เที่ยวเมืองซีอาน เมืองแห่งจักรพรรดิ เปิด 10 พิกัดระดับตำนานอารยธรรมจีนโบราณที่ห้ามพลาด!
หากกรุงโรมคือจุดสูงสุดของอารยธรรมตะวันตก ซีอาน (Xi'an) หรือฉางอาน (Chang'an) ในอดีตก็เรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดแห่งอารยธรรมตะวันออกที่รุ่งเรืองที่สุดค่ะ ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่เมืองหลวงเก่า หากแต่เป็นศูนย์กลางของชาวจีนมายาวนานถึงกว่า 3,000 ปี เป็นที่ประทับของจักรพรรดิกว่า 73 พระองค์จาก 13 ราชวงศ์ ซึ่งรวมถึงราชวงศ์อันยิ่งใหญ่อย่างราชวงศ์ฉิน (Qin Dynasty) ราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty) และราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) ทำให้ทุกย่างก้าวของการมาทัวร์จีนที่ซีอานล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์อันเข้มข้น การเดินทางมาเที่ยวซีอานจึงเปรียบเสมือนการเดินทางย้อนเวลา เพื่อไปสำรวจเรื่องราวในอดีตอันยิ่งใหญ่ของจีน รวมไปถึงจุดเริ่มต้นแห่งเส้นทางสายไหม (Silk Road) ที่เชื่อมต่อโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งเราก็ได้รวบรวมข้อมูลเที่ยวซีอาน 10 พิกัดระดับตำนานแห่งอารยธรรมจีนโบราณมาฝากกันค่ะ
1. สุสานกองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ (The Terracotta Warriors and Horses)
สถานที่ทัวร์ซีอานซึ่งเป็นการค้นพบทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 โดยในปี ค.ศ. 1974 เมื่อชาวนาท้องถิ่นได้พยายามขุดบ่อน้ำแต่กลับพบศีรษะของทหารดินเผา นำไปสู่การเปิดเผยความลับใต้พิภพที่ถูกฝังกลบมานานกว่า 2,200 ปี สุสานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งของจักรพรรดิฉินสื่อหวง (จิ๋นซีฮ่องเต้) ผู้รวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่งเดียว โดยเชื่อว่ากองทัพทหารเหล่านี้จะคอยอารักขาพระองค์ในโลกหลังความตาย ปัจจุบันมีการขุดค้นพบมากกว่า 8,000 นาย ภายในหลุมที่ 1 ซึ่งเป็นหลุมที่ใหญ่ที่สุด คือกองทัพหน้าขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยทหารดินเผาร่างยักษ์ที่มีความสูงเฉลี่ย 1.8 เมตร ยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ มีรถศึกและม้าดินเผา ในหลุมที่ 2 มีการจัดทัพที่ซับซ้อนกว่า โดยมีทั้งขบวนรถศึก พลธนู ทหารราบ และทหารม้า และในหลุมที่ 3 เป็นหลุมที่เล็กที่สุด ซึ่งนักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นศูนย์บัญชาการของกองทัพ สิ่งที่น่าทึ่งคือทหารแต่ละนายมีใบหน้าและแววตาที่ดูมีชีวิต มีทรงผมและชุดเกราะที่ไม่ซ้ำกัน เชื่อกันว่าเป็นการสร้างเลียนแบบมาจากคนจริงเพื่อคอยปกป้องและติดตามรับใช้จักรพรรดิในปรโลก
2. พิพิธภัณฑ์ซีอาน (Xi’an Museum)
สถานที่ทัวร์จีนที่ทำให้เราได้เห็นภาพรวม ว่าทำไมซีอานถึงเป็นเมืองที่ร่ำรวยทางวัฒนธรรมที่สุด พิพิธภัณฑ์ซีอานจัดแสดงโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอันล้ำค่ามากถึงกว่า 2,000 ชิ้น เรียงตามลำดับเวลาครอบคลุมระยะเวลากว่า 2,000 ปี เป็นอาคารสามชั้นที่ออกแบบตามแนวคิดดั้งเดิมของจีนเกี่ยวกับจักรวาล คือ สวรรค์ทรงกลมและโลกทรงสี่เหลี่ยม ชั้นใต้ดินจัดแสดงโบราณวัตถุและสมบัติล้ำค่าทางวัฒนธรรม ที่แสดงให้เห็นถึงเศรษฐกิจและสังคมของซีอานและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับต่างประเทศ ชั้นที่ 1 จัดแสดงพระพุทธรูปและโบราณวัตถุล้ำค่า ที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนาในฉางอาน และชั้นที่ 2 จัดแสดงหยกอันประณีตที่ใช้ในพิธีกรรมและชีวิตประจำวัน ตราประทับ รวมไปถึงภาพวาดและงานเขียนพู่กันของจิตรกรชื่อดังในราชวงศ์ต่าง ๆ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ ภาชนะสำริดหย่งหยูสมัยราชวงศ์โจวตะวันตก ถ้วยหยกโบราณที่มีลวดลายเมฆประสานจากสมัยราชวงศ์ฉิน ที่วางตะเกียงรูปแกะปิดทองสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เครื่องปั้นดินเผาเคลือบสามสีรูปม้าควบจากสมัยราชวงศ์ถัง และโถสุราทองสัมฤทธิ์ปิดทองจากสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
3. วัดต้าซิงชาน (Daxingshan Temple)
วัดพุทธที่มีอายุกว่า 1,700 ปี ซึ่งเปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยสงฆ์ในยุคโบราณ เป็นหนึ่งในสามสถานที่สำคัญสำหรับการแปลพระสูตรร่วมกับวัดต้าฉือเอินและวัดเจี้ยนฟู่ และเป็นต้นกำเนิดของพุทธศาสนานิกายวัชรยานในประเทศจีน สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์จิ้น ภายในวัดมีพื้นที่กว้างขวาง มีศาลาและกุฏิสำหรับพระสงฆ์ 243 หลัง ที่มีการจัดเก็บภาพวาดที่มีชื่อเสียงและแผ่นศิลาจารึกที่บันทึกการบูรณะวัดในอดีต ส่วนด้านหลังเป็นหอรวบรวมพระสูตร ซึ่งหลังจากที่ถูกทำลายอยู่หลายครั้งและได้รับการบูรณะใหม่ในปี ค.ศ 1955 และ 1983 อาคารที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่จึงมีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง ที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบตามแนวเหนือใต้ ในขณะที่วิหารหลักเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองคำ 5 องค์ ซึ่งเป็นตัวแทนของทิศทั้งห้า และรูปปั้นพระอรหันต์ในสมัยราชวงศ์ชิง ผู้คนและนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนที่ซีอาน นิยมมาที่วัดแห่งนี้เพื่อขอพรเรื่องความสำเร็จและความสงบทางจิตใจ กลิ่นของควันธูปและเสียงสวดมนต์ภายในวัด เสมือนพลังลึกลับที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดพ้นจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
4. วัดลามะกว่างเหริน (Guangren Lama Temple)
วัดพุทธศาสนาทิเบตนิกายเกลุกปาเพียงแห่งเดียวในมณฑลส่านซี วัดลามะสีทองอร่ามที่ตั้งอยู่ใกล้กำแพงเมืองซีอานทางตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างจีนและทิเบต สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1705 ในสมัยจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง เพื่อเป็นที่พักสำหรับลามะชั้นผู้ใหญ่ที่เดินทางไปกลับระหว่างทิเบตและปักกิ่งเมื่อเดินทางผ่านมายังซีอาน สถาปัตยกรรมของวัดสะท้อนรูปแบบทิเบตอย่างชัดเจน ทั้งหลังคาสีทอง ผนังสีแดงเข้ม ลวดลายประดับแบบวัชรยาน และธงมนต์ที่โบกสะบัดเหนือหลังคา ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรยที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะทิเบต และยังเป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์ล้ำค่า มีรูปปั้นขององค์หญิงเหวินเฉิงแห่งราชวงศ์ถังที่อภิเษกสมรสกับกษัตริย์องค์แรกของทิเบตเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี ซึ่งได้นำพุทธศาสนาจากจีนเข้าไปสู่ทิเบต ทำให้วัดแห่งนี้มีความหมายอย่างยิ่งในเชิงประวัติศาสตร์ การเมือง และศาสนาระหว่างสองอาณาจักร บริเวณโดยรอบมีต้นไม้หายากที่มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปีอยู่หลายต้น โดยเฉพาะต้นสนไซเปรสที่มีอายุกว่า 300 ปี
5. เจดีย์ห่านป่าเล็ก (Small Wild Goose Pagoda)
เดิมชื่อว่าเจดีย์วัดเจี้ยนฟู่ ตั้งอยู่ภายในวัดเจี้ยนฟู่และอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์ซีอาน เจดีย์พุทธแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สถานที่ทัวร์จีนแห่งนี้เป็นพยานถึงการเข้ามาของพระพุทธศาสนาในประเทศจีน ที่ได้ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 707 เพื่อเก็บรักษาคัมภีร์พุทธศาสนาที่นำมาจากอินเดียโดยพระอี้จิง ความมหัศจรรย์ของเจดีย์นี้คือการรอดพ้นจากแผ่นดินไหวที่มีมากถึงกว่า 70 ครั้ง มีบันทึกว่าเจดีย์เคยแยกออกเป็นสองเสี่ยงจากแผ่นดินไหวใหญ่ และเมื่อแผ่นดินไหวอีกครั้งรอยแยกนั้นกลับปิดสนิทเข้าหากันเองอย่างน่าอัศจรรย์ จนชาวบ้านเรียกกันว่าเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ และเนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ห่านป่าแต่มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย เจดีย์วัดเจี้ยนฟู่จึงถูกเรียกว่า "เจดีย์ห่านป่าเล็ก" ในขณะที่เจดีย์ห่านป่าเดิมในวัดต้าฉือเอินก็กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ "เจดีย์ห่านป่าใหญ่” ซึ่งนอกจากการชมเจดีย์แล้ว ยังสามารถลองเคาะระฆังยักษ์เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อโบราณกันได้ค่ะ
6. เจดีย์ห่านป่าใหญ่ (Giant Wild Goose Pagoda)
ที่นี่คือแลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของซีอาน ที่เป็นตัวแทนของความศรัทธาและความมุ่งมั่นของพระถังซัมจั๋ง เจดีย์สูง 7 ชั้นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บพระไตรปิฎก 657 เล่ม ที่พระถังซัมจั๋งได้อัญเชิญมาจากอินเดียหลังจากใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 17 ปี ตัวเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างจีนและอินเดียที่หาดูได้ยาก ตั้งอยู่ในบริเวณวัดต้าฉือเอิน เจดีย์ห่านป่าใหญ่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นโบราณสถานสำคัญระดับชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ของจีน นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เดิมทีเจดีย์มีด้วยกัน 5 ชั้น และได้ต่อเติมเพิ่มอีก 2 ชั้น จึงเป็นที่มาของสุภาษิตจีนที่ว่า "การช่วยชีวิตคนสำคัญกว่าการสร้างเจดีย์ 7 ชั้น" ภายนอกเจดีย์มีลักษณะเหมือนทรงกรวยสี่เหลี่ยมที่ดูยิ่งใหญ่แต่เรียบง่าย สร้างขึ้นมาจากอิฐและมีโครงสร้างที่แข็งแรงมาก ภายในเจดีย์มีบันไดวนเพื่อให้ผู้มาเยือนสามารถขึ้นไปชมวิวที่ประตูโค้งทั้ง 4 ด้านของแต่ละชั้นได้ บริเวณโดยรอบเจดีย์มีจัตุรัสและสวนที่สวยงาม โดยเฉพาะจัตุรัสทางทิศเหนือที่มีน้ำพุเต้นระบำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียให้ได้ชมกันด้วยค่ะ
7. จัตุรัสหอระฆังและหอกลองซีอาน (Bell Tower and Drum Tower of Xi’an)
หอระฆังและหอกลองของซีอาน มีอายุย้อนไปถึงช่วงเริ่มต้นของราชวงศ์หมิงค่ะ ที่นี่เป็นสัญลักษณ์ของอดีตอันรุ่งเรืองของเมือง และเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างประเภทเดียวกันที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในประเทศจีน โดยในช่วงราชวงศ์หมิงทุกเมืองในประเทศจีนต่างก็มีหอระฆังและหอกลอง เพื่อเอาไว้ใช้บอกเวลาและบอกเหตุการณ์สำคัญ หอระฆังแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโดยมีความสูงถึง 27.4 เมตร ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมืองซีอาน และเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนกันที่เมืองนี้ค่ะ ในขณะที่หอกลองจะตั้งอยู่ทางทิศใต้สุดของถนนคนเดินเป่ยหยวนเหมิน ห่างจากหอระฆังไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 200 เมตร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1380 เป็นที่เก็บรักษากลองขนาดใหญ่จำนวนมากที่ใช้บอกเวลาและการแจ้งเตือนภัยในอดีต รวมไปถึงเครื่องเรือนโบราณบางชนิด โดยระหว่างหอระฆังและหอกลองจะมีจัตุรัสที่สามารถมองเห็นหอทั้งสองได้อย่างชัดเจน บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร โดยในช่วงเย็นบรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ
8. กำแพงเมืองโบราณซีอาน (Xian City Wall)
หากอยากสัมผัสความยิ่งใหญ่ของระบบป้องกันเมืองโบราณ ไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่ากำแพงเมืองซีอานอีกแล้วค่ะ กำแพงแห่งนี้สร้างขึ้นบนฐานกำแพงเดิมของราชวงศ์ถัง โดยได้มีการเสริมแกร่งด้วยอิฐและหินในสมัยราชวงศ์หมิง เป็นกำแพงเมืองรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีเส้นรอบ 13.74 กิโลเมตร มีความกว้างขนาดที่ว่ารถม้า 4 คันสามารถวิ่งสวนกันได้สะดวกเลยค่ะ กำแพงเมืองมีประตูทั้งหมด 8 ประตู ได้แก่ ประตูฉางเล่อ (ประตูตะวันออก), ประตูหย่งหนิง (ประตูใต้), ประตูอันถิง (ประตูตะวันตก), ประตูอันหยวน (ประตูเหนือ), ประตูเหอผิง, ประตูเหวินชาง, ประตูหานกวง และประตูซ่างเต๋อ โดย 4 ประตูแรกจะมีบริการให้เช่าจักรยานให้ปั่นบนกำแพงเมืองกันด้วยค่ะ ถ้าหากวางแผนจะเที่ยวชมกำแพงเมืองโบราณซีอานแบบวนรอบ แนะนำให้เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ประตูใต้ค่ะ เพราะถ้าหากคืนจักรยานหลัง 19:00 น. ต้องไปคืนจักรยานที่ประตูใต้ ซึ่งการเช่าจักรยานปั่นบนกำแพงเมืองในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ได้เห็นภาพบ้านเรือนหลังคาทรงโบราณตัดกับตึกระฟ้าที่ทันสมัย เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงอย่างแน่นอน
9. สวนสาธารณะต้าถังฝูหรงหยวน (Tang Paradise)
สวนสนุกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ เป็นการเนรมิตอุทยานหลวงของจักรพรรดิในราชวงศ์ถังขึ้นมาใหม่บนพื้นที่เดิม เพื่อให้คนรุ่นหลังอย่างเราได้สัมผัสถึงความหรูหราฟุ่มเฟือย ในยุคที่จีนมีความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด สถานที่ทัวร์จีนแห่งใหม่ในเมืองซีอานที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A โดยมีทั้งหมด 12 โซนในธีมต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณโดยรอบทะเลสาบฟู่หรง (Furong Lake) ให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ ความเจริญรุ่งเรือง และความงดงามของวัฒนธรรมของราชวงศ์ถัง หนึ่งในราชวงศ์ที่ทรงอำนาจและเจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ สถานที่สำคัญภายในสวนแห่งนี้ ได้แก่ หอคอยเมฆม่วงซึ่งตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน โรงละครเฟิ่งหวง ห้องจัดเลี้ยงหลวง โรงน้ำชาลู่หยู และสถานที่อื่น ๆ ที่กระจายกันอยู่รอบทะเลสาบ โดยสามารถเช่าชุดฮั่นฝูหรือชุดจีนโบราณมาถ่ายรูปสวย ๆ กันในนี้ได้ ในช่วงกลางวันจะมีการแสดงพื้นบ้านหลากหลายรูปแบบ และมีการแสดงแสงสีเสียงสุดตระการตาในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นไฮไลต์เด็ดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน Tang Paradise แห่งนี้กันค่ะ
10. ถนนคนเดินมุสลิม หรือ ถนนคนเดินหุยหมินเจีย (Hui Min Jie)
ย่านนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวจีนมุสลิมหรือที่เรียกว่าชาวหุยมาอย่างยาวนานนับพันปี เป็นหนึ่งในย่านที่คึกคักที่สุดในใจกลางเมืองซีอาน มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ในย่านนี้มากกว่า 60,000 คน ทำให้ที่นี่เป็นย่านชุมชนมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในซีอาน และยังเป็นสถานที่ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอิสลามในประเทศจีน สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนกันที่ซีอาน ถนนคนเดินแห่งนี้คือสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริงค่ะ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของผู้คนและกลิ่นหอมของอาหารปิ้งย่าง โดยเฉพาะบริเวณถนนสายหลักของย่านมุสลิมอย่าง ถนนเป่ยหยวนเหมิน (Beiyuanmen) ที่มีความยาวประมาณ 500 เมตร จะเต็มไปด้วยบรรดานักชิมและอาหารซีอานแสนอร่อยมากมาย อาหารซีอานที่ต้องลองในย่านมุสลิมได้แก่ หยางโร่วเปาโม (Yangrou Paomo) ขนมปังแผ่นฉีกในสตูว์เนื้อแกะ ที่บอกเลยว่าการมาเที่ยวซีอานจะไม่สมบูรณ์แบบหากไม่ได้ลองเมนูเด็ดจานนี้ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีบะหมี่เปียงเปียงชามโต และเมนูเด็ดอื่น ๆ ที่ต้องไปลองชิมกันให้ได้ด้วยตัวเองสักครั้ง
การมาทัวร์จีนที่ซีอานคือการได้ก้าวเข้ามาสัมผัสกับอดีตอันยิ่งใหญ่ของประเทศจีน ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่เมืองที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน แต่ทุกอณูของซีอานล้วนมีรากฐานที่มาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 3,000 ปี อดีตสถานที่ซึ่งเคยเป็นยุคทองของจีนที่รุ่งเรืองที่สุด ที่ผสมผสานระหว่างอำนาจของจักรพรรดิ ศรัทธาทางศาสนา การค้าขายบนเส้นทางสายไหม ที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยความยิ่งใหญ่ให้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน และทั้ง 10 สถานที่เที่ยวซีอานซึ่งเราได้คัดเลือกมาฝากกัน ล้วนแล้วแต่เป็นตัวแทนที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของซีอานได้เป็นอย่างดี ใครที่กำลังมองหาทริปทัวร์จีนที่สามารถสัมผัสกับประวัติศาสตร์ได้แบบถึงแก่น การมาเยือนซีอานคือคำตอบที่ใช่ที่สุดค่ะ