรียมเสื้อผ้า อุปกรณ์กันหนาวสำหรับอากาศหนาวจัด และอย่าลืมพกยาประจำตัวไปให้พร้อมด้วย 
- ในด้านการเดินทางเที่ยวโม่เหอ จุดเริ่มต้นเดินทางสะดวกที่สุด คือเดินทางจากเมืองฮาร์บิน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองใหญ่ในมณฑลเฮย์หลงเจียง เส้นทางรถไฟถือเป็นเส้นทางยอดฮิตสำหรับไปเยือนโม่เหอ เพราะตลอดเส้นทางมีทิวทัศน์ที่สวยงามให้ชม ราคาประหยัด แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาเท่านั้น เพราะใช้เวลาเดินทางถึง 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว  สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรถไฟ การเดินทางไปเที่ยวโม่เหอสามารถเดินทางด้วยเครื่องบิน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ  
- การเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองโม่เหอ เนื่องจากเป็นเมืองในหุบเขาที่อากาศหนาวเย็น การใช้บริการรถสาธารณะจึงค่อนข้างลำบาก วิธีการที่ง่ายและยืดหยุ่นที่สุดในการท่องเที่ยวภายในเมืองโม่เหอคือเช่าเหมารถพร้อมคนขับไปตะลุยดินแดนหิมะกัน

ข้อมูลเที่ยวโม่เหอ : ช่วงเวลาน่าเที่ยวสำหรับทัวร์โม่เหอ

เมืองโม่เหอมี 4 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูหนาว (ยาวนานที่สุด) ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงช่วงเวลาเที่ยวโม่เหอ ที่ดีที่สุดคือช่วงฤดูหนาว เพราะมีโอกาสเจอแสงเหนือได้มากที่สุดและทิวทัศน์งดงามแบบเมืองหิมะ แต่หากใครไม่ได้โฟกัสเฉพาะการตามหาแสงเหนือแล้วล่ะก็ เมืองโม่เหอเป็นเมืองที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี  เพียงแต่ในแต่ละฤดูกาลจะได้เจอทัศนียภาพและกิจกรรมที่แตกต่างกันเท่านั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มต้นในเดือน กันยายน – ตุลาคม  ช่วงนี้อากาศกำลังจะค่อยๆคืบคลานเข้าสู่ฤดูหนาว  อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 2 -  16 องศา และจะลดต่ำลงเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ต้นฤดูหนาวในช่วงเดือนตุลาคม เป็นฤดูกาลที่เมืองโม่เหอจะงดงามไปด้วยป่าสนสีทองอร่าม อากาศเย็นสบาย 
- ฤดูหนาว เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เป็นช่วงที่อากาศหนาวจัดและแห้งแล้ง ช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์  เป็นช่วงเวลาที่หนาวที่สุดของปี ช่วงนี้ถือเป็นไฮซีซั่นของทัวร์แสงเหนือจีนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสหิมะขาวโพลนทั่วหุบเขา  เล่นกิจกรรมฤดูหนาวแบบสุดเหวี่ยง อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงมักจะอยู่ที่ประมาณ -25°C 
- ฤดูใบไม้ผลิ  เริ่มต้นในเดือน เมษายน – พฤษภาคม  ฤดูกาลนี้ อากาศจะค่อยๆ อบอุ่นขึ้นอย่างช้า ๆ จากฤดูหนาว ป่าไม้ ทั้งป่าสน ป่าเบิร์ช จะเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจัดจนเกินไป เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมเมือง ชมวิถีชีวิตชาวท้องถิ่น และผู้ที่ไม่ชอบอากาศเย็นจัด
- ฤดูร้อน เริ่มต้นในเดือน มิถุนายน – สิงหาคม แม้จะได้ชื่อว่าฤดูร้อน แต่อากาศของเมืองโม่เหอยังคงเย็นสบาย (สำหรับคนไทย) และอาจจะมีฝนตกชุก ฤดูนี้เป็นช่วงเวลาที่มีกลางวันยาวนาน มีโอกาส มองเห็นแสงเหนือ (Aurora Borealis) ได้บ้างในคืนที่มืดสนิท กิจกรรมแนะนำสำหรับท่องเที่ยวในฤดูร้อน คือการล่องเรือแม่น้ำอามูร์  เที่ยวชมป่าเบิร์ช (Birch Forest) ที่เขียวขจี

10 พิกัดปักหมุดทัวร์แสงเหนือ ชมออโรร่าเมืองโม่เหอ

1. ตามล่าแสงเหนือที่หมู่บ้านเป่ยจี๋ชุน (Beijicun)

       หากเอ่ยถึงจุดชมแสงเหนือที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน ชื่อของหมู่บ้านเป่ยจี๋ชุน หรือหมู่บ้านอาร์กติก ต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองโม่เหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ใกล้ชายแดนรัสเซีย และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่อยู่เหนือสุดของประเทศจีน ด้วยทำเลที่อยู่ในละติจูดสูงและมีคืนฤดูหนาวยาวนาน ทำให้ที่นี่เป็นจุดที่มีโอกาสพบปรากฏการณ์แสงออโรร่าได้มากที่สุดแห่งหนึ่งในจีน แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน แต่ในช่วงที่ท้องฟ้าเปิด นักท่องเที่ยวก็มีโอกาสได้เห็นม่านแสงสีเขียวพาดผ่านท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน โดยช่วงเวลาที่เหมาะกับการล่าแสงเหนือมากที่สุดคือเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ท้องฟ้ามืดเร็วและมีช่วงกลางคืนยาวนาน

2. จุดเหนือสุดของจีน (China’s Northernmost Point Stele)

       เมื่อเดินทางมาถึงเป่ยจี๋ชุน อีกหนึ่งจุดที่ต้องแวะเก็บภาพคือ China's Northernmost Point Stele หลักศิลาจารึกที่เป็นสัญลักษณ์แสดงตำแหน่งเหนือสุดของประเทศจีน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยม บริเวณนี้ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเฮยหลงเจียง หรือแม่น้ำอามูร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างจีนกับรัสเซีย ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง เราสามารถมองเห็นผืนป่าสนและหมู่บ้านฝั่งรัสเซียอยู่ไกล ๆ เพิ่มความรู้สึกเหมือนยืนอยู่สุดขอบแผ่นดินจีนอย่างแท้จริง บรรยากาศโดยรอบสวยงาม มีทางเดินไม้และจุดชมวิวที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวให้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงาม

3. หมู่บ้านคริสต์มาสอาร์กติก (Arctic Christmas Village)

      Arctic Christmas Village เป็นหมู่บ้านธีมคริสต์มาสที่ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านเป่ยจี๋ชุน ซึ่งถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายคล้ายหมู่บ้านซานตาคลอสในแถบยุโรปเหนือ บริเวณจัตุรัสกลางหมู่บ้านมักประดับต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ แม้จะไม่ได้อยู่ในฟินแลนด์ แต่ที่นี่ก็สร้างบรรยากาศแห่งเทศกาลได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมทั่วบริเวณ ยิ่งทำให้ภาพของบ้านไม้สีสันสดใสดูโดดเด่นราวกับหลุดออกมาจากนิทาน ภายในพื้นที่มีบ้านซานตาคลอสที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และในบางช่วงเทศกาลจะมีการแสดงหรือกิจกรรมสำหรับครอบครัว นอกจากนี้ยังมีโซนเลี้ยงกวางเรนเดียร์ขนาดเล็กที่ช่วยเสริมบรรยากาศดินแดนขั้วโลกเหนือได้อย่างลงตัว

4. ตกปลาในลานน้ำแข็งที่หมู่บ้านเป่ยหง (Beihong Village)

       หากอยากสัมผัสชีวิตเรียบง่ายของชุมชนชายแดนเหนือสุดของจีน ต้องแวะที่ Beihong Village หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมแม่น้ำเฮยหลงเจียง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่กั้นพรมแดนระหว่างจีนกับรัสเซีย ในฤดูหนาวอุณหภูมิที่นี่อาจลดต่ำกว่าลบ 30 องศาเซลเซียส จนผิวน้ำของแม่น้ำกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งหนาแน่นสุดสายตา เราจะได้เห็นการเจาะรูบนผืนน้ำแข็งเพื่อทำการตกปลา ชาวบ้านจะใช้อุปกรณ์พื้นบ้านและรออย่าง นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังนิยมทดลองกิจกรรม “สาดน้ำกลางอากาศ” เมื่ออุณหภูมิต่ำจัด น้ำที่ถูกสาดขึ้นฟ้าจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งทันที เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ฤดูหนาวที่หาได้ยากในเอเชีย

5. เที่ยวป่าเบิร์ชแห่งเทือกเขาต้าซิงอันหลิง (Birch Forest)

       เมืองโม่เหอตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาต้าซิงอันหลิง(Daxing'anling) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องผืนป่าอันกว้างใหญ่ โดยเฉพาะป่าเบิร์ชที่เรียงรายตลอดสองข้างทาง ต้นเบิร์ชมีลำต้นสีขาวนวลและทรงสูงเพรียว ทำให้ดูโดดเด่นเมื่อยืนตัดกับฉากหลังของหิมะ ในช่วงฤดูหนาวใบไม้จะร่วงหล่นจนเหลือเพียงกิ่งก้านเปลือยเปล่า ป่าเบิร์ชจึงดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ราวกับภาพวาดขาวดำที่มีมิติ ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ใบเบิร์ชจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองทั่วทั้งหุบเขา สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกไปอีกแบบ
เส้นทางบางช่วงมีจุดจอดรถและทางเดินสั้น ๆ ให้แวะถ่ายภาพหรือเดินชมธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

6. จุดชมวิวแม่น้ำเฮยหลงเจียง (Heilongjiang First Bay)

       หนึ่งในจุดชมวิวธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโม่เหอคือ จุดชมวิวแม่น้ำเฮยหลงเจียง ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำเฮยหลงเจียง หรือแม่น้ำอามูร์ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างจีนกับรัสเซีย ความโดดเด่นของจุดนี้คือโค้งแม่น้ำขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายตัวอักษรกรีก “Ω” ซึ่งมองเห็นได้ชัดจากจุดชมวิวบนเนินเขาสูง ถึงแม้ว่าเส้นทางขึ้นไปยังจุดชมวิวจะค่อนข้างชัน แต่เมื่อถึงด้านบน ภาพแม่น้ำที่คดเคี้ยวท่ามกลางป่าไม้และทุ่งหิมะจะคุ้มค่ากับความเหนื่อยอย่างแน่นอน ในฤดูหนาว แม่น้ำบางช่วงจับตัวเป็นน้ำแข็ง เพิ่มเสน่ห์ให้ภูมิทัศน์ดูแปลกตา จึงเหมาะกับคนที่ชื่นชอบทิวธรรมชาติอย่างแท้จริงและเก็บความประทับใจด้วยการถ่ายภาพพาโนรามา

7. สวนกวางเรนเดียร์เอเวนกี (Ewenki Reindeer Park)

       อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้การทัวร์โม่เหอแตกต่างจากเมืองหนาวแห่งอื่น คือการได้ทำความรู้จักกับชนเผ่าเอเวนกี ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในเขตป่าทางตอนเหนือของมณฑลเฮยหลงเจียง โดยเฉพาะที่ Ewenki Reindeer Park ที่นี่นอกจากเราจะได้ถ่ายภาพสวย ๆ กับกวางเรนเดียร์แล้ว ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมการเลี้ยงกวางเรนเดียร์ที่สืบทอดกันมายาวนาน ภายในสวนเราจะได้พบกับกวางเรนเดียร์ที่เลี้ยงไว้เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งกวางส่วนใหญ่คุ้นเคยกับผู้คน สามารถเข้าใกล้เพื่อถ่ายภาพหรือให้อาหารได้ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวเอเวนกี ซึ่งเคยอาศัยการเลี้ยงกวางและการล่าสัตว์ในป่าเป็นหลักอีกด้วยค่ะ

8. ที่ทำการไปรษณีย์เหนือสุดของจีน (Northernmost Post Office)

      การเดินทางทัวร์แสงเหนือจีนจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เมื่อได้แวะส่งโปสการ์ดจาก Northernmost Post Office ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเป่ยจี๋ชุน อาคารไปรษณีย์แห่งนี้เปิดให้บริการจริง และกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเก็บความทรงจำในรูปแบบพิเศษ ตัวอาคารออกแบบให้เข้ากับธีมอาร์กติก ตกแต่งด้วยสีสันสดใสตัดกับพื้นหิมะสีขาว ภายในมีมุมจำหน่ายโปสการ์ด ของที่ระลึก และตราประทับเฉพาะที่ระบุว่าเป็น “ที่ทำการไปรษณีย์เหนือสุดของจีน” โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเขียนโปสการ์ดถึงตัวเองหรือคนสำคัญ โดยโปสการ์ดที่ส่งจากที่นี่ จะมีประทับตราพิเศษที่เขียนว่า “ที่ทำการไปรษณีย์เหนือสุดของจีน” เป็นที่ระลึกด้วยค่ะ

9. จัตุรัสดาวเหนือ (Polaris Square)

      หากต้องการชมวิวเมืองโม่เหอแบบพาโนรามา ต้องขึ้นไปที่ Polaris Square ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาซีซาน ตั้งอยู่ใจกลางตัวเมือง พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งสวนสาธารณะและจุดชมวิวสำคัญที่ชาวเมืองนิยมมาพักผ่อน  บริเวณลานกว้างมีประติมากรรมรูปดาวเหนือซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เนื่องจากโม่เหอเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สามารถสังเกตเห็นดาวเหนือได้ชัดเจนในคืนฟ้าเปิด จากจุดชมวิวด้านบนสามารถมองเห็นบ้านเรือน หลังคาที่ปกคลุมด้วยหิมะ และแนวป่าไกลสุดสายตา ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือยามพระอาทิตย์ตก แสงสีส้มทองจะค่อย ๆ ไล่เฉดเหนือเส้นขอบฟ้า ก่อนเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าสีครามเข้มในยามค่ำคืน หากโชคดีและสภาพอากาศเอื้ออำนวย บางคืนอาจได้เห็นแสงเหนือจาง ๆ ปรากฏเหนือเมืองจากมุมสูงแห่งนี้

10. Snow Country Express รถไฟสายเหนือสุดของจีน

       การเดินทางสู่โม่เหอไม่ได้มีเพียงเครื่องบินหรือรถยนต์เท่านั้น หลายคนนิยมเลือกนั่งรถไฟสายเหนือที่เชื่อมจาก Harbin ขึ้นไปยังเมืองโม่เหอ ซึ่งในช่วงฤดูหนาวมักถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “Snow Country Express” เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยภาพทิวทัศน์หิมะสุดลูกหูลูกตา เส้นทางรถไฟสายนี้พาดผ่านผืนป่าในเขตต้าซิงอันหลิง หมู่บ้านเล็ก ๆ และแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว บางช่วงสามารถมองเห็นแนวป่าเบิร์ชสีขาวเรียงรายสลับกับสนเขียวเข้ม ซึ่งเป็นภาพที่งดงามราวกับโปสการ์ด รถไฟบางขบวนมีตู้โดยสารแบบนอน เหมาะสำหรับการเดินทางข้ามคืนอย่างสบาย ๆ การนั่งรถไฟเส้นทางนี้จึงไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทัวร์แสงเหนือจีนอย่างแท้จริง

       เมืองโม่เหอ ดินแดนเหนือสุดของประเทศจีน ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับถ่ายรูปเช็กอินเท่านั้น แต่คือปลายทางที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งวัฒนธรรมของชนเผ่าเอเวนกี วิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางอากาศหนาวจัด ผืนป่าเบิร์ชขาวโพลนที่สวยราวภาพวาด ไปจนถึงหมู่บ้านคริสต์มาสสุดน่ารักที่เติมสีสันให้การเดินทาง และที่สำคัญคือโอกาสได้สัมผัสปรากฏการณ์แสงเหนือในเอเชีย ซึ่งเป็นไฮไลต์ที่ทำให้โม่เหอแตกต่างจากเมืองหนาวแห่งอื่น หากคุณกำลังมองหาทริปเมืองหิมะที่ทั้งคุ้มค่า แปลกใหม่ และไม่ต้องเดินทางไกลถึงยุโรป การมาเที่ยวโม่เหอคือคำตอบที่น่าสนใจ ทุกช่วงเวลาที่นี่ล้วนเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ถึงเวลาแล้วที่จะออกไปเปิดมุมมองใหม่ ๆ แล้วให้ทัวร์โม่เหอเป็นหนึ่งในหมุดหมายการเดินทางครั้งต่อไปของคุณ

จำนวนผู้เข้าชม 8 ครั้ง