เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

หมู่บ้าน วัฒนธรรมเผ่าหลี่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชื่อดังของเกาะไหหลำ

หมู่บ้าน วัฒนธรรมเผ่าหลี่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชื่อดังของเกาะไหหลำ

30

Jun

จีน

หมู่บ้าน วัฒนธรรมเผ่าหลี่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชื่อดังของเกาะไหหลำ

       หากพูดถึงการทัวร์ไหหลำ หลายคนอาจนึกถึงภาพของทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาว โรงแรมและรีสอร์ตสุดหรูริมชายฝั่ง แต่การมาเยือนเกาะไหหลำในครั้งนี้ เราจะพาทุกท่านเดินทางลัดเลาะลึกเข้าไปในภูเขาทางตอนกลางและตอนใต้ของเกาะ ที่ยังมีอีกโลกหนึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของต้นหมากและป่าฝนเขตร้อน สถานที่ซึ่งราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ และเป็นรากเหง้าที่แท้จริงของดินแดนแห่งนี้ค่ะ สถานที่แห่งนั้นคือ “หมู่บ้านวัฒนธรรมเผ่าหลี่” (Binglanggu Li & Miao Cultural Heritage Park) หมู่บ้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมของชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่มากว่าพันปี ที่ให้ผู้มาเยือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสรากเหง้าแท้จริงของไหหลำ ท่ามกลางเสียงกี่ทอผ้า เสียงขับร้องเพลงพื้นบ้าน และรอยยิ้มที่จริงใจของชาวบ้าน ทำให้ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวเกาะไหหลำ แต่คือประสบการณ์ที่ให้เราได้สัมผัสกับอารยธรรมโบราณที่ยังคงมีชีวิต ซึ่งเราก็ได้รวบรวมข้อมูลเที่ยวไหหลำของหมู่บ้านแห่งนี้มาฝากกันค่ะ

ทำความรู้จักชนเผ่าหลี่แห่งไหหลำ

       ชนเผ่าหลี่ (Li Ethnic Group) คือชนพื้นเมืองดั้งเดิมกลุ่มแรกที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานบนเกาะไหหลำ จึงถือได้ว่าเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมของเกาะไหหลำนั่นเองค่ะ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์นี้มีประวัติยาวนานมากกว่า 3,000 ปี ซึ่งมีฒนธรรม ภาษา และประเพณีที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ปัจจุบันกระจายตัวอยู่ในเขตภูเขาทางตอนกลางและตอนใต้ของเกาะ เช่น เมืองเป่าถิง (Baoting) เมืองอู่จื่อซาน (Wuzhishan) และเขตซานย่า (Sanya) ซึ่งหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชนเผ่าหลี่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Binglanggu Li & Miao Cultural Heritage Park ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Wuzhishan Scenic Area พื้นที่แห่งนี้ถูกพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม ที่จำลองวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวหลี่และชาวเหมียว (Miao) เอาไว้อย่างสมบูรณ์ ทั้งบ้านเรือนแบบยกพื้น เครื่องแต่งกายโบราณ งานหัตถกรรม และพิธีกรรมสำคัญที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการทัวร์ไหหลำเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจ 

วัฒนธรรมของชนเผ่าหลี่แห่งไหหลำ

วัฒนธรรมของชนเผ่าหลี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่กลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิมของเกาะเท่านั้น แต่เป็นวิถีชีวิตที่ยังคงดำเนินอยู่และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างเข้มข้น โดยมีอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมที่สำคัญได้แก่

ระบบครอบครัวและการแบ่งกลุ่มย่อย

       ชาวหลี่แบ่งออกเป็น 5 สาขาย่อยตามภาษาถิ่นและการแต่งกาย ได้แก่ Ha, Qi, Run, Meifu และ Sai ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีลวดลายผ้าทอและสำเนียงที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่มีเหมือนกันคือความผูกพันกับธรรมชาติและการเคารพบูชาบรรพบุรุษ

วิถีชีวิตและโครงสร้างสังคม

      วิถีชีวิตในอดีตของชนเผ่าหลี่พึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก ทั้งการทำไร่หมุนเวียน การล่าสัตว์ และการปลูกข้าวบนพื้นที่ลาดชัน โดยมีโครงสร้างสังคมที่มีลักษณะเป็นชุมชนขนาดเล็กซึ่งผูกพันกันด้วยระบบเครือญาติ ที่จะให้ความสำคัญกับผู้อาวุโสและหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลพิธีกรรม ความเชื่อ และการตัดสินข้อขัดแย้งภายในชุมชน

ประเพณีรอยสักบนเรือนร่าง (The Art of Li Tattoos)

       นี่คือวัฒนธรรมที่โดดเด่นและน่าทึ่งที่สุดอย่างหนึ่งในโลก ผู้หญิงเผ่าหลี่จะเริ่มสักตั้งแต่อายุ 12 -13 ปี เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ และเพื่อจำแนกคนในเผ่าออกจากกัน โดยจะสักใบหน้า ลำคอ แขน และขา ลวดลายเหล่านี้จะเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ประจำตระกูล โดยมีความเชื่อที่ว่าถ้าหากปราศจากรอยสัก บรรพบุรุษจะไม่สามารถจดจำพวกเขาได้ในโลกหลังความตาย ปัจจุบันรอยสักเหล่านี้หาดูได้ยากมาก โดยมีเพียงหญิงชรากลุ่มสุดท้ายของชนเผ่าหลี่เท่านั้นที่ยังคงมีรอยสักแบบนี้

สถาปัตยกรรม "บ้านทรงเรือคว่ำ" (Boat-shaped Houses)

      บ้านของชาวหลี่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยหลังคามุงด้วยหญ้าคาและฟาง มีลักษณะโค้งมนคล้ายกับท้องเรือคว่ำ เพื่อเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่องเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากบนเกาะแห่งนี้ ตัวบ้านถูกออกแบบมาให้ยกพื้น เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี ป้องกันความชื้นจากพื้นดิน และป้องกันสัตว์ป่า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการรับมือกับสภาพอากาศเขตร้อนของเกาะไหหลำ 

ภาษาและความเชื่อ

ชนเผ่าหลี่มีภาษาพูดเป็นของตนเอง ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลภาษาไท-กะได (Tai–Kadai) แม้ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จำนวนมากจะใช้ภาษาจีนกลางเป็นหลัก แต่ในพื้นที่ชนบทและหมู่บ้านวัฒนธรรมยังคงมีการใช้ภาษาหลี่ในการสื่อสารภายในครอบครัวกันอยู่ ส่วนในด้านความเชื่อ ชาวหลี่มีรากฐานของความเชื่อแบบผีบรรพบุรุษและการนับถือธรรมชาติ โดยเชื่อว่าภูเขา ป่าไม้ และแม่น้ำล้วนมีวิญญาณสถิตอยู่ ดังจะเห็นได้จากพิธีกรรมสำคัญมักเกี่ยวข้องกับการขอพรให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ หรือปกป้องชุมชนจากภัยธรรมชาติ  

ภูมิปัญญาผ้าทอ "หลี่จิ่น" (Li Brocade)

        งานทอผ้าของชนเผ่าหลี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติของจีน และยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะศิลปะการทอผ้าที่เก่าแก่และมีลวดลายซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ผ้าทอหลี่จิ่นนั้นได้รับการยกย่องว่าเป็น "ฟอสซิลมีชีวิต" ของวงการสิ่งทอจีนกันเลยค่ะ การใช้สีธรรมชาติจากเปลือกไม้และพืชป่ามาสร้างสรรค์ลวดลาย นก กบ และมนุษย์ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ รวมไปถึงเทคนิคการทอด้วยกี่แบบคาดเอว (Back-strap loom) ซึ่งเป็นทักษะที่ผู้หญิงเผ่าหลี่ทุกคนต้องเรียนรู้ ความประณีตนี้เองที่ทำให้นักท่องเที่ยวมักซื้อผ้าทอเหล่านี้กลับไปเป็นของฝากกันค่ะ 

ดนตรี การเต้นรำ และเทศกาล

ดนตรีพื้นเมืองของชนเผ่าหลี่จะใช้เครื่องดนตรีทำจากไม้และไม้ไผ่ เช่น กลอง และเครื่องสายพื้นบ้าน จังหวะดนตรีมักสะท้อนวิถีชีวิตประจำวัน เช่น การเพาะปลูก การเกี้ยวพาราสี และตำนานกำเนิดชนเผ่า โดยมีเทศกาลสำคัญที่สุดคือเทศกาล “ซานเยว่ซาน” (วันที่ 3 เดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ) ซึ่งชาวหลี่จะมารวมตัวกันร้องเพลง เต้นรำ และจัดพิธีบวงสรวงบรรพบุรุษ ถือเป็นช่วงเวลาที่ให้เราได้สัมผัสวัฒนธรรมของชนเผ่าหลี่ได้อย่างเข้มข้นและใกล้ชิดที่สุดค่ะ 

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดในหมู่บ้านวัฒนธรรมเผ่าหลี่ (Binglanggu Li & Miao Cultural Heritage Park)

ทันทีที่เราได้ก้าวเท้าเข้าสู่หมู่บ้านแห่งนี้ สิ่งแรกที่สร้างความประทับใจคือบรรยากาศของหมู่บ้านที่โอบล้อมไปด้วยต้นหมาก (Areca Palms) นับหมื่นต้น เป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน Binglanggu ซึ่งแปลว่าต้นหมากนั่นเองค่ะ โดยไฮไลต์ที่ห้ามพลาดในหมู่บ้านแห่งนี้ประกอบไปด้วย


1. หมู่บ้านจำลองวิถีชีวิตดั้งเดิม
ภายใน Binglanggu นักท่องเที่ยวจะได้เดินผ่านหมู่บ้านจำลองที่สร้างขึ้นมาตามรูปแบบดั้งเดิม โดยเป็นบ้านเรือนยกพื้นทำจากไม้ไผ่และไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงจาก มีการจัดวางพื้นที่ซึ่งสะท้อนระบบครอบครัวและโครงสร้างสังคมของชนเผ่าในอดีต ภายในบ้านมีการจัดแสดงเครื่องมือทำไร่ เครื่องครัวโบราณ และอุปกรณ์ล่าสัตว์ที่บ่งบอกถึงวิถีที่ชีวิตพึ่งพาธรรมชาติ โดยไกด์ท้องถิ่นจะอธิบายความหมายของลวดลายแกะสลักบนเสาไม้ต่าง ๆ ซึ่งสื่อถึงความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษและวิญญาณธรรมชาติ เราสามารถทดลองตำข้าวด้วยครกไม้แบบโบราณ หรือเรียนรู้วิธีทำอาหารพื้นบ้านของชนเผ่าหลี่ที่ทำจากมันสำปะหลังและข้าวเหนียวกันได้ค่ะ 

2. การแสดงศิลปวัฒนธรรม "Zhiye Li Miao" (The Legend of Li & Miao)
เป็นการแสดงโชว์กลางแจ้งที่ได้รวมเอานักแสดงกว่าร้อยชีวิต มาร่ายรำและนำเสนอวิถีชีวิตของชนเผ่าหลี่ผ่านแสงสีเสียงที่ทันสมัย โดยมีฉากหลังที่เป็นป่าและน้ำตกจริง ซึ่งเราจะได้เห็นการเต้นกระทบไม้ (Bamboo Dance) ที่สนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจ รวมไปถึงการแสดงวิถีการทำเกษตร และตำนานความรักที่ซาบซึ้งใจของชนเผ่า ถ้าหากใครที่จองทัวร์ไหหลำกับบริษัททัวร์อยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะรวมบัตรชมโชว์นี้ไว้ในแพ็คเกจด้วยเสมอค่ะ  

3. ชมการสาธิตทอผ้าลายโบราณ
แน่นอนว่างานฝีมือท้องถิ่นของชนเผ่าหลี่ที่โด่งดัง ก็คือผ้าทอหลี่จิ่นนั่นเองค่ะ โดยจะมีการสาธิตการทอผ้าลายโบราณซึ่งใช้เทคนิคที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์สูง โดยลวดลายบนผ้าแต่ละผืนจะสื่อให้เห็นถึงฐานะและเรื่องราวของผู้สวมใส่ นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ไหหลำกันที่นี่ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือของแท้จากไปเป็นของฝากกันได้ค่ะ

4. ลิ้มลองอาหารพื้นเมืองและเหล้าข้าว 
อย่าลืมแวะชิมอาหารขึ้นชื่อในหมู่บ้านชนเผ่าหลี่อย่าง  "ข้าวในกระบอกไม้ไผ่" (Bamboo Rice) ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น และ "เหล้าข้าวชาวหลี่" ที่มีรสชาติหวานนุ่มนวลแต่แฝงด้วยดีกรีความแรงของสุรา รวมถึงไก่ภูเขาและผักป่าท้องถิ่นที่หากินไม่ได้จากในเมืองใหญ่ ถือเป็นไฮไลต์เด็ดของการมาเที่ยวเกาะไหหลำกันที่หมู่บ้านแห่งนี้เลยค่ะ โดยเฉพาะสายกินที่บอกเลยว่าห้ามพลาด

5. สาธิตการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบโบราณ
นอกจากเทคนิคการทอผ้าแล้ว ชาวเผ่าหลี่ยังมีเทคนิคการทำเครื่องปั้นดินเผาเก่าแก่ ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณด้วยค่ะ โดยจะใช้การปั้นด้วยมือและเผาด้วยกองไฟกลางแจ้งโดยไม่มีเตาเผาแบบปิด เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยากมากในปัจจุบัน   

ช่วงเวลาที่น่าเที่ยว

การเดินทางมาทัวร์ไหหลำที่หมู่บ้านวัฒนธรรมเผ่าหลี่ สามารถเดินทางกันมาได้ตลอดทั้งปีค่ะ โดยช่วงเวลาที่แนะนำในการมาเยือนหมู่บ้านวัฒนธรรมเผ่าหลี่ คือในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายนค่ะ เพราะอากาศดีที่สุด 

- ฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ (ธันวาคม - มีนาคม) เป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าโปร่ง แดดไม่แรงจนเกินไป เหมาะสำหรับการเดินชมหมู่บ้านวัฒนธรรมกลางแจ้งโดยไม่รู้สึกเหนื่อยหรือร้อนจนเกินไป โดยช่วงนี้ยังเป็นช่วงไฮซีซั่นของการทัวร์ไหหลำ ซึ่งอาจจะมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างหนาตาในบางจุด

- ช่วงเทศกาล "ซานเยว่ซาน" (San Yue San) หากต้องการสัมผัสวัฒนธรรมของชนเผ่าหลี่แบบจัดเต็ม แนะนำให้มาในช่วงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ซึ่งมักจะตรงกับเดือนเมษายนค่ะ เพราะเป็นช่วงของงาน "ซานเยว่ซาน" หรือ "เทศกาลความรัก" ของชาวเผ่าหลี่และเหมี่ยว โดยจะมีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีการแข่งเต้นกระทบไม้ การประกวดร้องเพลงพื้นเมือง และการแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าที่สวยงามที่สุด

- ฤดูฝนที่ควรระวัง (กรกฎาคม - กันยายน) ช่วงนี้ไหหลำอาจเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นและฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้การท่องเที่ยวในภูเขาไม่สะดวกและมีความเสี่ยงจากถนนที่ลื่น และไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวกลางแจ้ง แต่เป็นช่วงที่สามารถหาทัวร์จีนราคาถูกได้ง่ายที่สุดค่ะ 

ข้อมูลการเดินทางและรายละเอียดการเข้าชม

- สถานที่ตั้ง: Areca Valley (Binglanggu) Li & Miao Cultural Heritage Park, Baoting County (ห่างจากซานย่าประมาณ 28 กิโลเมตร)
- เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:30 น. (ควรเผื่อเวลาเดินชมอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง)
- ค่าเข้าชม: ประมาณ 120-150 หยวน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและรวมค่ารถรางไฟฟ้าภายในอุทยาน) หากเลือกจองทัวร์ไหหลำ ส่วนใหญ่มักจะรวมค่าเข้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
- การเดินทาง: รถบัสประจำทาง จากสถานีขนส่งซานย่า (Sanya Bus Station) มีรถบัสสายที่มุ่งหน้าไป Baoting หรือ Wuzhishan แจ้งลงที่หน้าปินหลางกู่ หรือใช้บริการรถแท็กซี่/Didi  ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดจากตัวเมืองซานย่า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45-60 นาที แต่ถ้าหากเลือกแพ็คเกจทัวร์ไหหลำกับบริษัททัวร์ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางค่ะ เพราะทางบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการให้เรียบร้อย 

       หมู่บ้านวัฒนธรรมเผ่าหลี่ คือหนึ่งในจุดหมายสำคัญของผู้ที่ต้องการสัมผัสรากเหง้าวัฒนธรรมดั้งเดิมของไหหลำ ซึ่งนอกเหนือจากทะเลสวย ๆ แล้ว การมาเยือนที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็มักจะถูกจัดอยู่ในโปรแกรมทัวร์ไหหลำกันด้วย เพราะสามารถช่วยเติมเต็มให้การท่องเที่ยวสมบูรณ์แบบครบทุกมิติมากยิ่งขึ้นค่ะ สำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวเกาะไหหลำ และอยากได้ประสบการณ์ที่มากกว่าการพักผ่อนริมทะเล การมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้คือคำตอบ เพราะเราจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชนเผ่าพื้นเมืองที่เป็นรากเหง้าของชาวไหหลำได้อย่างลึกซึ้ง ผ่านบ้านเรือน ประเพณีวัฒนธรรม และงานหัตถกรรมที่ยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น การได้มาสัมผัสกับวัฒนธรรมของชนเผ่าหลี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าในพิพิธภัณฑ์ หากแต่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตชีวิตที่ยังคงหายใจอยู่ในชุมชนจริง เรียกได้ว่าเป็นการเข้าถึงแก่นแท้ของการทัวร์ไหหลำได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ 

จำนวนผู้เข้าชม 9 ครั้ง