สัมผัสมนต์เสน่ห์คุนหมิง เปิดลิสต์ 8 ที่เที่ยวไฮไลต์ที่ธรรมชาติสวยเกินบรรยาย
พาทุกท่านมาทัวร์จีนที่คุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนาน ที่ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ ด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นประตูสู่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของมณฑลยูนนาน การมาเยือนคุนหมิงจึงได้ครบทั้งการท่องเที่ยวในเมืองที่คึกคัก ชมเมืองเก่าที่สวยงาม วัดเก่าแก่ที่เงียบสงบ ภูเขาสูง ทะเลสาบใส ธรรมชาติที่มีความงดงามแปลกตา รวมไปถึงศิลปะและวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมือง นอกจากนี้คุนหมิงยังเป็นเมืองที่สามารถเดินทางได้สะดวก มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทย และยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงได้ง่าย เรียกได้ว่าคุนหมิงนั้นเป็นเมืองที่สามารถการวางแผนทัวร์จีน แบบเก็บสถานที่ท่องเที่ยวได้ครบทุกสไตล์กันเลยค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลเที่ยวคุนหมิง สำหรับที่เที่ยวไฮไลต์ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามมาฝากกันค่ะ
1. วัดทองจินเตี้ยน (Jindian Golden Temple)
วัดทองจินเตี้ยนหรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อตำหนักทองจินเตี้ยน เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง และได้รับบูรณะโดยอู๋ซานกุ้ยในสมัยราชวงศ์ชิง วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บ่นภูเขาหมิงฟ่งซานทางตะวันออกของเมืองคุนหมิง ตัวตำหนักทองสร้างขึ้นมาจากทองเหลืองทั้งหลังที่มีน้ำหนักกว่า 250 ตัน มีความสูง 6.7 เมตร กว้าง 7.8 เมตร ถือได้ว่าเป็นอาคารทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และยังเป็นวัดที่หนักที่สุดที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดอีกด้วย ความพิเศษของตำหนักทองคือทุกสิ่งอย่างล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากทองเหลือง ไม่เพียงแค่ตัวอาคารเท่านั้น ทั้งกำแพง เสา คานหลังคา กระเบื้อง แท่นบูชา โต๊ะ รูปปั้น และอื่น ๆ ภายในตำหนัก หรือแม้กระทั่งทางเข้าด้านหน้าก็ล้วนทำมาจากทองเหลืองทั้งสิ้น และที่สำคัญคือไม่มีการใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียวค่ะ เมื่อแสงตกกระทบลงบนตำหนัก ผิวของโลหะก็จะสะท้อนแสงเปล่งประกายสีทองงดงามจับตา ภายในตัวตำหนักทองมีกระบี่เจ็ดดาวน้ำหนัก 12 กิโลกรัม และดาบกายสิทธ์น้ำหนัก 20 กิโลกรัมของแม่ทัพอู๋ซานกุ้ยเก็บรักษาเอาไว้ด้วย บริเวณรอบวัดเป็นป่าสนเขียวชอุ่ม มีเส้นทางเดินเล่นและจุดชมวิวอยู่หลายจุด และในฤดูใบไม้ผลิดอกคาเมเลียภายในวัดรวมไปถึงดอกไม้บนภูเขาก็จะพากันบานสะพรั่งทั่วพื้นที่ เป็นที่เที่ยวที่ให้เราได้ชมทั้งสถาปัตยกรรมโบราณ และชมวิวธรรมชาติที่สวยงามได้ในที่เดียว
2. วัดหยวนทง (Yuantong Temple)
วัดพุทธเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี และเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ต้องมาเยือนเมื่อมาทัวร์จีนที่คุนหมิงค่ะ สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยอาณาจักรน่านเจ้าแห่งราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) และได้รับการบูรณะใหม่ในสมัยราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1276-1368) จากนั้นก็ได้มีการขยายปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในช่วงราชวงศ์หมิงมาจนถึงราชวงศ์ชิง วัดแห่งนี้จึงมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะของหลายยุคสมัย ในปัจจุบันก็ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนากันอยู่ค่ะ โครงสร้างของวัดจะสร้างแบบลดระดับจากสูงไปต่ำแทนที่จะเป็นจากต่ำไปสูงเหมือนวัดจีนอื่น ๆ โดยเมื่อเดินตามทางไปถึงทางเข้าจะเห็นประตูขนาดใหญ่ที่มีอักษรจีน 4 ตัวเขียนไว้ว่า "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งการเข้าใจสรรพสิ่ง" ภายในบริเวณวัดมีการออกแบบที่ค่อย ๆ ลาดลงจากซุ้มประตูทางเข้าไปสู่ศาลาแปดเหลี่ยมที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำมรกตด้านล่าง ภายในศาลาเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองคำปางเจ้าแม่กวนอิมพันกร และอย่าพลาดชมศาลาทองสัมฤทธิ์สไตล์ไทยที่มีสัตว์ในตำนาน 2 ตัว และภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสิทธัตถะที่นำมาจากประเทศไทยกันด้วยค่ะ ซึ่งในช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา ก็จะมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดแห่งนี้กันอย่างคึกคัก เป็นสถานที่ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาของผู้คน ท่ามกลางธรรมชาติใจกลางเมืองคุนหมิงได้อย่างงดงาม
3. ดินแดนสีแดงตงชวน (Dongchuan Red Land)
ที่ราบสูงซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคุนหมิง บริเวณนี้มีดินที่อุดมไปด้วยแร่เหล็กและอลูมิเนียม เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกับอากาศจึงทำให้ดินกลายเป็นสีแดง ที่ตัดกับพืชพรรณหลากสีต่างกันไปตามฤดูกาลกลายเป็นทิวทัศน์ที่งดงามราวภาพวาดสีน้ำมัน จนได้รับฉายาว่า "จานสีของพระเจ้า" โดยเฉพาะบริเวณหมู่บ้านฮัวสือโถว (Huashitou) ที่เป็นจุดหมายปลายทางทัวร์จีนของช่างภาพจากทั่วโลก จุดชมวิวอื่น ๆ ที่ห้ามพลาด ได้แก่ เล่อเซี่ยกัว (Lexiaguo) ที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านและแปลงเกษตรสีรุ้งบนเนินเขาที่คดเคี้ยว ต่าหม่าคั่น (Damakan) ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด และชมความงดงามของดินสีแดงที่มีความแตกต่างกันถึง 7 เฉดสี ที่ชีไฉ่พัว (Seven-Color Slope) ซึ่งถูกเรียกว่าภูเขา 7 สี โดยทิวทัศน์ของดินแดนสีแดงตงชวนจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล และตามพืชที่เพาะปลูกในช่วงนั้น ๆ ซึ่งเกษตรกรก็มักจะเลือกพืชพรรณที่มีสีต่าง ๆ มาปลูกสลับสีกันไปมา ช่วยเพิ่มเฉดสีให้กับพื้นที่แห่งนี้ดูงดงามมากขึ้นไปอีกค่ะ ถ้าหากอยากได้ทิวทัศน์ที่งดงามกันแบบตะลึง แนะนำให้มากันในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ดินแดนสีแดงตงชวนจะมีสีสันสดใสสวยงามมากที่สุด และในช่วงฝนตกเสร็จใหม่ ๆ สีแดงของดินก็จะเข้มขึ้นไปอีกระดับหนึ่งด้วย
4. ทะเลสาบชุ่ยหู (Cui Hu Lake)
ทะเลสาบแห่งนี้เดิมชื่อว่าชุ่ยไห่จื่อ (Cai Hai Zi) ที่นี่เป็นสวนสาธารณะซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองคุนหมิง การเดินทางจึงสะดวกสบายมากค่ะเพราะสามารถเข้าถึงได้จากหลายเส้นทาง ทำให้ที่นี่เป็นสวนสาธารณะยอดนิยมของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนคุนหมิง ความงดงามของทะเลสาบที่สะท้อนเงาอันงดงามของต้นไม้เขียวขจี เปล่งประกายสีเขียวสดราวกับหยกเนื้อดี จึงทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่า " หยกแห่งเมืองคุนหมิง" ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งทุกคนมักจะมาเดินเล่นพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ภายในมีทั้งศาลาและสะพานจีนแบบโบราณ รวมไปถึงสวนสวย ๆ ที่เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปมากมาย เหมาะสำหรับการเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ ให้เราได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คน และเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงามได้ในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นการชมดอกทิวลิปในฤดูใบไม้ผลิ เพลิดเพลินไปกับดอกบัวหลากหลายชนิดที่บานสะพรั่งในฤดูร้อน หรือการชมฝูงนกนางนวลหัวดำนับพันตัว ที่อพยพจากทางตอนเหนือของจีนและไซบีเรียลงมาในช่วงฤดูหนาว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนกันในช่วงนี้สามารถโยนขนมปังเพื่อให้อาหารนกกันได้อย่างใกล้ชิดด้วยค่ะ
5. อุทยานป่าหิน (Stone Forest หรือ Shilin National Park)
มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ป่าหินงามซื่อหลิน (Shilin Stone Forest) สถานที่ทัวร์จีนระดับ 5A ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ในมณฑลยูนนาน ห่างจากคุนหมิงประมาณ 80-90 กิโลเมตร ที่นี่เต็มไปด้วยแท่งหินปูนขนาดใหญ่สีดำรูปทรงแปลกตา ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมกว่า 270 ล้านปี ถือเป็นภูมิประเทศแบบคาร์สต์ (Karst) ที่สมบูรณ์แบบและใหญ่ที่สุดในโลก เสาหินรูปร่างแปลกตาสูงชะลูดเหล่านี้เรียงรายกันราวกับต้นไม้ที่อยู่ในป่าใหญ่ จึงทำให้ถูกเรียกว่าป่าหินนั่นเองค่ะ ซึ่งหินบางต้นนั้นมีความสูงถึงกว่า 30 เมตรเลยทีเดียว โดยมีการเปิดพื้นที่ให้เข้าชมประมาณ 12 ตารางกิโลเมตร มีเส้นทางให้เดินชมกว่า 400 เส้นทาง มีโซนที่เป็นไฮไลต์ ได้แก่ ป่าหินใหญ่ (Major Stone Forest) ป่าหินน้อย (Minor Stone Forest) และป่าหินไนกู (Naigu Stone Forest) รวมไปถึงหินอาซือม่า ที่มีรูปร่างคล้ายหญิงสาวชาวเผ่าอี๋กำลังสะพายตะกร้า ตามเส้นทางการเดินเที่ยวก็จะมีการแสดงดนตรีพื้นบ้าน การละเล่นพื้นเมือง และบริการให้เช่าชุดพื้นเมืองสำหรับถ่ายภาพสวย ๆ ที่มีฉากหลังเป็นป่าหินอันงดงาม
6. เมืองโบราณลี่เจียง (Lijiang Old Town)
ออกจากคุนหมิงมาทัวร์จีนที่เมืองโบราณลี่เจียงกันค่ะ เมืองโบราณมรดกโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 900 ปี ที่นี่เป็นเมืองโบราณซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีของชนเผ่าหน่าซีที่อพยพมาจากทิเบต สร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงต้นราชวงศ์หยวน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงหยุนกุ้ยที่ระดับความสูง 2,400 เมตรจากน้ำทะเล โดยอยู่ติดกับภูเขาหิมะมังกรหยก สามารถขึ้นรถไฟด่วนจากสถานีรถไฟคุนหมิงมาที่นี่กันได้ค่ะ ความพิเศษของเมืองโบราณแห่งนี้คือเป็นเมืองที่ไม่มีกำแพงล้อมรอบ สาเหตุก็เพราะว่าเมืองนี้อยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลมู่ ซึ่งเป็นผู้ปกครองท้องถิ่นในลี่เจียงในสมัยนั้น ถ้าหากนำอักษรจีน "มู่" มาใส่ในกรอบ (แทนกำแพงเมือง) จะได้อักษร "คุน" ซึ่งหมายถึง "การล้อม" หรือ "ความลำบาก" นั่นหมายความว่าตระกูลมู่และลูกหลานจะถูกล้อมเหมือนหนูในรู เจอแต่ความลำบาก ดังนั้นเมืองเก่าลี่เจียงจึงถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีกำแพงนั่นเองค่ะ ภายในเมืองมีสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเผ่าหน่าซี ที่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการก่อสร้างของชาวลี่เจียงในอดีต มีคลองเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนที่ไหลคดเคี้ยวไปตามตรอกซอกซอยซึ่งปูด้วยหิน มีสะพานหินและกังหันน้ำโบราณ ในขณะที่ต้นหลิวก็พลิ้วไหวอยู่หน้าบ้านแต่ละหลังราวกับภาพวาด ทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่าเวนิสแห่งตะวันออกและชูโจวบนที่สูง
7. เมืองโบราณต้าหลี่ (Dali Ancient Town)
เมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี ที่นี่มักถูกจัดให้เป็นสถานที่ทัวร์จีนในโปรแกรมทัวร์คุนหมิงกันอยู่บ่อยครั้งค่ะ เมืองโบราณต้าหลี่สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หมิง ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาชางซานและทะเลสาบเอ๋อไห่ ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรหนานเจ้าและอาณาจักรต้าหลี่ มีโครงสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยมีหอประตูเมืองหลักทั้งหมด 4 แห่งตั้งอยู่ตามแนวแต่ละด้าน ในเมืองมีถนนสายเหนือ-ใต้รวมห้าสาย และถนนสายตะวันออก-ตะวันตกอีกแปดสาย ถนนที่ตัดกันเหล่านี้ให้ความรู้สึกเหมือนกระดานหมากรุกขนาดใหญ่ เมื่อมองลงมาจากภูเขาชางซาน จะสามารถมองเห็นหอเหวินเซียน ประตูทิศใต้ ประตูอู่ฮวา และประตูทิศเหนือ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมของชาวไป๋ที่มีลวดลายละเอียดอ่อนเรียงรายกันอย่างงดงาม ภายในเมืองมีทั้งร้านค้า บาร์ คาเฟ่ ร้านน้ำชา รวมไปถึงอาคารเก่าที่ดัดแปลงให้กลายเป็นที่พัก นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอย่าง พิพิธภัณฑ์ ถนนสายเก่า วัดอู่เมี่ยว และโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ มีตลาดพื้นเมืองที่เต็มไปด้วยอาหารท้องถิ่นและของที่ระลึก และห้ามพลาดงานเทศกาลเดือนมีนาคมหรืองานเทศกาลเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวไป๋ที่อาศัยอยู่ในเมืองต้าหลี่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ถึง 21 ของเดือนที่สามตามปฏิทินจันทรคติ
8. ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)
สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน ตั้งอยู่ในเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ซึ่งที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ทัวร์จีนที่มักรวมอยู่ในเส้นทางทัวร์คุนหมิงกันด้วยค่ะ ภูเขาแห่งนี้มีความสูง 5,596 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี มียอดเขา 13 ยอดเรียงตัวกันคล้ายมังกรหยกนอนอยู่ โดยลักษณะสีขาวดำของภูเขาแห่งนี้ที่เกิดจากองค์ประกอบของหินปูนและหินบะซอลต์ ทำให้ถูกเรียกว่าภูเขาหิมะขาวดำ ซึ่งชาวหน่าซีเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของเทพผู้พิทักษ์และให้ความเคารพภูเขาแห่งนี้กันมาก บริเวณภูเขาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรพืชและสัตว์ต่าง ๆ และเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน อุทยานธารน้ำแข็ง ทุ่งหญ้าสน ทุ่งหญ้าจามรี ทุ่งหญ้ากานไห่จื่อ ซึ่งการชมวิวบนยอดเขาจะต้องนั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปเท่านั้น โดยเคเบิลคาร์จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 ระดับความสูง ได้แก่ Spruce Meadows ระดับความสูง 3,200 เมตร Yak Meadows ระดับความสูง 3,650 เมตร และ Glacier Park ระดับความสูง 4,506 เมตร ซึ่งถ้าหากมาทัวร์จีนที่นี่กันทั้งทีก็แนะนำให้ขึ้นไปที่ Glacier Park กันเลยค่ะ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน หรือจะเลือกเส้นทางเดินป่าเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติอันงดงามอย่างใกล้ชิดกันก็ได้ และถ้ามากันในช่วงฤดูหนาว บนเนินเขาจะมีสกีรีสอร์ทที่มีลานสกีและกิจกรรมการเล่นหิมะต่าง ๆ ไว้ให้บริการกันอีกด้วย
และทั้งหมดนี้ก็คือ 8 ไฮไลต์ที่เที่ยวคุนหมิง ที่เราได้ตั้งใจคัดเลือกมาฝากกันแบบเน้น ๆ ค่ะ ซึ่งแต่ละที่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่งดงามอลังการของภูเขาหิมะมังกรหยก อุทยานป่าหิน และดินแดนสีแดงตงชวน สัมผัสกับสถาปัตยกรรมอันงดงามและประวัติศาสตร์อันยาวนานที่วัดหยวนทง วัดทองจินเตี้ยน เมืองโบราณต้าหลี่ และเมืองโบราณลี่เจียง หรือเดินเล่นชิล ๆ ในคุนหมิงที่ทะเลสาบชุ่ยหู ไม่ว่าอยากจะท่องเที่ยวในสไตล์ไหน คุนหมิงก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการอย่างแท้จริงค่ะ ว่าแล้วก็เตรียมตัววางแผนจัดทริปทัวร์คุนหมิง เพื่อมาสัมผัสกับเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิของมณฑลยูนนาน ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันแสนงดงามกันด้วยตัวคุณเองสักครั้ง