ปักหมุด 10 แลนด์มาร์กกุ้ยหลิน สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองแห่งสายน้ำและขุนเขา
พาทุกท่านมา
ทัวร์จีนกันที่เมือง
กุ้ยหลิน (Guilin) เพื่อพิสูจน์ความงามของเมืองสวรรค์บนพิภพ สถานที่ซึ่งชาวจีนได้ยกย่องและกล่าวขานมาอย่างยาวนานว่า “ทิวทัศน์ของกุ้ยหลิน งามเป็นหนึ่งในใต้หล้า” เมืองแห่งขุนเขาและสายน้ำซึ่งตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ที่มีภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst) อันเกิดจากการกัดเซาะเขาหินปูนมายาวนานหลายล้านปี จนกลายเป็นยอดเขารูปทรงแปลกตาเรียงรายคู่กับแม่น้ำสายสำคัญ เนรมิตให้บรรยากาศของกุ้ยหลินนั้นเต็มไปด้วยภาพทิวทัศน์ภูเขาสลับซับซ้อนที่ซ่อนตัวอยู่ในม่านหมอก ท่ามกลางผืนน้ำสีเขียวมรกตและวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของผู้คน กลายเป็นเสน่ห์อันงดงามและทิวทัศน์ที่ตราตรึงใจให้กับผู้มาเยือนได้อย่างไม่รู้ลืม แน่นอนว่าเราก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเที่ยวกุ้ยหลิน ในส่วนของ 10 แลนด์มาร์คสำคัญที่ห้ามพลาดในการทัวร์กุ้ยหลินมาฝากกันค่ะ
1. เขางวงช้าง (Elephant Trunk Hill)
สัญลักษณ์อันดับหนึ่งของเมืองกุ้ยหลินที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมจุดบรรจบของแม่น้ำหลี (Lijiang) และแม่น้ำเถาฮวา (Taohua) เป็นสถานที่ทัวร์จีนในกุ้ยหลินที่ต้องปักหมุดมาให้ได้ค่ะ ชื่อของภูเขาได้มาจากรูปร่างของภูเขาที่คล้ายกับช้างกำลังจุ่มงวงลงไปในแม่น้ำ โดยช่องเปิดทรงกลมที่อยู่ใต้งวงช้างเรียกว่าถ้ำพระจันทร์น้ำ เนื่องจากเมื่อพระจันทร์ขึ้นในตอนกลางคืน ภาพที่ปรากฏคือดวงจันทร์ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำสะท้อนลงบนผิวคลื่น ที่ลอดผ่านซุ้มประตู ทำให้ดูเหมือนว่ามีดวงจันทร์ลอยอยู่ทั้งบนผิวน้ำและบนท้องฟ้าในเวลาเดียวกัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะถ่ายภาพของเขางวงช้างกันจากระยะไกล เพื่อเก็บภาพรูปร่างของภูเขาที่เหมือนจับช้างกำลังกินน้ำได้อย่างชัดเจน บนยอดเขามีเจดีย์ผู่เซียนและวัดหยุนเฟิงในสมัยราชวงศ์หมิง และเมื่อขึ้นไปถึงกลางภูเขาจะพบถ้ำอีกแห่งหนึ่งซึ่งทะลุผ่านเนินเขาที่มีลักษณะคล้ายดวงตาของช้าง ภายในและภายนอกถ้ำมีภาพแกะสลักและจารึกมากมาย ถ้าหากมีเวลาก็สามารถล่องแพในแม่น้ำหรือขึ้นไปด้านบนเพื่อชมความงามของภูเขากันได้ค่ะ
2. เขาเหยาซาน (Yaoshan Mountain)
มาทัวร์จีนที่กุ้ยหลินกันทั้งทีต้องขึ้นไปที่ภูเขาเหยาซานกันค่ะ ยอดเขาที่สูงที่สุดของกุ้ยหลินและอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 12 กิโลเมตร มีความสูงประมาณ 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล การขึ้นไปยังด้านบนจะมีกระเช้าลอยฟ้าแบบห้อยขาและเปิดโล่ง ซึ่งเรียกได้ว่าหวาดเสียวกันสุด ๆ แต่ก็แลกมากับวิวสวย ๆ ที่คุ้มค่ามาก กระเช้าจะพาเราไปตามเส้นทางคดเคี้ยวผ่านป่าที่สวยงาม เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของพื้นที่ชนบท และเนินเขาหินปูนรูปทรงแปลกตาของกุ้ยหลินได้โดยรอบ ถ้าหากวันไหนสภาพอากาศเป็นใจก็อาจได้เห็นทะเลหมอกกันด้วยค่ะ ในตอนขาลงสามารถเลือกกลับลงมาโดยใช้กระเช้าลอยฟ้าเหมือนเดิม หรือจะลองเล่นสไลเดอร์หินสุดตื่นเต้นกันดูก็ได้ ที่ภูเขาเหยาซานนั้นมีทางสไลเดอร์หินที่ยาวเป็นอันดับสองของจีนซึ่งเป็นทางเลือกที่สนุกและรวดเร็วกว่า และอีกหนึ่งสถานที่น่าสนใจของภูเขาเหยาซาน คือสุสานหลวงของเจ้าชายแห่งจิงเจียงที่เชิงเขา ซึ่งเป็นกลุ่มสุสานที่ใหญ่ที่สุดที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดของเจ้าชายในสมัยราชวงศ์หมิง
3. ภูเขาวงพระจันทร์ (Moon Hill)
สถานที่ทัวร์จีนในกุ้ยหลินแห่งนี้อยู่ห่างจากใจกลางเมืองหยางซั่วประมาณ 8 กิโลเมตร ภูเขาวงพระจันทร์มีชื่อเสียงโด่งดังจากหินก้อนใหญ่ที่มีโพรงรูปวงกลมอยู่ตรงกลาง ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติบนยอดเขาดูคล้ายกับพระจันทร์ขนาดใหญ่ โดยหินก้อนนี้มีความสูง 380 เมตร ยาว 410 เมตร และกว้าง 220 เมตร ความยาวและความกว้างของโพรงรูปพระจันทร์วัดได้ประมาณ 50 เมตร การขึ้นไปด้านบนจะมีบันไดหิน 800 ขั้น รวมไปถึงเส้นทางเดินป่าและปีนเขาหลากหลายเส้นทาง ซึ่งเมื่อมองจากมุมที่ต่างกัน โพรงบนภูเขาจะดูเหมือนพระจันทร์รูปร่างต่าง ๆ ตั้งแต่จันทร์เสี้ยวไปจนถึงพระจันทร์เต็มดวง เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาก็จะได้พบกับทัศนียภาพแบบพาโนรามา 360 องศาอันงดงามของอำเภอหยางซั่ว ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยยอดเขาหินปูนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาได้ทั้งหมด กิจกรรมของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาทัวร์จีนกันที่นี่ก็มีทั้งการเดินป่า ปีนเขา และเยี่ยมชมหมู่บ้านต้าหลี่ ที่สามารถมองเห็นภูเขาวงพระจันทร์ได้อย่างชัดเจน และยังสามารถเช่าจักรยานเพื่อปั่นเที่ยวชมพื้นที่บริเวณโดยรอบกันได้
4. ถ้ำขลุ่ยอ้อ (Reed Flute Cave)
ชื่อของถ้ำมาจากต้นกกเขียวชอุ่มที่ขึ้นอยู่ด้านนอกถ้ำ ซึ่งต้นกกเหล่านี้นิยมนำมาทำเป็นขลุ่ยอ้อนั่นเองค่ะ ถ้ำหินปูนอันสวยงามราวกับพระราชวังใต้พิภพนี้ก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่ 180 ล้านปีก่อน ตั้งอยู่ทางชานเมืองด้านตะวันตกเฉียงเหนือของกุ้ยหลิน ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร มีระยะทางเดินชมภายในถ้ำประมาณ 500 เมตร ถ้ำขลุ่ยอ้อเต็มไปด้วยโลกอันน่าตื่นตาตื่นใจของงหินงอก หินย้อย เสาหิน และหินรูปทรงต่าง ๆ ที่เปล่งประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟสีรุ้งที่เปิดอยู่ภายในถ้ำ มีธารน้ำใต้ดินที่ไหลเอื่อย ๆ สะท้อนเงาภายในถ้ำให้กลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ราวกับความฝัน ซึ่งไฮไลต์เด่น ๆ ภายในถ้ำก็จะมีหินสิงโตและพระอาทิตย์ขึ้น พระราชวังคริสตัลของราชามังกร หินงอกที่เหมือนตุ๊กตาหิมะและต้นสน รวมไปถึงจารึกโบราณบนผนังถ้ำกว่า 77 ชิ้น โดยจารึกที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุย้อนไปถึงปีที่ 6 แห่งรัชสมัยเจิ้นหยวนของราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 790 ) แสดงให้เห็นว่าถ้ำขลุ่ยอ้อแห่งนี้เป็นสถานที่เที่ยวกุ้ยหลินที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในอดีต
5. นาขั้นบันไดหลงจี๋ (Longji Rice Terraces)
คำว่าหลงจี๋ในภาษาจีนแปลว่ากระดูกสันหลังมังกร ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนจึงมักเรียกนาขั้นบันไดแห่งนี้ว่า “นาขั้นบันไดกระดูกสันหลังมังกร” ตั้งอยู่ในอำเภอหลงเซิง ห่างจากตัวเมืองกุ้ยหลิน 77 กิโลเมตร กลุ่มนาขั้นบันไดเหล่านี้ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 650 ปี สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงและแล้วเสร็จในต้นราชวงศ์ชิง นาขั้นบันไดทั้งหมดตั้งอยู่ระหว่างระดับความสูง 300 เมตร ถึง 1100 เมตรจากระดับน้ำทะเล และความลาดชันสูงสุดของนาขั้นบันไดอาจสูงถึง 50 องศา โดยสามารถแบ่งจากตะวันออกไปตะวันตกได้เป็นสามส่วน ได้แก่นาขั้นบันไดจินเคิงของชาวเหยาแดง นาขั้นบันไดผิงอันของชาวจ้วง และนาขั้นบันไดหมู่บ้านโบราณหลงจี๋ ซึ่งในบรรดานาขั้นบันไดทั้ง 3 แห่งนี้ สองแห่งแรกเป็นพื้นที่หลักที่สวยงามที่สุดของนาขั้นบันไดค่ะ ในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนมิถุนายน นาขั้นบันไดจะเต็มไปด้วยน้ำสำหรับการปลูกข้าว ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม ข้าวสีทองอร่ามจะพลิ้วไหวไปตามสายลม และในเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน นาขั้นบันไดจะเป็นสีเขียวชอุ่มที่ให้ความรู้สึกสดชื่น
6. แม่น้ำพบมังกร หรือ แม่น้ำอวี้หลง (Yulong River)
เป็นสาขาหลักของแม่น้ำหลีเจียง (Li River) ที่ไหลผ่านอำเภอหยางซั่วในกุ้ยหลิน ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น ”แม่น้ำหลี่น้อย” ด้วยทัศนียภาพทางธรรมชาติอันงดงามของภูเขาหินปูนรูปทรงคล้ายเห็ดอันเป็นเอกลักษณ์ของกุ้ยหลิน และสายน้ำที่ไหลคดเคี้ยวเป็นระยะทางประมาณ 43.5 กิโลเมตร กลายเป็นทิวทัศน์ที่งดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีน เป็นสถานที่เที่ยวกุ้ยหลินที่จะทำให้เราได้เพลิดเพลินไปกับสายน้ำที่สดชื่น กิจกรรมที่พลาดไม่ได้ก็คือการล่องแพไม้ไผ่ผ่านจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่น่าสนใจของเมืองหยางซั่ว ไม่ว่าจะเป็นสะพานฟู่หลี่ (Fuli) สะพานหินโครงสร้างโค้งเดี่ยวเหมือนพระจันทร์เต็มดวงที่สะท้อนบนผิวน้ำ สะพานอวี้หลง (Yulong) ที่มีตำนานเล่าขานถึงการพบมังกร อันเป็นที่มาของชื่อแม่น้ำ สะพานเซียงกุ้ย (Xiangui) สะพานหินโค้งที่เก่าแก่ที่สุดในมณฑลกวางซี และหมู่บ้านจิ่วเซียน (Jiuxian) หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาทัวร์จีนกันที่แม่น้ำแห่งนี้ โดยเป็นหมู่บ้านโบราณที่มีอายุกว่า 1,400 ปี ที่เต็มไปด้วยบ้านหินโบราณที่แกะสลักอย่างประณีต กำแพงหม่าเทา และกระเบื้องสีดำที่หลงเหลือมาจากสมัยราชวงศ์ชิง รวมไปถึงบ่อน้ำโบราณที่ยังคงใช้งานอยู่
7. ล่องเรือแม่น้ำหลีเจียง (Lijiang River)
เป็นแม่น้ำสายหลักที่ขึ้นชื่อในเรื่องของทัศนียภาพอันงดงามราวภาพวาด แม่น้ำสายนี้ไหลผ่านภูเขาหินปูน (Karst) ที่มีรูปทรงแปลกตาและหมู่บ้านโบราณ ทำให้แม่น้ำหลีเจียงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่สวยที่สุดในโลก และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในการล่องเรือเมื่อมาทัวร์กุ้ยหลิน มีเส้นทางล่องเรือจากเมืองกุ้ยหลิน (Guilin) ไปยังหยางซั่ว (Yangshuo) โดยจะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เขาเก้าจอมม้า (Nine-Horse Fresco Hill) และภาพทิวทัศน์แม่น้ำหลีเจียงช่วงที่ไหลผ่านอำเภอซิงผิง (Xingping) เมืองหยางซั่ว ซึ่งพิมพ์อยู่บนธนบัตร 20 หยวนจีน ที่เรียกว่า Yellow Cloth Shoal โดยสามารถมาเที่ยวชมกันได้ตลอดทั้งปี มีให้เลือกทั้งการล่องเรือขนาดใหญ่ที่สะดวกสบาย เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์อันงดงามกันได้แบบชิล ๆ หรือจะเลือกนั่งแพไม้ไผ่แบบดั้งเดิมที่ควบคุมโดยชาวเรือท้องถิ่น ซึ่งเราสามารถแช่เท้าลงไปในแม่น้ำเย็น ๆ เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติกันได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าเลียบแม่น้ำหลีเจียง ที่ผ่านหมู่บ้านโบราณ ทุ่งนา และยอดเขาหินปูนอันสวยงาม
8. เจดีย์เงิน เจดีย์ทอง (Sun and Moon Pagodas)
หรือที่เรียกกันว่าเจดีย์สุริยันจันทรา ตั้งอยู่ในทะเลสาบซานหู เขตเมืองชั้นในของกุ้ยหลิน ประกอบด้วยเจดีย์ 2 องค์ ได้แก่ เจดีย์สุริยันต์หรือเจดีย์ทอง และเจดีย์จันทราหรือเจดีย์เงิน ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างลัทธิขงจื้อ ศาสนาพุทธ และลัทธิเต๋า สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ถัง ตัวเจดีย์ทองมีความสูง 41 เมตร รวม 9 ชั้น ส่วนประกอบทั้งหมดทำมาจากทองเหลืองบริสุทธิ์จึงมีสีทองอร่าม โดยใช้ทองเหลืองถึงกว่า 350 ตัน ทำให้เจดีย์ทองเป็นเจดีย์ทองเหลืองที่สูงที่สุดในโลก ภายในเจดีย์มีลิฟต์ให้บริการ บริเวณชั้นแรกมีระฆังทองเหลืองที่นักท่องเที่ยวสามารถตีระฆังเพื่อขอพรให้มีความสุขและโชคดี มีโรงน้ำชาอยู่ด้านในให้เราได้นั่งจิบชาชมวิวกันค่ะ บริเวณชั้น 8 จัดแสดงพระบรมสารีริกธาตุที่ได้จากผลึกพระศพของพระศากยมุนีหลังการเผา และชั้นสูงสุดเป็นจุดชมวิวโดยรวมของทะเลสาบ ในขณะที่เจดีย์เงินมีความสูงประมาณ 35 เมตร รวม 7 ชั้น หุ้มด้วยกระเบื้องเคลือบจึงทำให้ตัวเจดีย์มีสีขาวเงิน เจดีย์ทั้งสองเชื่อมต่อกันด้วยอุโมงค์ใต้ทะเลสาบยาว 18 เมตร ที่มีแผ่นกระจกโค้งให้เรามองเห็นใต้ทะเลสาบกันได้
9. หอเซียวเหยา (Xiaoyao Building)
เป็นอาคารซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสะพานเจียฟางและภูเขาฟู่ป๋อในเมืองกุ้ยหลิน อาคารเดิมสร้างขึ้นในปีที่ 4 แห่งรัชสมัยถังอู่เต๋อ (ค.ศ. 621) โดยหลี่จิง (Lijing) เจ้าเมืองกุ้ยโจวในขณะนั้น ซึ่งถูกใช้เป็นหอคอยตะวันออกของเมืองกุ้ยโจวในสมัยราชวงศ์ถัง โดยมีจารึกหินคำว่า "หอเสี่ยวเหยา" ที่เขียนโดยเหยียนเจิ้นชิง ตั้งอยู่บนหอคอย ทำให้ที่นี่ได้ชื่อว่าหอเสี่ยวเหยา อาคารแห่งนี้ได้รับความเสียหายและถูกบูรณะขึ้นใหม่หลายครั้งในช่วงราชวงศ์ต่าง ๆ และถูกไฟไหม้ทั้งหมดในช่วงระหว่างสงครามต่อต้านญี่ปุ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเมืองกุ้ยหลินจึงได้ทำการเริ่มสร้างหอเซียวเหยาขึ้นใหม่ ในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ถัง บนถนนปินเจียงซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เดิมขึ้นในปี ค.ศ. 2014 โดยเป็นอาคารแบบศาลาจีน 2 ชั้น 3 ชายคา มีความสูงประมาณ 24 เมตร ยาวและกว้าง 22 เมตร มีพื้นที่รวมทั้งหมด 630 ตารางเมตร ภายในอาคารมีพื้นที่จัดแสดงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และมีระเบียงชมวิวอยู่บนชั้น 2 หอเซียวเหยาจึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ และความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของเมืองกุ้ยหลิน และกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางเมืองกุ้ยหลินค่ะ
10. ถนนเวสต์สตรีท (West Street)
ชื่อในภาษาจีนของถนนสายนี้คือถนนซีเจี๋ย (Xi Jie) หรือที่เรียกว่าถนนหยางซั่วตะวันออก เป็นถนนสายเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,400 ปี อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ในบริเวณนี้ ยังคงรักษารูปแบบของสถาปัตยกรรมในสมัยราชวงศ์หมิงและชิงทางตอนเหนือของกวางสีได้เป็นอย่างดี ถนนสายนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของร้านอาหาร บาร์ ร้านคาเฟ่สไตล์ต่าง ๆ ไปจนถึงร้านค้าและร้านขายของที่ระลึก ซึ่งในตอนกลางวันเราสามารถเดินสำรวจถนนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสุดคลาสสิคของเมืองโบราณ โดยสามารถเดินเล่นไปตามถนนที่ปูด้วยหิน และเพลิดเพลินไปกับร้านค้าต่าง ๆ ตลอด 2 ข้างทาง และเนื่องจากที่นี่เต็มไปด้วยชาวต่างชาติจำนวนมากจึงมีร้านอาหารตะวันตก และป้ายภาษาอังกฤษอยู่เต็มไปหมด ทำให้ถูกเรียกอีกอย่างว่าถนนฝรั่งหรือถนนต่างชาติค่ะ เมื่อยามค่ำคืนได้มาเยือน บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา ร้านค้าริมถนนสว่างไสวด้วยแสงไฟนีออน มีเสียงดนตรีจากบาร์ และนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติจากทั่วโลกต่างพากันมาหาของกิน มานั่งดื่มและพูดคุยกันชิล ๆ ที่ถนนสายนี้
กุ้ยหลินคือสถานที่ซึ่งหลอมรวมระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ตั้งแต่ภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา สายน้ำใสเย็นฉ่ำสีเขียวมรกต ถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยอันตระการตาราวกับพระราชวังใต้ดิน สถาปัตยกรรมโบราณที่ยังคงความงดงามมาจนถึงปัจจุบัน นาขั้นบันไดที่สวยงาม และวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ การมาทัวร์จีนที่กุ้ยหลินจึงไม่ใช่เพียงแค่การท่องเที่ยวเมืองจีนธรรมดา หากแต่เป็นการเดินเข้ามาในบทกวีทางธรรมชาติซึ่งขับกล่อมให้ร่างกายสดชื่นและจิตใจผ่อนคลาย เป็นสถานที่ทัวร์จีนที่ช่วยฮีลใจเราได้เป็นอย่างดีค่ะ และสำหรับใครที่กำลังวางแผนทัวร์จีนที่กุ้ยหลิน อย่าลืมจดลิสต์แลนด์มาร์คทั้ง 10 แห่งที่เราได้คัดเลือกมาลงไปในโปรแกรมทัวร์กันดูค่ะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมกุ้ยหลินถึงครองใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาอย่างยาวนานทุกยุคทุกสมัย