
16
Jun
จีน
เขาซีซาน (Xishan Mountain) หรือภูเขาตะวันตก (Western Hills) แห่งคุนหมิง จุดชมวิวประตูมังกรอันงดงาม
ทัวร์จีนที่เมืองคุนหมิง เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี นอกจากธรรมชาติของขุนเขาที่งดงามเขียวขจี และทะเลสาบกว้างใหญ่ซึ่งเป็นจุดเด่นของเมืองนี้ ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ทัวร์จีนในคุนหมิงที่ตั้งอยู่ริมขอบฟ้าทางทิศตะวันตกของเมือง สถานที่แห่งนั้นก็คือเขาซีซาน (Xishan Mountain) หรือเขาตะวันตก (Western Hills) แห่งคุนหมิงนั่นเองค่ะ ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หากแต่เป็นสถานที่บันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีชีวิต ซึ่งมีทั้งโบราณสถานและวัดเก่าแก่ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่เงียบสงบ รวมไปถึงเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม นอกจากนี้เขาซีซานยังได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดในยูนนานตอนกลาง โดยมีจุดชมวิวประตูมังกรอันโด่งดังที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสาบเตียนฉือ (Dianchi Lake) ทางด้านตะวันออกและเมืองคุนหมิงได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ได้เป็นสถานที่เที่ยวภูเขาหิมะจีน แต่ก็เป็นอุทยานป่าไม้ที่ผสมผสานทัศนียภาพทางธรรมชาติเข้ากับโบราณสถานได้อย่างลงตัว
เกี่ยวกับอุทยานเขาซีซาน (Xishan Scenic Area)
เขาซีซานหรือภูเขาตะวันตก (Western Hill) เป็นอุทยานป่าไม้ที่สวยงามซึ่งตั้งอยู่บริเวณชานเมืองทางด้านตะวันตกของคุนหมิง บนฝั่งด้านตะวันตกของทะเลสาบเตียนฉี โดยอยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ของประเทศที่ผสานภูมิทัศน์ธรรมชาติเข้ากับสถานที่ทางประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าทึ่ง มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 889 เฮกตาร์ หรือกว่า 5,560 ไร่ ภูเขาแห่งนี้มีลักษณะคล้ายกับหญิงสาวที่กำลังนอนหงาย แล้วปล่อยผมยาวสลวยจมลงไปในผืนน้ำ ชาวเมืองจึงมีการเขาซีซานด้วยความเอ็นดูว่า "Sleeping Beauty Mountain" ประกอบด้วยกลุ่มยอดเขา ได้แก่ ภูเขาฮวาถิง (Huating) ภูเขาไท่ฮวา (Taihua) และภูเขาหลัวฮั่น (Luohan) โดยยอดเขาที่สูงที่สุดมีความสูง 2,506 เมตรจากระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยป่าเขียวชอุ่ม และเป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสาบเตียนฉีได้แบบพาโนรามา จนได้รับการยกย่องมานานว่าเป็น "จุดชมวิวที่สวยที่สุดในภาคกลางของยูนนาน" นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโบราณสถานและแหล่งประวัติศาสตร์หลายแห่ง เช่น ถ้ำหลงเหมิน (Longmen Grottoes) วัดฮวาถิง (Huating Temple) และวัดไท่ฮวา (Taihua Temple) ที่แวดล้อมไปด้วยทรัพยากรพืชพรรณธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เขาซีซานจึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทัวร์จีน เพื่อขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์อันกว้างไกลของทะเลสาบเตียนฉือและเมืองคุนหมิง พร้อมชมธรรมชาติที่ผสมผสานเข้ากับโบราณสถานได้อย่างลงตัว

ประวัติศาสตร์ของเขาซีซาน
เขาซีซานเรียกได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนามาตั้งแต่ในอดีต โดยย้อนไปในช่วงสมัยอาณาจักรหนานเจ้าและต้าหลี่ มีการก่อสร้างวัดฮวาถิงในสมัยราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1320) ซึ่งเดิมทีชื่อว่า "วัดหยวนจือ" (Yuanjue Temple) ต่อมาได้มีการขยายเพิ่มเติมในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง จนกลายเป็นวัดพุทธนิกายเซนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยูนนาน ในขณะที่วัดไท่ฮวานั้นก่อตั้งขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1390) ชื่อของวัดได้ชื่อมาจากที่ตั้งซึ่งอยู่บริเวณเชิงเขาไท่ฮวา วัดแห่งนี้เป็นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ เช่น จารึกหินที่เกี่ยวข้องกับตำนานถุงน้ำดีนกยูง (Peacock Gallbladder) จากสมัยราชวงศ์ชิง และในส่วนของถ้ำหลงเหมินซึ่งเป็นที่ตั้งของประตูมังกรนั้น ถูกแกะสลักขึ้นในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง โดยเริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1783 และใช้เวลาสร้างนานถึง 72 ปี จึงแล้วเสร็จ ซึ่งที่นี่ถือได้ว่าเป็นแหล่งขุมทรัพย์ของศิลปะถ้ำโบราณที่อยู่ทางตอนใต้สุดของจีนกันเลยค่ะ เรียกได้ว่าเขาซีซานนั้นเป็นแหล่งรวมโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสาบเตียนฉือของคุนหมิงอย่างแท้จริง



สถานที่สำคัญในภูเขาซีซาน

1. ประตูมังกร (Dragon Gate)
ประตูมังกรหรือประตูหลงเหมิน (Longmen) เป็นสถานที่ทัวร์จีนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเขาซีซานเลยค่ะ เป็นจุดชมวิวซึ่งตั้งอยู่สุดปลายของจุดชมวิวเขาตะวันตกทั้งหมด อยู่ติดกับทะเลสาบเตียนฉือ ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อเสียงในฐานะ "ไข่มุกบนที่ราบสูง" เมื่อยืนอยู่ตรงประตูมังกร จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของทะเลสาบเตียนฉือและเมืองคุนหมิงได้อย่างสวยงาม ซึ่งจุดนี้เองที่ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้คนจำนวนมากให้มาทัวร์จีนกันที่ภูเขาซีซานแห่งนี้ โดยมีคำโบราณที่กล่าวเอาไว้เกี่ยวกับประตูมังกรว่า เมื่อก้าวผ่านประตูมังกรแล้ว จะมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จ และเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ โดยมีซุ้มประตูหินที่สลักคำว่า "หลงเหมิน" เป็นจุดถ่ายรูปสุดคลาสสิกที่เรียกได้ว่าเป็นมุมมหาชนของเขาซีซานเลยก็ว่าได้ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสาบเตียนฉือได้อย่างงดงามที่สุดด้วย
บริเวณประตูมังกรแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ ถ้ำประตูมังกร (Dragon Gate Grottoes) และศาลาซานฉิง (San Qing Pavilion) ส่วนของถ้ำประตูมังกรตั้งอยู่บริเวณสุดทางของจุดชมวิวประตูมังกร ถ้ำเหล่านี้ถูกแกะสลักขึ้นบนหน้าผาในระหว่างปี ค.ศ. 1781 ถึง ค.ศ. 1853 มีความยาว 66.5 เมตร ประกอบด้วยจิ่วซือเป่า (Jiushibao) หลัวซวนเต๋า (Luoxuandao) ถ้ำฉือหยุน (Ciyun) ถ้ำหยุนฮวา (Yunhua) และศาลาต้าเถียน (Datian Pavilion) ภายในศาลาต้าเถียนมีรูปปั้นของกุยซิง (เทพเจ้าแห่งวรรณกรรม) และจักรพรรดิเหวินฉาง บริเวณผนังหน้าผาสลักภาพนูนต่ำ เช่น "กุยซิงชี้ไปที่กลุ่มดาวหมี่" และ "แปดเซียนข้ามทะเล" มีการแกะสลักรูปพระพุทธรูป ลวดลายมงคลต่าง ๆ รวมไปถึงซุ้มประตูหินที่แกะสลักคำว่าหลงเหมิน แสดงให้เห็นถึงงานฝีมืออันยอดเยี่ยมของศิลปะการแกะสลักหินในมณฑลยูนนานสมัยราชวงศ์ชิงได้เป็นอย่างดี ในส่วนของศาลาซานฉิงก็ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันเช่นกัน โดยเป็นกลุ่มศาลาที่เป็นงานสถาปัตยกรรมซึ่งทำจากไม้ทั้งหมด 11 หลัง อยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี ตามตำนานเล่าว่าที่นี่เคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของเจ้าชายเหลียงในสมัยราชวงศ์หยวน ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงให้เป็นโรงน้ำชาซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนกันที่นี่ สามารถแวะเข้ามาพักผ่อนนั่งจิบชากันได้ค่ะ



2. วัดฮวาถิง (Huating Temple)
วัดฮวาถิงตั้งอยู่ในเขตอุทยานภูเขาซีซาน เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน วัดแห่งนี้แตกต่างจากวัดอื่น ๆ ตรงที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกไม่ใช่ทิศใต้ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีลักษณะเป็นแบบลานปิดที่มีความสมมาตร วัดฮวาถิงแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน และได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งในโบราณสถานของเทศบาลเมืองคุนหมิง ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกโดยซวนถงหยวนเฟิง (Xuantong Yuanfeng) ในปี ค.ศ. 1320 ซึ่งอยู่ในช่วงกลางราชวงศ์หยวน การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1334 ต่อมาในปี ค.ศ. 1339 ซวนถงหยวนเฟิงได้นำคัมภีร์พุทธศาสนาจีนชุดหนึ่งมายังวัดหลังจากที่ได้ไปเยือนเจียงหนาน ซึ่งในเวลานั้นวัดแห่งนี้มีชื่อเรียกเบื้องต้นว่า "วัดหยวนจือ" (Yuanjue Temple) และได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดฮวาถิงในสมัยของจักรพรรดิอิงจงแห่งราชวงศ์หมิง ในปี ค.ศ. 1441 เมื่อราชวงศ์หมิงถึงคราวล่มสลายวัดแห่งนี้ก็ถูกทำลายด้วยสงครามเช่นกัน
จากนั้นในปี ค.ศ. 1687 ในรัชสมัยของจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง ก็ได้มีการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในรัชสมัยของจักรพรรดิเซียนเฟิง หลังจากที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักเนื่องจากการกบฏของชาวฮุย ซึ่งวัดแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมอย่างต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถูกกำหนดให้เป็นวัดพุทธสำคัญระดับชาติในเขตชาวฮั่น โดยสภาแห่งรัฐของจีนในปี ค.ศ. 1983 รูปแบบสถาปัตยกรรมของวัดฮวาถิงได้รับอิทธิพลจากรูปแบบการปกครองแบบพระราชวังและวัฒนธรรมขงจื๊อ ตามแนวแกนกลางของวัดประกอบด้วย หอสี่เทพ พระมหาวีระ หอเจ้าแม่กวนอิม และหอพระไตรปิฎก มีหอระฆังอยู่ตรงประตูทางเข้าวัดที่มีสระบัวและต้นไม้เก่าแก่ นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนกันที่นี่มักจะเข้ามาสักการะในวิหารหลัก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปเคลือบทองสามองค์ประทับนั่งบนแท่นดอกบัว และที่ห้ามพลาดก็คือการซื้อริบบิ้นสีแดงเพื่ออธิษฐานขอพร แล้วนำไปผูกไว้บนต้นไม้เพื่อภาวนาให้พรนั้นกลายเป็นจริงค่ะ






3. วัดไท่ฮวา (Taihua Temple)
วัดไท่ฮวาอันงดงามแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาไท่ฮวา ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาซีหู ในอุทยานป่าซีซาน เมืองคุนหมิง โดยบริเวณเขาไท่ฮวานั้นจะมีทะเลสาบเตียนฉืออยู่ทางทิศตะวันออก มีตำนานเล่าว่านอกประตูภูเขามีต้นแปะก๊วยอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งจักรพรรดิเจี้ยนเหวินแห่งราชวงศ์หมิงได้ทรงปลูกด้วยพระองค์เอง ว่ากันว่าหลังจากที่กษัตริย์แห่งเหยียนจูตี้ทรงพิโรธและส่งกองทัพไปล้อมและโจมตีหนานจิง จักรพรรดิเจี้ยนเหวินทรงถูกขับไล่ออกจากพระราชวังและไปบวชเป็นพระในแถบยูนนาน-กุ้ยโจว และได้ทรงประทับจำพรรษาเป็นพระภิกษุที่วัดไท่ฮวานานถึง 5 ปี แม้ว่าเรื่องเล่านี้จะไม่ได้มีบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ แต่ก็มีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อยค่ะ
วัดไท่ฮวาตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกและหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีการจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ภายในวัดมี ศาลา ระเบียง สระน้ำ และอาคารอื่น ๆ รวมถึงระเบียงทางเดินคดเคี้ยว ที่ผสานกันเป็นภาพอันงดงามเงียบสงบและร่มรื่น โดยมีรูปแบบคล้ายกับสวนในพระราชวังปักกิ่งและสวนสไตล์ซูโจว มีหอพระพุทธรูปใหญ่เป็นศูนย์กลาง สถาปัตยกรรมหลักของวัดนี้คือหอพระราชาสวรรค์ที่มีชายคาชั้นเดียว มีความกว้าง 3 ห้อง ลึก 2 ห้อง ครอบคลุมพื้นที่ 367.5 ตารางเมตร ตรงกลางหอมีรูปปั้นไม้แกะสลักของพระอวโลกิเตศวรสูงประมาณ 2 เมตร ประทับยืนบนแท่นดอกบัวในปางพนมมือ และสถานที่ที่สูงที่สุดของวัดไท่ฮวาคือศาลาต้าเป่ย หรือศาลาเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่โด่งดัง ศาลานี้มีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์สามองค์ ซึ่งเป็นส่วนที่เหลืออยู่จากรัชสมัยของพระเจ้าคังซี ได้แก่ พระธรรมกายมหาไวโรจนะ พระสัมโภคกายไวโรจนะ และพระศากยมุนีพุทธเจ้า นักท่องเที่ยวนิยมมาทัวร์จีนกันที่นี่ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิหรือต้นฤดูร้อน เนื่องจากดอกไม้หลากหลายชนิดจะบานสะพรั่งทั่วบริเวณวัด โดยเฉพาะดอกคามิเลียและดอกแมกโนเลียที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุด






การเดินทางไปยังเขาซีซานและประตูมังกร
เขาซีซานอยู่ห่างจากใจกลางเมืองคุนหมิงประมาณ 17 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนที่คุนหมิงสามารถเดินทางมายังเขาซีซานด้วยการนั่งแท็กซี่หรือเช่ารถยนต์ส่วนตัวไปได้โดยตรง โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจากใจกลางเมือง หรือประมาณ 50 นาทีจากสนามบินนานาชาติคุนหมิงฉางสุ่ย หรือนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 3 ของคุนหมิงที่เชื่อมต่อกับอุทยานเขาซีซาน รวมไปถึงการใช้บริการรถโดยสารประจำทางซึ่งเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกสำหรับการไปทัวร์จีนที่เขาซีซานค่ะ โดยใช้เวลาเดินทางจากใจกลางเมืองประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น
การเดินทางขึ้นไปยังประตูมังกรสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่อุทยานไห่เกิง บริเวณทะเลสาบเตียนฉือ โดยให้ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสาย “ทะเลสาบเตียน - ประตูมังกร” ไปยังสถานีด้านล่างของประตูมังกร ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างเส้นทางก็สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสาบเตียนฉือจากบนกระเช้ากันได้ จากนั้นเลือกขึ้นรถกระเช้าไฟฟ้าอีกสายหนึ่งเพื่อไปยังทางเข้าประตูมังกรที่สถานีด้านบน นอกจากนี้ก็ยังมีรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ไว้ให้บริการ หรือจะเลือกเดินเท้าด้วยตนเองกันก็ได้ค่ะ โดยมีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าไม่ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าก็สามารถขึ้นรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งเกาเหยา ไปยังสถานีรถกระเช้าไฟฟ้าด้านล่าง แล้วเลือกขึ้นรถกระเช้าไฟฟ้าต่อไปยังสถานีบน ใช้รถแบตเตอรี่ หรือเดินขึ้นไปยังประตูมังกรก็ได้












มีคำกล่าวไว้ว่าถ้าหากมาคุนหมิงแล้วไม่ได้ขึ้นเขาซีซาน ก็เท่ากับว่ายังมาไม่ถึงคุนหมิงอย่างแท้จริง เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดเช็คอินสำหรับถ่ายรูปสวย ๆ หรือจุดชมวิวทะเลสาบเตียนฉือกับเมืองคุนหมิงเท่านั้น หากแต่คือสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความเพียรพยายามของมนุษย์ ที่เต็มไปด้วยความศรัทธาทางพุทธศาสนาที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง ในทุก ๆ ร่องรอยการแกะสลักของหน้าผาประตูมังกร สถาปัตยกรรมอันงดงามของวัดวาอารามต่าง ๆ ล้วนบอกเล่าเรื่องราวความศรัทธาที่ส่งต่อกันมาหลายร้อยปี ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใช่การท่องเที่ยวภูเขาหิมะจีน แต่ก็เป็นการเที่ยวภูเขาที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในคุนหมิงที่คุ้มค่าแก่การมาเยือนค่ะ ซึ่งถ้าหากอยากมองหาสถานที่ทัวร์ภูเขาหิมะจีนกันต่อ ก็มีที่เที่ยวภูเขาหิมะจีนในคุนหมิงเช่นกันค่ะ ซึ่งในครั้งหน้าเราก็จะรวบรวมข้อมูลเที่ยวภูเขาหิมะจีนที่น่าสนใจ ทั้งในคุนหมิงและเมืองอื่น ๆ ของจีนมาฝากกันค่ะ

