เปิดพิกัดเที่ยว ต๋ากู่ปิงชวน ช่วงไหนสวยที่สุด สัมผัสดินแดนหิมะและธารน้ำแข็งสุดอลัง!
บางครั้งความฝันในการท่องเที่ยวของหลาย ๆ คนก็เรียบง่ายมากค่ะ เพียงแค่อยากสัมผัสกับประสบการณ์ที่ได้ยืนอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะและธารน้ำแข็งที่คงอยู่มานานนับหมื่นปี โดยที่มีกาแฟอุ่นๆ อยู่ในมือสักแก้วพร้อมกับวิวพาโนรามาที่สวยจนแทบหยุดหายใจ และสถานที่
ทัวร์จีนที่สามารถมอบประสบการณ์แบบนี้ได้ ก็คือที่ "
ต๋ากู่ปิงชวน" หรือธารน้ำแข็งต๋ากู่ ค่ะ ที่นี่คือดินแดนหิมะและธารน้ำแข็งที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาแห่งมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ความงามของยอดเขาสูงตัดกับท้องฟ้าสีครามนั้นเสน่ห์ต่างกันออกไปในแต่ละฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นหิมะโปรยปรายในฤดูหนาว วิวภูเขาหิมะที่ตัดกับทะเลสาบสีมรกตในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ไม่ว่าจะมาเที่ยวต๋ากู่ปิงชวนกันในช่วงไหน ที่นี่ก็พร้อมมอบประสบการณ์สุดประทับใจที่ยากจะลืมอย่างแน่นอน และนี่คือข้อมูลเที่ยวต๋ากู่ปิงชวน ที่จะพาคุณไปรู้จักสถานที่แห่งนี้แบบครบทุกมิติค่ะ
ทำความรู้จักต๋ากู่ปิงชวน
อุทยานแห่งชาติต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park) ตั้งอยู่ในอำเภอเฮยสุ่ย (Heishui) เขตปกครองตนเองอาป้า มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ธารน้ำแข็งของที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ธารน้ำแข็งที่อายุน้อยที่สุดในโลก" และตั้งอยู่บนละติจูดที่ต่ำที่สุดเท่าที่มีการค้นพบ โดยมีระดับความสูงของพื้นที่ตั้งแต่ประมาณ 2,000 เมตร ไปจนถึงจุดสูงสุดราว 5,286 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปถึงได้อยู่ที่ประมาณ 4,860 เมตร ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป ธารน้ำแข็งต๋ากู่เป็นส่วนหนึ่งของรอยเลื่อนธรณีวิทยาขนาดใหญ่บริเวณขอบตะวันออกของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต มีการสำรวจพบครั้งแรกผ่านภาพถ่ายดาวเทียมในปี ค.ศ. 1992 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น จากการศึกษาพบว่าธารน้ำแข็งนี้ก่อตัวขึ้นในช่วงยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย (Modern Glacial Period) และประกอบด้วยธารน้ำแข็งหลัก 3 สายที่ยังคงเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 8.25 ตารางกิโลเมตร
อุทยานแห่งนี้ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติระดับ 4A ของจีน และกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของการทัวร์จีนจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ บนพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติต๋ากู่ปิงชวนนั้นเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ป่าสนที่อุดมสมบูรณ์ไปจนถึงทุ่งหญ้าอัลไพน์ ทะเลสาบ ธารน้ำแข็ง และยอดเขาหินปูนที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ การมาทัวร์จีนที่ต๋ากู่ปิงชวนจึงไม่ใช่แค่การมาดูหิมะหรือธารน้ำแข็งธรรมดา ๆ หากแต่คือการมาชมร่องรอยประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของโลกเราที่มีมาอย่างยาวนานหลายล้านปีด้วยตาตนเองกันสักครั้ง
เที่ยวต๋ากู่ปิงชวน เดือนไหนสวยที่สุด?
การเดินทางไปทัวร์จีนที่ต๋ากู่ปิงชวน ก็มีความสวยงามและทิวทัศน์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู กาลค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากจะเห็นต๋ากู่ปิงชวนกันในเวอร์ชั่นไหน
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการทัวร์จีนที่ต๋ากู่ปิงชวน เพราะเป็นช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสีที่ไล่ระดับตั้งแต่ตีนเขาเป็นสีส้ม แดง เหลือง ตัดกับยอดเขาหิมะสีขาวโพลน เป็นช่วงที่อากาศเย็นแต่ไม่หนาวจัดจนเกินไป อุณหภูมิประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส
- ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) เป็นช่วงที่สามารถสัมผัสความเป็น "Frozen" ได้อย่างแท้จริงค่ะ อุณหภูมิประมาณ -13 ถึง -5 องศาเซลเซียส ทะเลสาบด้านล่างจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด และมีหิมะตกหนักปกคลุมทุกพื้นที่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอากาศหนาว ๆ และอยากทัวร์จีนเพื่อมาเจอหิมะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) ช่วงนี้หิมะบนยอดเขายังคงหนาแน่น ดอกไม้ป่าด้านล่างเริ่มผลิบาน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส เป็นการผสมผสานระหว่างความหนาวเย็นและความสดชื่นได้อย่างลงตัว
- ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) เป็นช่วงที่อบอุ่นที่สุดของปี อากาศด้านบนภูเขาจะเย็นสบายประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส แม้หิมะด้านล่างจะละลายไปบ้าง แต่บนยอด 4,860 เมตร ก็ยังคงมีหิมะและธารน้ำแข็งให้เห็นตลอดปี
วิธีเดินทางไปต๋ากู่ปิงชวน
การเดินทางไปยังต๋ากู่ปิงชวนส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่เมืองเฉิงตู ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวนค่ะ โดยมีวิธีเดินทางดังนี้
- รถบัสประจำทาง สามารถขึ้นรถบัสจากสถานี Chadianzi ในเฉิงตู มุ่งหน้าสู่อำเภอเฮยสุ่ย (Heishui) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวผ่านหุบเขาและแม่น้ำ มักจะแวะพักที่เมืองเม่าเสี้ยน (Maoxian)
- รถเช่าพร้อมคนขับ เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว เพราะสามารถแวะถ่ายรูปหรือแวะเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ในระหว่างทางผ่านบนเส้นทางที่จะเดินทางมายังต๋ากู่ปิงชวนกันได้ค่ะ
- ซื้อแพ็กเกจทัวร์ การเลือกทัวร์ต๋ากู่ปิงชวน เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับคนไทยค่ะ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารและที่พัก เนื่องจากพนักงานขับรถและไกด์จะจัดการเรื่องตั๋วเข้าชมและออกซิเจนกระป๋องให้เรียบร้อย
โดยเมื่อถึงหน้าอุทยานจะต้องนั่งรถบัสของอุทยานเข้าไปต่ออีกประมาณ 45 นาที เพื่อไปยังสถานีกระเช้าไฟฟ้า (Cable Car) ซึ่งจะพาคุณขึ้นสู่ยอดเขาด้านบนโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีค่ะ
6 พิกัดไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในต๋ากู่ปิงชวน
1. ทะเลสาบต๋ากู่ (Dagu Lake)
ทะเลสาบแห่งนี้เปรียบเสมือนกระจกบานใหญ่ ที่สะท้อนภาพความงามของเทือกเขาต๋ากู่ลงบนผิวน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ผิวน้ำจะสะท้อนสีสันของใบไม้หลากสี ส่วนในฤดูหนาวน้ำจะกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งใสสีฟ้าคราม นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นรอบทะเลสาบเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์และชมธรรมชาติที่งดงาม พื้นที่รอบทะเลสาบมีทางเดินไม้ (Boardwalk) ทอดยาวผ่านป่าสนให้เราได้เดินชมธรรมชาติกันได้ชิล ๆ และที่นี่ยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมก่อนขึ้นไปยังยอดเขาด้วยค่ะ การแวะที่จุดนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการขึ้นยอดเขาต๋ากู่ปิงชวน เพราะถือว่าเป็นการทำให้ร่างกายได้ปรับตัวกับความสูงก่อนที่จะขึ้นสู่ยอดเขาที่ระดับความสูง 4,860 เมตร
2. จุดชมวิว 4,860 เมตร (4,860 Meter Viewing Platform)
ที่นี่คือจุดหมายปลายทางหลักที่ทุกคนต้องมาให้ถึงเมื่อมาทัวร์จีนที่ต๋ากู่ปิงชวน ทันทีที่ประตูของกระเช้าไฟฟ้าได้เปิดออกมา คุณจะได้พบกับลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยยอดเขาหิมะ ที่ดูเหมือนว่าแค่เราเอื้อมมือไปก็สามารถแตะท้องฟ้าได้เลยค่ะ ที่นี่เราจะได้พบกับธารน้ำแข็งหมายเลข 1, 2 และ 3 กันอย่างใกล้ชิด แผ่นน้ำแข็งหนาเตอะที่มีสีฟ้าจาง ๆ กระจายตัวอยู่ตามร่องเขา ความกดอากาศที่เบาบางทำให้ท้องฟ้ามีสีฟ้าเข้มจัด ตัดกับสีขาวของหิมะอย่างสมบูรณ์แบบ และบนจุดชมวิวนี้ยังมีธงมนต์ของชาวทิเบตโบกสะบัด เป็นสัญลักษณ์ของการอวยพรและความโชคดีในการเดินทางมาเยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กันด้วย
3. ต๋ากู่คาเฟ่ (Dagu Cafe)
ในบรรดาสถานที่เช็คอินของการทัวร์จีน ต๋ากู่คาเฟ่คือหนึ่งในแลนด์มาร์คที่พิเศษกว่าใคร ๆ ค่ะ เพราะคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชั้นบนของสถานีกระเช้ายอดเขา 4,860 เมตร จึงได้รับการบันทึกว่าเป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก ภายในร้านกรุด้วยกระจกใสบานใหญ่รอบทิศทาง ให้เราได้นั่งจิบโกโก้ หรือกาแฟลาเต้ร้อน ๆ ที่แสนอบอุ่น พร้อมกับมองวิวหิมะหนาวเหน็บที่กำลังโปรยปรายอยู่ด้านนอก ซึ่งคาเฟ่ก็ยังมีพวกชา น้ำผลไม้ เค้ก ของว่างไว้ให้บริการกันด้วยค่ะ นอกจากวิวจะหลักล้านแล้ว ระบบออกซิเจนภายในคาเฟ่ยังถูกปรับให้เหมาะสมกับร่างกาย ทำให้เป็นจุดพักเหนื่อยที่ดีที่สุดก่อนจะออกไปผจญภัยด้านนอกต่อ
4. ทะเลสาบลิงขนทอง (Golden Monkey Lake)
ระหว่างการนั่งรถบัสในอุทยาน จะผ่านทะเลสาบที่มีชื่อเสียงด้านความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า นั่นคือทะเลสาบลิงขนทอง ที่ตั้งชื่อตามสัตว์หายากประจำถิ่นอย่างลิงขนทองเสฉวนนั่นเองค่ะ ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของ "ลิงจมูกเชิดสีทอง" (Sichuan Golden Snub-nosed Monkey) ซึ่งเป็นสัตว์สงวนหายากของจีน ลิงเหล่านี้มีลักษณะเด่นคือมีขนสีทองอร่ามและหน้าสีฟ้า ในช่วงเช้ามักจะออกมาหากินบริเวณใกล้ริมน้ำ แม้ลิงพวกนี้จะไม่ได้พบเห็นกันง่าย ๆ แต่ในทุกวันนักท่องเที่ยวหลายคนมักจะลงรถที่จุดนี้เพื่อเสี่ยงดวง เผื่อจะได้เจอกับความน่ารักของพวกมันค่ะ นอกจากลิงแล้ว ยังมีนกสายพันธุ์หายากที่อาศัยอยู่ในป่าสนรอบ ๆ ทะเลสาบอีกด้วย
5. ทะเลสาบตงโช (Dongsho Lake)
อีกหนึ่งมุมเงียบสงบที่ซ่อนตัวอยู่ภายในเขตอุทยานต๋ากู่ปิงชวน คือทะเลสาบตงโช (Dongsho Lake) หรือ ทะเลสาบคนรัก ทะเลสาบน้ำจืดบนที่ราบสูงซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้นกระเช้าค่ะ ทะเลสาบนี้มีตำนานเล่าว่าเป็นที่ที่หนุ่มสาวชาวทิเบตมักมาอธิษฐานขอพรเรื่องความรัก น้ำในทะเลสาบมีสีเขียวมรกตที่นิ่งสงบจนเห็นเงาสะท้อนของภูเขาอย่างชัดเจน บริเวณรอบ ๆ ทะเลสาบมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่ในฤดูร้อนจะเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสัน เป็นจุดพักผ่อนที่เหมาะสำหรับการปิกนิก แวะมาเดินเล่น ถ่ายภาพสวย ๆ หรือเพียงแค่นั่งพักเงียบ ๆ เพื่อดื่มด่ำกับความสงบของธรรมชาติกันค่ะ
6. หมู่บ้านหยางหรงฮาเต๋อ (Yangrong Hadeg)
หมู่บ้านนี้ได้รับฉายาว่า "หมู่บ้านทิเบตที่สวยที่สุดในเฮยสุ่ย" และเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมที่สุดสำหรับคนที่มาทัวร์ต๋ากู่ปิงชวนค่ะ ตั้งอยู่ปากทางเข้าหุบเขาน่าอี๋โกว (Naizigou) ห่างจากทางเข้าอุทยานต๋ากู่ปิงชวนเพียงไม่กี่กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่ผสมผสานความทันสมัยและความดั้งเดิมของชาวทิเบตได้อย่างลงตัว บ้านเรือนถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยหินตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ มีโฮมสเตย์ระดับ 4-5 ดาว ให้เราได้เข้าพักกัน ในช่วงค่ำชาวบ้านมักจะมีการเต้นรำพื้นเมืองรอบกองไฟที่ลานกลางหมู่บ้าน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปร่วมสนุกกันได้ค่ะ หมู่บ้านตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนและลำธารอันใสสะอาด โดยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงหมู่บ้านจะถูกล้อมรอบไปด้วยป่าเปลี่ยนสีที่งดงามจนดูเหมือนหมู่บ้านในนิทาน
การมาทัวร์จีนที่ต๋ากู่ปิงชวน ไม่ใช่แค่เพียงการมาดูภูเขาหิมะ ชมธารน้ำแข็ง หรือถ่ายรูปในคาเฟ่ที่สูงที่สุดเท่านั้น หากแต่คือการได้พาตัวเราออกไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ดำรงอยู่มานานกว่าล้านปี ความรู้สึกที่ได้ยืนอยู่บนความสูง 4,860 เมตร มองออกไปเห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและขอบฟ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา พร้อมสูดอากาศเบาบางที่เย็นจัดเข้าปอด คือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้วค่ะ ต๋ากู่ปิงชวนคือจุดหมายปลายทางที่ทำให้เราได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ที่ไม่ว่าจะเลือกเดินทางช่วงฤดูไหน ความงามของธารน้ำแข็งและภูเขาหิมะก็พร้อมต้อนรับเสมอ ใครที่กำลังมองหาเส้นทางใหม่ ๆ ในโปรแกรมทัวร์จีน ลองเปิดแมพใหม่ปักหมุดมาที่ดินแดนหิมะแห่งเสฉวนแห่งนี้กันค่ะ แล้วคุณจะพบว่าการได้ยืนอยู่บนความสูงเกือบห้าพันเมตร ท่ามกลางลมหนาวและวิวทิวทัศน์กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา คือประสบการณ์ที่คุ้มค่ายากจะลืมเลือนอย่างแท้จริง