เปิดพิกัดไฮไลต์ 10 ที่เที่ยว ลี่เจียง เสน่ห์เวนิสแห่งตะวันออก เมืองมรดกโลกที่ต้องไปเห็นด้วยตา!
หากให้พูดถึงเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางในการทัวร์จีน ซึ่งผสมผสานความคลาสสิคของประวัติศาสตร์ เข้ากับความงดงามอลังการของธรรมชาติได้อย่างลงตัวที่สุด หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของลี่เจียง (Lijiang) ปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอนค่ะ เมืองมรดกโลกแห่งมณฑลยูนนานที่ถูกขนานนามว่าเป็น "เวนิสแห่งตะวันออก" ด้วยระบบคูคลองที่ไหลผ่านเมืองเก่าอันทรงเสน่ห์ และวิถีชีวิตของชนเผ่าหน่าซี (Naxi) ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้อย่างเข้มข้น ท่ามกลางฉากหลังของภูเขาหิมะอันยิ่งใหญ่ที่สูงตระหง่านท้าทายกาลเวลา การมาเที่ยวลี่เจียงจึงไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางทัวร์จีนธรรมดา แต่คือประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเองกันสักครั้ง แน่นอนว่าวันนี้เราก็มีข้อมูลเที่ยวลี่เจียง ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ทั้ง 10 แห่ง ที่ไม่อยากให้พลาดมาฝากกันค่ะ
ทำความรู้จักลี่เจียง
เมืองลี่เจียง (Lijiang) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลยูนนาน ซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนทิเบต มีความสูงเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,400 เมตร จึงทำให้ลี่เจียงมีอากาศเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี แทบจะไม่เจออากาศร้อนกันเลยค่ะ สิ่งที่ทำให้ลี่เจียงมีความโดดเด่นและกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในการทัวร์จีน ก็คือ “เมืองเก่าลี่เจียง” เมืองโบราณที่มีการจัดวางผังเมืองตามภูมิประเทศ ซึ่งยังคงหลงเหลือสถาปัตยกรรมไม้โบราณอายุเกือบ 900 ปี ท่ามกลางลำคลองใสที่ไหลผ่านตรอกซอกซอยภายในเมือง มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะขาวโพลน โดยเฉพาะภูเขาหิมะมังกรหยกที่กลายเป็นภาพจำคู่เมืองลี่เจียงกันไปแล้วค่ะ ซึ่งทิวทัศน์นี้เองที่ทำให้ลี่เจียงได้รับฉายาว่า “เวนิสแห่งตะวันออก” เมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 และยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่งจนถึงปัจจุบัน ลี่เจียงไม่ได้มีเพียงความงดงามแค่วิวทิวทัศน์เท่านั้น หากแต่ยังมีวัฒนธรรมของชนเผ่าหน่าซี (Naxi) ที่มีภาษา ดนตรี และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ของลี่เจียงให้น่าหลงใหลแบบไม่มีใครเหมือน
ไปลี่เจียง ช่วงไหนดี?
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) เป็นช่วงเวลาทองของการเที่ยวลีเจียงเลยค่ะ ในช่วงนี้ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงตัดกับท้องฟ้าสีครามเข้ม อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-20°C ท้องฟ้าเปิด อากาศแจ่มใส สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาหิมะมังกรหยกได้อย่างชัดเจน เหมาะกับการท่องเที่ยวธรรมชาติ กิจกรรมกลางแจ้ง และเป็นช่วงที่ถ่ายรูปสวยที่สุด
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) เป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่ง อากาศสดชื่นเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 8-20°C ท้องฟ้าแจ่มใส นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นมากนัก เหมาะกับการเดินเล่นชมเมืองเก่า หรือบริเวณสวนสาธารณะและรอบสระมังกรดำ
- ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) เป็นช่วงที่อาจมีฝนตกชุก แต่จะได้เห็นลี่เจียงในเวอร์ชั่นที่เขียวชอุ่ม มีหมอกคลอเคลียตามยอดเขาดูโรแมนติกไปอีกแบบค่ะ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15–25°C ไม่ร้อนจัดเหมือนเมืองอื่นของจีน ธรรมชาติรอบเมืองจะเขียวชอุ่มสดชื่น โดยเฉพาะบริเวณภูเขาและทุ่งหญ้า
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) เป็นช่วงที่ท้องฟ้าเปิดโล่งที่สุด ทำให้เห็นภูเขาหิมะมังกรหยกได้ชัดเจนแบบไม่มีอะไรมาบดบัง บริเวณยอดเขาหิมะจะดูขาวสะอาดและหนาตามากขึ้น แต่อากาศจะค่อนข้างหนาวจัดจนถึงติดลบในตอนกลางคืน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0–15°C มีบรรยากาศโรแมนติกและมีนักท่องเที่ยวไม่มาก
พิกัด 10 ที่เที่ยวในลี่เจียงที่ห้ามพลาด
1. ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)
ภูเขาหิมะแห่งนี้คือจิตวิญญาณและสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองของลี่เจียงเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งชาวหน่าซีให้ความเคารพภูเขาแห่งนี้กันมาก โดยเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้า "ซานตัว" (Sanduo) ผู้ปกปักรักษาเมือง มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ "ซ่านจื่อโต่ว" (Shanzidou) ซึ่งมีความสูงถึง 5,596 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยมีลักษณะเป็นแนวเขาทอดยาว 13 ยอด ที่ดูคล้ายมังกรหยกกำลังนอนพาดตัวอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ การขึ้นสู่ยอดเขาด้านบนสุดทำได้โดยการนั่งกระเช้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Glacier Park Cable Car) ขึ้นไปที่ความสูง 4,506 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเดินเท้าต่อไปยังจุดชมวิวสูงสุดที่ 4,680 เมตร ซึ่งในระหว่างเส้นทางจะสามารถมองเห็นธารน้ำแข็งโบราณ ท่ามกลางอากาศที่เบาบางและอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ดังนั้นการขึ้นมาทัวร์จีนด้านบนยอดเขาแห่งนี้ ควรเตรียมกระป๋องออกซิเจนพกพาและเสื้อกันหนาวขนเป็ดให้พร้อมค่ะ เพราะอาจเกิดอาการแพ้ความสูง (AMS) กันได้
2. โชว์จางอี้โหม่ว ลี่เจียงอิมเพรสชั่น (Impression Lijiang Show)
ลงจากภูเขาหิมะมังกรหยกแล้วมาชมโชว์จางอี้โหม่ว ลี่เจียงอิมเพรสชั่น กันค่ะ การแสดงกลางแจ้งสุดยิ่งใหญ่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาทัวร์ลี่เจียง กำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง จางอี้โหม่ว (Zhang Yimou) ผู้สร้างภาพยนตร์ระดับโลก การแสดงจัดขึ้นบริเวณเชิงเขาภูเขาหิมะมังกรหยก โดยใช้ภูเขาหิมะเป็นฉากหลัง บนเวทีครึ่งวงกลมสีแดงอิฐที่ออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ ซึ่งอยู่บนความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ถือเป็นเวทีกลางแจ้งที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกันเลยค่ะ การแสดงโชว์ใช้นักแสดงกว่า 500 ชีวิตที่เป็นชาวบ้านจาก 10 ชนเผ่าในลี่เจียง ที่จะมาร้องเพลง เต้นรำ และขี่ม้าโชว์วิถีชีวิตดั้งเดิมโดยที่ไม่มีการใช้เครื่องขยายเสียง แต่ใช้เสียงสดที่ดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา เนื้อหาของการแสดงถ่ายทอดเรื่องราวความเชื่อ จิตวิญญาณ และการสู้ชีวิตของคนบนพื้นที่สูง ผ่านดนตรี การเต้น และสีสันของเครื่องแต่งกายได้อย่างน่าประทับใจ
3. ช่องแคบเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge)
หนึ่งในช่องแคบที่ลึกและตระการตาที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาหิมะมังกรหยกและภูเขาหิมะฮาปา เป็นบริเวณที่สายน้ำของแม่น้ำจินซาเจียงไหลบีบตัวผ่านช่องเขาแคบ ๆ ด้วยความเร็วและพลังมหาศาล เกิดเป็นสายน้ำเชี่ยวกรากและเสียงน้ำกระทบโขดหินดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ชื่อของช่องแคบมาจากตำนานของเสือที่กระโดดข้ามแม่น้ำตรงจุดที่แคบที่สุดเพียง 25 เมตร เพื่อหนีจากพรานล่าสัตว์ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีจุดเช็กอินที่ห้ามพลาดอย่างรูปปั้นเสือขนาดใหญ่ที่อยู่ริมแม่น้ำ บริเวณช่องแคบเสือกระโจนสามารถแบ่งจุดชมวิวออกเป็น 3 ส่วน คือ ตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง สำหรับใครที่เป็นสายลุยหรือชื่นชอบการเดินป่า ที่นี่ก็มีเส้นทางเดินป่าให้เลือกเดินกันได้ค่ะ แต่ต้องบอกว่าเส้นทางเดินลงไปยังจุดชมวิวนั้นค่อนข้างลาดชันและมีบันไดหลายร้อยขั้น จึงควรเตรียมร่างกายให้พร้อมและสวมรองเท้าที่สามารถยึดเกาะได้ดี จะช่วยให้การเดินป่าเพื่อชมความงามของช่องแคบเสือกระโจนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
4. โค้งแรกแม่น้ำแยงซี (Changjiangdiyiwan)
เป็นจุดชมทัศนียภาพซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่บ้านฉือเหมิน ห่างจากตัวเมืองลี่เจียงไปทางตะวันตก บริเวณนี้คือจุดที่แม่น้ำจินซาเจียง (แม่น้ำแยงซีตอนบน) ซึ่งไหลลงมาจากที่ราบสูงทิเบต ปะทะกับเทือกเขาหยุนหลิ่งจนต้องหักโค้งเปลี่ยนทิศทางเกือบ 180 องศา ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดที่แม่น้ำสายยาวที่สุดของเอเชียไหลวกกลับอย่างกะทันหันเป็นรูปตัว U ขนาดใหญ่ จากจุดชมวิวบนเนินเขาจะสามารถมองเห็นแม่น้ำสีเขียวมรกตตัดกับทุ่งนาและหมู่บ้านเล็ก ๆ เบื้องล่าง รวมไปถึงไร่นาที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล และเห็นภาพโค้งน้ำที่โอบล้อมภูเขาราวกับภาพวาดธรรมชาติขนาดมหึมา ซึ่งที่นี่ไม่เพียงมีความงดงามทางภูมิศาสตร์ แต่ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วยค่ะ เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่กองทัพจีนในอดีตใช้ข้ามแม่น้ำ รวมถึงขบวนรถม้าส่งชา (Tea Horse Road) ที่ต้องผ่านเส้นทางนี้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดแวะพักและจุดชมวิวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของลี่เจียง
5. ทุ่งหญ้าหยุนซันผิง (Yun Shan Ping)
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ทุ่งหญ้าสน" (Spruce Meadow) เป็นทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่ตั้งอยู่บนระดับความสูงประมาณ 3,240 เมตรจากน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยป่าสนดึกดำบรรพ์ที่หนาแน่น ทุ่งหญ้าบนที่สูงแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในเขตภูเขามังกรหยกที่สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้เช่นกัน บรรยากาศบริเวณทุ่งหญ้าจะสดชื่นเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ทุ่งหญ้าจะมีสีเขียวสด มีดอกไม้ป่าขึ้นแซมเป็นระยะ โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยก กลายเป็นทัศนียภาพที่งดงามราวกับอยู่ในโปสการ์ดเลยค่ะ ทุ่งหญ้าแห่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับตำนานรักของชนเผ่าหน่าซี จึงทำให้หลายคนเรียกที่นี่ว่า “ทุ่งหญ้าแห่งความรัก” บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบแตกต่างจากยอดเขาหลัก และมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า โดยมีทางเดินไม้ (Boardwalk) ที่ลัดเลาะไปตามแนวป่าและทุ่งหญ้า เหมาะสำหรับใครที่อยากหลีกเลี่ยงฝูงชนมาหาที่สวย ๆ สงบ ๆ ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
6. ทะเลสาบไป๋สุ่ยเหอ (Blue Moon Valley)
มาทัวร์จีนที่ลี่เจียงแล้วอยากได้ภาพสวย ๆ แนะนำให้มาที่ทะเลสาบแห่งนี้กันเลยค่ะ ที่นี่คือหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดในลี่เจียง ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูเขาหิมะมังกรหยก โดยชื่อ “Blue Moon” นั้นมาจากภาพสะท้อนของภูเขาหิมะบนผิวน้ำที่โค้งคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ลักษณะเด่นของทะเลสาบไป๋สุ่ยเหอคือน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่ใสราวกับคริสตัล อันเกิดจากแร่ธาตุในธารน้ำแข็งที่ละลายไหลลงมาตามชั้นหินปูน ก่อให้เกิดแอ่งน้ำลดหลั่นเป็นชั้น ๆ คล้ายขั้นบันไดธรรมชาติ โดยแบ่งออกเป็นหลายแอ่ง เช่น Jade Liquid Lake, Mirror Pond และ Blue Moon Lake ซึ่งแต่ละจุดก็มีทิวทัศน์ที่แตกต่างกัน บางจุดมีสะพานไม้พาดผ่าน บางจุดเป็นลานหินให้ยืนชมวิวแบบใกล้ชิด บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ รายล้อมด้วยแนวสนและภูเขาสูง แต่บอกได้เลยว่าถ่ายรูปสวยทุกจุดค่ะ การเดินชมทะเลสาบสามารถใช้รถรางภายในพื้นที่ หรือใช้เส้นทางเดินเท้ากันก็ได้ โดยแนะนำให้มากันช่วงสายถึงบ่ายต้น ๆ เพราะเป็นช่วงที่แสงแดดจะสะท้อนผิวน้ำได้สวยที่สุดค่ะ
7. สระมังกรดำ หรือ เฮยหลงถัน (Heillongtan, Black Dragon Pool)
สวนสาธารณะเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ทัวร์จีนยอดนิยมของลี่เจียง และกลายเป็นหนึ่งในทิวทัศน์อันโดดเด่นของลี่เจียงด้วยค่ะ จุดเด่นของที่นี่คือสระน้ำใสสะอาดที่สะท้อนภาพยอดเขาหิมะมังกรหยกได้อย่างคมชัด ยิ่งในช่วงวันที่ฟ้าเปิด เงาของภูเขาหิมะสีขาวที่สะท้อนลงบนผิวน้ำสีเขียวมรกต เป็นภาพที่สวยงามจนแทบไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริง เรียกได้ว่าเป็นมุมมหาชนของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนลี่เจียงจะต้องเก็บภาพ และถือได้ว่าเป็นฉาก "Signature" ของลี่เจียงที่ปรากฏอยู่ในโปสการ์ดแทบทุกใบ ภายในสวนมีทางเดินหิน สะพานหินโบราณ ศาลาจีน และอาคารไม้สไตล์ดั้งเดิม บรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับการเดินเล่นพักผ่อน ซึ่งช่วงเช้าจะเห็นชาวท้องถิ่นมารำไทเก๊กหรือออกกำลังกาย เป็นภาพวิถีชีวิตของชาวลี่เจียงที่ดูอบอุ่นเรียบง่าย นอกจากนี้สระมังกรดำยังเป็นต้นกำเนิดของระบบชลประทานที่หล่อเลี้ยงเมืองเก่าลี่เจียง ซึ่งไหลผ่านลำธารเข้าสู่ตรอกซอกซอยของเมืองเก่ากันอีกด้วย
8. อุทยานน้ำหยก (Jade Water Village)
อุทยานน้ำหยกตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาหิมะมังกรหยก ที่นี่เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมของชนเผ่าหน่าซีที่ผสมผสานธรรมชาติและความเชื่อเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน มีน้ำตกธรรมชาติไหลผ่านเกิดเป็นแอ่งน้ำใสราวคริสตัลที่เรียงลดหลั่นลงมาอย่างงดงาม ซึ่งเรียกว่าน้ำตกมังกร ภายในอุทยานมีศาลเจ้าและสัญลักษณ์ทางศาสนาแบบดั้งเดิมของชนเผ่าหน่าซี รวมถึงเสากังหันน้ำโบราณขนาดใหญ่ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนกันที่นี่สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมตงปา (Dongba) ซึ่งเป็นระบบอักษรภาพโบราณที่ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน บรรยากาศภายในอุทยานเต็มไปด้วยเงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้เก่าแก่เขียวชอุ่ม และภูเขาที่สลับซับซ้อน เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ ถ่ายภาพสวย ๆ และเพลิดเพลินไปกับวิถีชีวิตท้องถิ่น เป็นสถานที่เที่ยวลี่เจียงที่ให้เราสามารถพักผ่อนหย่อนใจ และสะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมของลี่เจียงอย่างแท้จริงค่ะ
9. พระราชวังมู่ฟู (Mufu Palace)
ที่นี่คือจวนของตระกูล “มู่” ซึ่งเป็นผู้ปกครองลี่เจียงมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี สถานที่ทัวร์จีนแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า “พระราชวังต้องห้ามแห่งยูนนาน” ด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานศิลปะจีนฮั่น ทิเบต และหน่าซี ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นเรียงรายลดหลั่นตามแนวภูเขา มีลานกว้าง ศาลา ห้องโถง และสวนแบบจีนดั้งเดิม มีตำหนักและห้องหับต่าง ๆ ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ด้านบนสุดของพระราชวังเป็นจุดชมวิวเมืองเก่าลี่เจียงแบบพาโนรามา ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวเมืองเก่าลี่เจียงที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่งเลยค่ะ ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ของตระกูลมู่ เอกสารโบราณ และเรื่องราวเกี่ยวกับการค้าชา–ม้า (Tea Horse Road) ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญในอดีต หากมีโอกาสได้มาเที่ยวลี่เจียงกันที่นี่ แนะนำให้เช่าชุดย้อนยุคที่เป็นชุดพื้นเมืองของชาวหน่าซี หรือชุดจีนโบราณมาถ่ายรูปกันในพระราชวังแห่งนี้ จะได้บรรยากาศที่สมจริงเหมือนหลุดไปอยู่ในยุคจีนโบราณกันเลยทีเดียว
10. เมืองเก่าลี่เจียง (Lijiang Old Town)
มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เมืองต้าเหยียน" (Dayan Old Town) เมืองโบราณมรดกโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 900 ปี ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีของชนเผ่าหน่าซีอที่พยพมาจากทิเบต สร้างขึ้นในช่วงต้นราชวงศ์หยวนบนที่ราบสูงหยุนกุ้ยที่ระดับความสูง 2,400 เมตรจากน้ำทะเล ความพิเศษของที่นี่คือเป็นเมืองที่ไม่มีกำแพงล้อมรอบ สาเหตุก็เกิดจากชื่อของตระกูลมู่ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองลี่เจียงในอดีตค่ะ เพราะถ้าหากสร้างกำแพงล้อมรอบ ก็เหมือนกับการนำอักษรจีนคำว่า "มู่" มาใส่ในกรอบ ซึ่งจะกลายเป็นอักษร "คุน" ที่หมายถึง "การล้อม" หรือ "ความลำบาก" หมายความว่าถ้าสร้างกำแพงขึ้นมาตระกูลมู่และลูกหลานจะถูกล้อมเหมือนหนูในรู พบเจอแต่ความยากลำบาก จึงไม่มีการสร้างกำแพงขึ้นมานั่นองค่ะ ภายในเมืองมีสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเผ่าหน่าซี มีคลองเล็ก ๆ หลายสายที่ไหลคดเคี้ยวไปตามตรอกซอกซอยซึ่งปูด้วยหิน มีสะพานหิน กังหันน้ำโบราณ ต้นหลิวที่พลิ้วไหวไปตามสายลม ทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่าเวนิสแห่งตะวันออกและชูโจวบนที่สูง
การมาทัวร์จีนที่ลี่เจียงคือการพาตัวเราเข้ามาสู่ทิวทัศน์อันงดงาม และบรรยากาศของจีนโบราณอย่างแท้จริงค่ะ เมืองที่คุณจะได้ตื่นขึ้นมาแล้วมองเห็นหลังคากระเบื้องแบบจีนโบราณ ได้ยินเสียงสายน้ำไหลเอื่อยผ่านคลองและลำธารเล็ก ๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็สามารถมองเห็นภาพของภูเขาหิมะมังกรหยกที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกล ๆ ราวกับได้มาใช้ชีวิตอยู่ในภาพวาดของจิตรกรเอก ในขณะเดียวกันก็สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของวัฒนธรรมชนเผ่าหน่าซีที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี ลี่เจียงจึงเป็นเมืองที่มีวิถีชีวิตของผู้คนที่ละเมียดละไม ซึ่งอยู่ร่วมกับธรรมชาติอันแสนยิ่งใหญ่ได้อย่างลงตัว ใครที่กำลังมองหาสถานที่ทัวร์จีนเพื่อพักผ่อนหัวใจ สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามตระการตา การเลือกมาเยือนเมืองที่ได้รับฉายาว่าเวนิสแห่งตะวันออกอย่างลี่เจียง คือคำตอบที่ถูกต้องอย่างแน่นอนค่ะ