เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เที่ยวกุ้ยโจว กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen ธรรมชาติสุดอลังการ

เที่ยวกุ้ยโจว กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen ธรรมชาติสุดอลังการ

30

Jun

จีน

เที่ยวกุ้ยโจว กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen ธรรมชาติสุดอลังการ

      เมื่อพูดถึงทัวร์จีนราคาถูก เชื่อว่าหลายคนปักหมุดท่องเที่ยวไว้ที่เมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง เซียงไฮ้ หรือฮาร์บิน แต่หากคุณกำลังมองหาเมืองท่องเที่ยวที่มีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงาม “ทัวร์กุ้ยโจว” คืออีกหนึ่งพิกัดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด  มณฑลกุ้ยโจวเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของเมืองแห่งเทือกเขาที่สลับซับซ้อน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดจากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติมากมาย จนที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น  “เมืองหลวงแห่งธรรมชาติของโลก” เป็นแหล่งรวมของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามรวมถึงพิกัด Unseen ที่บอกเลยว่าสวยงามจนแทบไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง

รู้จักกุ้ยโจว (Guizhou) เมืองหลวงแห่งธรรมชาติอันตระการตา

       มณฑลกุ้ยโจว ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เป็นมณฑลเขตชั้นในที่ไม่มีทางออกทะเล มีพื้นที่ทั้งสิ้น 176,167 ตารางกิโลเมตร ร้อยละ 92 ของพื้นที่เป็นภูมิประเทศแบบภูเขาสูง มีความสูงเฉลี่ยเหนือระดับน้ำทะเล ที่ 1,000 เมตร ด้วยลักษณะภูมิประเทศโดยส่วนใหญ่ที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ทำให้กุ้ยโจวมีพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สุดอลังการ ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งขุนเขา และเป็นเมืองหลวงแห่งธรรมชาติของประเทศจีน 
       ในอดีตกุ้ยโจวไม่ได้รับความสนใจมากนักในฐานะเมืองท่องที่ยว เพราะการเดินทางมาเที่ยวกุ้ยโจวจะต้องใช้เวลานาน เนื่องจากเป็นดินแดนแห่งเทือกเขาที่ซับซ้อน แต่ในปัจจุบัน  การเดินทางมาเที่ยวกุ้ยโจวไม่ได้ยุ่งยากอีกต่อไป มณฑลกุ้ยโจวเชื่อมต่อกับโลกภายนอกด้วย “สะพานฮวาเจียง” (Huajiang Canyon Bridge) สะพานแขวนแห่งใหม่ที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก สะพานฮวาเจียงสร้างพาดผ่านยอดเขาและภูมิประเทศหุบเขาที่คดเคี้ยว ช่วยลดเวลาเดินทางข้ามหุบเขาจาก 2 ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 2 นาที เป็นการผสมผสานนวัตกรรมการเดินทางที่ล้ำสมัย เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติอันงดงามอย่างลงตัว นอกจากนั้น มณฑลกุ้ยโจวยังมีเส้นทางรถไฟที่พาดผ่านยอดเขา ทำให้การมาทัวร์กุ้ยโจว ได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามตั้งแต่เริ่มต้นเดินทาง และในวันนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลเที่ยวกุ้ยโจว กับพิกัด 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen มาฝากกันด้วยค่ะ

ปักหมุด 10 พิกัดท่องเที่ยวสุด Unseen ที่ห้ามพลาดในกุ้ยโจว

1. ยอดเขาฟานจิ้งซาน (Mount Fanjing)

ฟ่านจิ้งซาน เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาอู่หลิง (Wuling Mountain Range) เมืองถงเหริน (Tongren) มณฑลกุ้ยโจว (Guizhou Province)  โดยมีพื้นที่ ประมาณ 567 ตารางเมตร และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,570 เมตร นอกเหนือจากธรรมชาติที่งดงามของยอดเขาที่สูงตระหง่านแล้ว เขาฟ่านจิ้งซานยังเป็น 1 ใน 5 พุทธคีรี หรือขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ ชื่อดังของประเทศจีน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO  เนื่องจากเป็นสถานที่มี่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธ์มากกว่า 19 ชนิด ไฮไลต์สำคัญที่ต้องปักหมุดเมื่อมาเที่ยวชม ได้แก่ จุดชมวิวยอดเขาเหล่าจิน จุดชมวิวยอดเขาหงอวิ๋นจิน ซึ่งที่ตั้งของวิหารวัดพุทธโบราณสองแห่ง ที่เชื่อมต่อสองยอดเขาเข้าด้วยสะพานหินเล็กๆ ที่ทอดตัวสูงตระหง่านท่ามกลางทะเลหมอกที่ปกคลุมตลอดปี   สำหรับช่วงเวลาที่น่าเที่ยวเขาฟ่านจิ้งซาน คือช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) เพราะอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส มีโอกาสเห็นทะเลหมอกคู่กับใบไม้เปลี่ยนได้ชัดเจนและสวยงามที่สุด

2. น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall)

       ทัวร์กุ้ยโจว ต้องไม่พลาดมาเที่ยวชม “น้ำตกหวงกั่วซู่”  น้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย และเป็นน้ำตกแห่งเดียวในโลกที่เราสามารถมองเห็นได้จาก 6 ทิศทาง นั่นคือ ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย ด้านขวา ด้านหน้า และด้านหลัง เรียกว่าไม่ว่ายืนอยู่มุมไหนเราก็สามารถสัมผัสกับความงดงามของน้ำตกได้ทุกองศา และหากมาเที่ยวในช่วงเวลากลางคืน ที่ม่านน้ำตกจะมีการแสดงแสงสีที่สวยงามตระการอีกด้วย นอกจากนั้น พิกัดปักหมุดที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวน้ำตกหวงกั่วซู่ ก็คือการได้ถ่ายรูปที่ “ถ้ำสุ่ยเหลียน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ถ้ำหลังม่านน้ำตก” ถ้ำแห่งนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและตั้งอยู่หลังม่านน้ำตก เมื่อเราเดินเข้าไปในถ้ำ สามารถมองออกมาเห็นม่านสายน้ำมหาศาลที่ตกลงมาเบื้องหน้า ให้ประสบการณ์ที่สุดแสนจะพิเศษ   สำหรับช่วงเวลาน่าเที่ยว น้ำตกหวงกั่วซู่ คือช่วงฤดูฝน เดือนมิถุนายน – สิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่ปริมาณน้ำเยอะ น้ำตกดูยิ่งใหญ่อลังการ แต่จะเป็นช่วงที่คนเยอะมากด้วยเช่นกันค่ะ 

3. อุทยานเสี่ยวชีข่ง (Xiaoqikong)

      อุทยานเสี่ยวชีข่ง (Xiaoqikong) เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในเมืองหลี่ป๋อ เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ที่นี่มีน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินปูน มองเห็นผืนน้ำเป็นสีเขียวมรกต สวยงามจนได้รับการขนานนามว่า "จิ่วจ้ายโกวแห่งกุ้ยโจว"  เมื่อมาเที่ยวอุทยานเสี่ยวชีข่ง ไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาด คือการเดินมชมทิวทัศน์บนสะพานโบราณเสี่ยวชีข่ง สะพานหินเก่าแก่ที่ถูกปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำและต้นไม้โบราณ ทอดข้ามผ่านแม่น้ำเซียงสุ่ย (Xiangshui River)  ที่มีน้ำใสสีเขียวมรกต เที่ยวชมทะเลสาบหยวนหยาง ทะเลสาบใสสะอาดที่รายล้อมด้วยขุนเขา ทำให้คุณรู้สึกสงบและผ่อนคลาย และปิดท้ายด้วย น้ำตกชุยกู่ น้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลเชี่ยวแรง เป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก  

4. ว่านเฟิงหลิน (Wanfenglin)

       ป่าหมื่นยอดภูผา (Forest of Ten Thousand Peaks) หรือ ว่านเฟิงหลิน” ตั้งอยู่ในเมืองซิงอี้ มณฑลกุ้ยโจว เป็นอีกหนึ่งพิกัดเที่ยวกุ้ยโจว ที่นักเดินทางเส้นทางธรรมชาติปักหมุดไว้ในใจ  เพราะป่าว่านเฟิงหลิน ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 5 ป่ายอดภูเขาที่สวยที่สุดในประเทศจีน ด้วยภูมิประเทศแบบภูเขาหินปูน (Karst) ในขนาดพื้นที่กว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ทำให้ว่านเฟิงหลิน มียอดภูเขาหินปูนที่ถูกกัดเซาะตามธรรมชาตินับล้านปี กว่า 20,000 ลูก ตั้งเรียงรายเหนือทุ่งนาสีทองและหมู่บ้านชนเผ่าบู้ยี่ (Buyi) ที่นี่จึงได้ชื่อว่า หุบเขาหมื่นยอดที่ทิวทัศน์สวยงามเหมือนภาพวาดพู่กันจีน และหากมาเที่ยวกุ้ยโจวในช่วงฤดูใบไม้ผลิช่วง ความงดงามของว่านเฟิงหลินจะสวยงามขึ้นไปอีก เพราะเป็นฤดูกาลที่ดอกคาร์โนลาสีเหลืองบานสะพรั่ง ตัดกับสีเขียวเข้มของภูเขาหินปูน เป็นทัศนียภาพที่งดงามเกินคำบรรยาย

5. ถ้ำจือจิน (Zhijin Cave)

      ถ้ำจือจิน (Zhijin Cave) หรือ “จือจินต้ง”ตั้งอยู่ในตั้งอยู่ในอำเภอจือจิน เมืองปี้เจี๋ย มณฑลกุ้ยโจว สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่และสวยงามติดอันดับโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ AAAA และได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งถ้ำของจีน"  และ "พิพิธภัณฑ์หินปูน" เนื่องจากมีหินงอกหินย้อย ที่หลากหลายและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลกโดย UNESCO ในปี 2015 และในปีเดียวกันก็ได้รับรางวัล “ถ้ำที่สวยที่สุดในจีน” จากนิตยสาร Chinese National Geography อีกด้วย  ถ้ำจือจินมีความยาวกว่า 12 กิโลเมตร  จุดที่สูงสุดวัดได้ 150 เมตร อย่างไรก็ตามส่วนที่เปิดให้เข้าชมมีประมาณ 3กิโลเมตรเท่านั้น  ภายในแบ่งเป็นโถงใหญ่ 12 แห่ง ตกแต่งด้วยไฟสวยงามตระการ สามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างเพลิดเพลิน ไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือ "ต้นไม้สายฝนเงิน" (Silver Rain Tree) ซึ่งเป็นหินงอกหินย้อยโปร่งใส มีประกายระยิบระยับลักษณะคล้ายต้นไม้สูงใหญ่ นอกจากนี้ยังมีหินลักษณะสวยแปลกตาอีกมากมากมาย 

6. หุบเขาแม่น้ำหม่าหลิงเหอ (Maling River Canyon)

      หุบเขาแม่น้ำหม่าหลิ่งเหอ (Maling River Canyon) หรือ หุบเหวน้ำตกร้อยสาย ตั้งอยู่ในเมืองซิงอี้ (Xingyi) มณฑลกุ้ยโจว เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับฉายาว่า "รอยแผลเป็นที่สวยที่สุดในโลก” เพราะเป็นหุบเขาที่ถือกำเนิดจากการกัดกร่อนของสายน้ำหม่าหลิงเป็นระยะเวลานานกว่าหลายล้านปี จนเกิดเป็นรอยแยกช่องเขาขนาดมโหฬาร โดดเด่นด้วยหน้าผาสูงชันและกลุ่มน้ำตกชั้นน้อยใหญ่จำนวนนับร้อยสายไหลลงสู่ก้นเหวลึกกว่า 200 เมตร หุบเขาแม่น้ำหม่าหลิง จะสวยที่สุดในช่วงหน้าฝน (ระหว่างเดือนมิถุนายน–กันยายน) เพราะเป็นช่วงที่น้ำตกมีน้ำอุดมสมบูรณ์และผืนป่ารอบด้านมีความเขียวขจีและชุ่มฉ่ำสวยงามกว่าทุกฤดู  ไฮไลต์สำคัญท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ เส้นทางเดินชมธรรมชาติที่สวยงาม, ถ้ำหินปูนน้อยใหญ่, น้ำพุ และ ระเบียงสวรรค์เทียนซิง (Tianxing Gallery) เป็นต้น และหากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยที่นี่ยังมีกิจกรรมล่องแก่งและเดินป่าอีกด้วยค่ะ 

7. นาขั้นบันไดเจียปั้ง (Jiabang Rice Terraces)

นาขั้นบันไดเจียปั้ง (Jiabang Rice Terraces) ตั้งอยู่ในอำเภอฉงเจียง (Congjiang) เขตปกครองตนเองเฉียนตงหนาน เป็นหนึ่งในนาขั้นบันไดที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน สร้างสรรค์โดยชาวเผ่าเหมียว (Miao) นาขั้นบันไดที่นี่ มีความพิเศษที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านไม้ทรงโบราณ (Diao Jia Lou) ในช่วงเช้าหมอกจะลอยต่ำปกคลุมนาขั้นบันได ทำให้ดูเหมือนเป็นขั้นบันไดที่ทอดยาวไปสู่ก้อนเมฆ เป็นจุดถ่ายภาพที่นักถ่ายภาพทั่วโลกต่างชื่นชมในความงดงาม ในด้านเกษตรกรรม นาขั้นบันไดเจียปั้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมการเกษตร ด้านระบบการทำนาที่เลี้ยงปลาและเป็ดไปพร้อมกัน (Rice-Fish-Duck System)  สำหรับช่วงเวนาน่าท่องเที่ยวหากคุณอยากสัมผัสทุ่งนาสีเขียวขจี ต้องมาในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม  และหากอยากสัมผัสทุ่งนาสีทองอร่ามตา ต้องมาเที่ยวในช่วงเดือน กันยายน-ตุลาคม 

8. ถ้ำพระราชวังมังกร (Dragon Palace)

        ถ้ำพระราชวังมังกร (Dragon Palace) หรือ หลงกง (Longgong) ตั้งอยู่ที่เมืองอันซุ่น (Anshun) มณฑลกุ้ยโจว เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAAA ของจีน ที่รวบรวมสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแบบคาร์สต์ (Karst) ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งถ้ำน้ำ ถ้ำบก น้ำตกใต้ดิน และหุบเขา ถ้ำวังมังกรถือเป็นถ้ำน้ำที่ยาวที่สุดในจีน มีระบบแม่น้ำใต้ดินยาวกว่า 5,000 เมตร เชื่อมต่อถ้ำหินปูนกว่า 90 แห่งเข้าด้วยกัน ไฮไลต์สำคัญของการเที่ยวชมถ้ำพระราชวังมังกร คือการนั่งเรือเที่ยวชมถ้ำเพื่อชมความงดงามของเสาหิน และหินงอกหินย้อย, เที่ยวชมน้ำตกหลงเหมิน (Dragon Gate Fall) และชมความงดงามของไฟประดับในถ้ำที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

9. สวนซากุระผิงป้า (Pingba Farm)

สวนซากุระผิงป้า (Pingba Farm) หรือ สวนซากุระกุยอัน (Gui'an Cherry Garden) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า สวนซากุระหมื่นลี้ ตั้งอยู่ในเมืองอันซุ่น (Anshun) มณฑลกุ้ยโจว ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวนซากุระที่ใหญ่ที่สุดในโลก"  มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 12,000 เอเคอร์ และปลูกต้นซากุระไว้มากกว่า700,000 และเป็นหนึ่งในสวนซากุระของโลกที่มีซากุระหลากหลายสายพันธุ์ โดยในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จะเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วทั้งเกาะ มองเห็นดอกซากุระสีขาว-ชมพูสุดลูกหูลูกตา  โดยช่วง Full Bloom จะอยู่ราวๆ กลางเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายน ของทุกปี  ความพิเศษของสวนซากุระผิงป้าก็คือเราสามารถชมความงดงามของดอกซากุระได้ถึงสองช่วงค่ะ 
- กลางเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่ดอกซากุระสายพันธุ์ดอกสีขาวจะบานสะพรั่ง
- ปลายเดือนมีนาคม – ต้นเมษายน เป็นช่วงเวลาของดอกซากุระสีชมพู
หากไม่อยากพลาดความงดงามของสวนซากุระผิงป้า แนะนำว่าให้เช็คพยากรณ์ซากุระล่วงหน้ากันด้วยนะคะ จะไม่ได้พลาดชมความงดงามของสถานที่แห่งนี้ 

10. สวนกุหลาบพันปีธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Baili Azalea Nature Reserve)

      เที่ยวกุ้ยโจว นอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติของภูเขาอันตระการตาแล้ว หนึ่งใน UNSEEN ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ก็คือความงดงามของการชมดอกกุหลาบพันปีหรือดอกอาซาเลียที่น่าตื่นตาตื่นใจที่ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติสวนกุหลาบพันปีร้อยลี้ (Baili Azalea Nature Reserve) ตั้งอยู่ในเมืองปี้เจี๋ย (Bijie) มณฑลกุ้ยโจวเ ที่นี่ป็นป่ากุหลาบพันปีธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 125 ตารางกิโลเมตร และมีความยาวของแนวป่าดอกไม้ทอดยาวกว่า 50 กิโลเมตร  มีจุดชมวิวสำคัญ เช่น  สะพานโซม่า (Soma Flower Bridge) สะพานแขวนทอดข้ามหุบเขาดอกไม้  สันเขาฮัวเหมย (Huamei Ridge)  จุดชมวิวมุมสูงที่มองเห็นเนินเขาสลับซับซ้อนที่ถูกปกคลุมด้วย "พรมดอกไม้" ในช่วงปลายเดือนมีนาคม – เมษายน เป็นช่วงที่ดอกกุหลาบพันปีบานสะพรั่งปกคลุมทั้งขุนเขา จึงเป็นช่วงเวลาที่ถือได้ว่าน่ามาเที่ยวชมมากที่สุด 

       เมืองกุ้ยโจวไม่เพียงเป็นเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าหลงใหลเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยจุดสำคัญที่เป็นแหล่งมรดกโลก ทั้งมรดกโลกทางธรรมชาติ มรดกโลกด้านเกษตรกรรม และยังได้ผสมผสานนวัตกรรมการท่องเที่ยวที่ทันสมัยเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสุดอลังการได้อย่างลงตัว หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวสถานที่สวย ๆ ที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติอย่างค่อนข้างสมบูรณ์ แนะนำเลยว่าทัวร์กุ้ยโจวเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปแล้วประทับใจไม่รู้ลืม 

จำนวนผู้เข้าชม 10 ครั้ง