เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เปิดฤดูกาลเที่ยวฉงชิ่ง พร้อมลิสต์เที่ยวแบบฉ่ำ ๆ ครบทุกฤดู

เปิดฤดูกาลเที่ยวฉงชิ่ง พร้อมลิสต์เที่ยวแบบฉ่ำ ๆ ครบทุกฤดู

12

Jun

จีน

เปิดฤดูกาลเที่ยวฉงชิ่ง พร้อมลิสต์เที่ยวแบบฉ่ำ ๆ ครบทุกฤดู

       พาทุกท่านมาทัวร์ฉงชิ่ง มหานคร 8 มิติของจีนที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เมืองที่จะทำให้คุณสับสนว่าตอนนี้คุณกำลังยืนอยู่ตรงไหนกันแน่ เพราะทางม้าลายอาจจะอยู่บนดาดฟ้าตึก รถไฟฟ้าวิ่งทะลุกลางคอนโด หรือกำลังเดินที่ชั้น 1 อยู่ดี ๆ แต่เดินอีกทีกลับไปโผล่ที่ชั้น 11 ซะอย่างนั้น นั่นก็เป็นเพราะสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความสูงชันหลากหลายระดับ ทำให้ฉงชิ่งกลายเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างวิศวกรรมการก่อสร้างและธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ฉงชิ่งยังเป็นเมืองสมัยใหม่ที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งที่ยังเป็นต้นกำเนิดของเมนูเด็ดอย่างหม้อไฟฉงชิ่งหรือหม้อไฟหมาล่าที่หลายคนติดใจกันด้วย จึงไม่แปลกใจเลยที่การทัวร์ฉงชิ่งจะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของการทัวร์จีน ใครที่กำลังวางแผนว่าจะไปเที่ยวฉงชิ่งกันในช่วงเดือนไหนดี วันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลเที่ยวฉงชิ่งในแต่ละฤดูกาล พร้อมพิกัดท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในแต่ละฤดูมาฝากกันค่ะ   

ที่เที่ยวน่าสนใจในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)

ต้องบอกว่าสภาพอากาศในฤดูใบไม้ผลิของฉงชิ่งค่อนข้างคาดเดาได้ยากค่ะ เพราะสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลาตั้งแต่อากาศร้อนไปจนถึงหนาวเย็น อากาศชื้นเต็มไปด้วยหมอกลงหรืออาจจะมีฝนตกปรอย ๆ เป็นบางครั้ง อุณหภูมิโดยเฉลี่ยช่วงกลางวันของฤดูใบไม้ผลิในฉงชิ่งจะอยู่ที่ประมาณ 15 - 25 องศาเซลเซียส และประมาณ 9 องศาเซลเซียสในช่วงกลางคืน อากาศในเขตชานเมืองของฉงชิ่งจะเย็นกว่าในตัวเมืองเล็กน้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาที่มีวิวทิวทัศน์อันงดงาม 

อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges)

สถานที่ท่องเที่ยวจีนระดับ 5A และมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่นี่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกจนกลายเป็นหลุมยักษ์ลึก 300 ถึง 500 เมตร โดดเด่นด้วยสะพานหินธรรมชาติ 3 แห่งที่เชื่อมภูเขาเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบไปด้วย สะพานเทียนหลง สะพานชิงหลง และสะพานเฮยหลง ซึ่งเป็นสะพานหินธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีทางเดินกระจกบนหน้าผาสูงชันกว่า 1,400 เมตร เพื่อชมวิวทิวทัศน์โดยรอบ นอกจากนี้ก็ยังมีโรงเตี๊ยมโบราณที่จำลองสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ถังตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางหุบเขา การมาเที่ยวจีนกันที่นี่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดเนื่องจากอากาศเย็นสบาย และธรรมชาติกำลังสดชื่นเขียวขจี

หินแกะสลักต้าจู่ (Dazu Rock Carvings)

สถานที่ทัวร์จีนในฉงชิ่งอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก พระพุทธรูปและประติมากรรมกว่า 50,000 ชิ้น บนหน้าผาหินที่มีอายุกว่า 1,200 ปีในสมัยราชวงศ์ซ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและความศรัทธาของคนจีนโบราณในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี เป็นสถานที่ซึ่งผสมผสานความเชื่อทางศาสนาพุทธ เต๋า และขงจื้อเอาไว้ในที่เดียว ไฮไลต์ของที่นี่คือหินแกะสลักพระโพธิสัตว์พันมืออันงดงามและรูปปั้นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ โดยบริเวณเขาเป่าติ่งซาน (Baodingshan) จะเป็นจุดที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุด มีการแกะสลักเรื่องราวพุทธประวัติที่สมบูรณ์ และอีกจุดหนึ่งคือบริเวณเขาเป่ยซาน (Beishan) ที่มีงานแกะสลักอันประณีตงดงามตามแนวหน้าผา 

เมืองโบราณฉือชี่โข่ว (Ciqikou Ancient Town)

       เมืองโบราณที่มีประวัติยาวนานกว่าพันปีแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง และเป็นที่ตั้งของวัดพุทธเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในฉงชิ่ง เดิมมีชื่อว่าไป่หยานฉาง (Baiyanchang) และถูกเปลี่ยนชื่อเป็นฉือชี่โข่วในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตเครื่องเคลือบดินเผาที่สำคัญ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่มีหลังคากระเบื้องสีเข้ม ชายคาสีเข้ม กรอบหน้าต่างสีขาวสว่าง และกำแพงที่ประดับด้วยหินสีน้ำเงิน เต็มไปด้วยร้านค้าเก่าแก่ซึ่งขายทั้งอาหารพื้นเมือง ของกินเล่น และของฝากต่าง ๆ รวมไปถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน เหมาะกับการมาเดินเล่นชมสถาปัตยกรรมจีนโบราณ และสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด 

นอกจากนี้ในช่วงปลายเดือนมีนาคมและต้นเดือนเมษายนของฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงที่มีดอกซากุระบาน ซึ่งที่ฉงชิ่งก็จะมีรถไฟฟ้ารางเบาของเมืองที่แล่นผ่านทุ่งดอกซากุระ โดยหนึ่งในจุดชมดอกซากุระที่สวยที่สุดคือตามแนวเส้นทางรถไฟสาย 2 ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีโฝถู่กวน (Fotuguan Station) เป็นจุดที่สามารถมองเห็นซากุระสีชมพูบานสะพรั่งเรียงรายอยู่ 2 ข้างของรางรถไฟ ที่งดงามราวกับภาพที่อยู่ในโปสการ์ดเลยค่ะ 

ที่เที่ยวน่าสนใจในฤดูร้อน ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)

เป็นที่รู้จักกันดีว่าฉงชิ่งนั้นคือหนึ่งใน "สามเมืองเตาหลอม" ของจีนค่ะ เนื่องจากว่าเป็นเมืองที่มีฤดูร้อนที่ร้อนจัด ซึ่งอุณหภูมิสูงสุดของฉงชิ่งในฤดูร้อนอาจสูงได้ถึง 44 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส เดือนที่ร้อนที่สุดจะอยู่ในเดือนกรกฎาคมค่ะ ซึ่งช่วงเที่ยง ๆ ของฉงชิ่งนั้นร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก ไม่แนะนำให้ออกไปเที่ยวชมเมืองหรือสถานที่กลางแจ้งในช่วงเวลานั้น ควรเลือกเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ และเลือกออกมาท่องเที่ยวชมเมืองกันในช่วงค่ำ ๆ หลังจากพระอาทิตย์ตกดินจะเป็นการดีที่สุด

ถ้ำฝูหยงต้ง (Furong Cave)

สถานที่ทัวร์จีนระดับ 5A ในเมืองฉงชิ่ง ถ้ำหินปูนเพียงแห่งเดียวในจีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก และเป็นถ้ำที่สวยติดอันดับท็อป 3 ของจีนกันเลยค่ะ ถ้ำแห่งนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 1.2 ล้านปีก่อน มีความยาวประมาณ 2,700 เมตร ส่วนที่สูงที่สุดของถ้ำนอยู่ที่ 48.3 เมตร อุณหภูมิภายในถ้ำคงที่ตลอดทั้งปี โดยอยู่ที่ 16.1 องศาเซลเซียส เหมาะกับการหาที่เที่ยวหลบร้อนได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ภายในถ้ำมีลักษณะทางธรณีวิทยาแบบคาร์สต์เกือบ 30 ชนิด เต็มไปด้วยโถงถ้ำและหินงอกหินย้อยรูปร่างต่าง ๆ ที่งดงามตระการตามากกว่า 70 ชนิด จนได้รับการยกย่องจากผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นพระราชวังศิลปะใต้ดินที่งดงามและตระการตา และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในถ้ำท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก

ถ้ำหงหยาต้ง (Hongya Cave)

ถึงแม้จะเรียกว่าถ้ำ แต่ที่นี่คือกลุ่มอาคารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,300 ปี ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อมปราการทางทหารตั้งแต่ในสมัยรัฐปาโบราณจนถึงราชวงศ์หมิงและชิง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของท่าเรือเก่าแก่ที่รุ่งเรืองมากที่สุดในยุคจีนโบราณ โดยเป็นบ้านยกพื้นสูง 11 ชั้น สูง 75 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน ในยามค่ำคืนสถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวกันมาก เพราะแสงไฟและโคมไฟที่อบอุ่นจะส่องสว่างไปทั่วทั้งอาคารและสะท้อนเงาบนผืนน้ำ ซึ่งดูคล้ายกับอาคารในภาพยนตร์เรื่อง Spirited Away กันเลยค่ะ และที่น่าทึ่งคือชั้นที่ 1 และชั้นที่ 11 สามารถเข้าถึงได้จากสองเส้นทางที่แตกต่างกัน ภายอาคารมีทั้งร้านค้า บาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารต่าง ๆ เป็นสถานที่ทัวร์จีนในฉงชิ่งที่เหมาะกับการเดินเล่นในหน้าร้อนเป็นอย่างมาก

ล่องเรือแม่น้ำแยงซีเกียง (Yangtze River)

สัมผัสความสดชื่นและงดงามของแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ในฤดูร้อนไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการล่องเรือแม่น้ำแยงซีเกียงกันแล้วค่ะ เส้นทางยอดนิยมสำหรับการล่องเรือก็คือ เส้นทางฉงชิ่ง-อี้ชาง (Chongqing-Yichang) ซึ่งเป็นเส้นทางล่องลงใต้จากฉงชิ่ง (Chongqing) ไปยังอี้ชาง (Yichang) หรือในทางกลับกัน โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 คืนบนเรือ สถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางจะประกอบไปด้วย เขื่อนสามผา (Three Gorges Dam) ช่องแคบชวีถังเสีย (Qutang Gorge) เมืองผีเฟิงตู (Fengdu Ghost City) และล่องเรือเล็กชมธรรมชาติอันงดงามที่ลำธารเทพธิดา (Shennv Stream) นอกจากนี้อีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการขึ้นกระเช้าลอยฟ้าแม่น้ำแยงซีเกียง เพื่อสัมผัสประสบการณ์ชมวิวเมืองแบบ 360 องศาอันงดงาม โดยเฉพาะวิวสุดอลังการของเมืองฉงชิ่งในยามค่ำคืนค่ะ 

สำหรับใครที่วางแผนทัวร์จีนที่ฉงชิ่งกันในช่วงฤดูร้อน แนะนำให้เลือกมาเที่ยวกันในเดือนมิถุนายนจะมีอากาศที่ค่อนข้างดีกว่า แต่ถ้าหากแผนการท่องเที่ยวอยู่ในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม แนะนำให้เตรียมตัวรับมือกับความร้อนจัดของฉงชิ่งกันด้วย แต่ทั้งนี้ฤดูร้อนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสัมผัสวัฒนธรรมหม้อไฟหม่าล่าอันเลื่องชื่อของฉงชิ่งค่ะ การได้เหงื่อจากการกินหม้อไฟรสเผ็ดร้อนชาลิ้น ในช่วงเวลาที่อากาศร้อน ๆ ช่วยให้เราได้เข้าถึงรสชาติและสัมผัสของการกินหม้อไฟได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

ที่เที่ยวน่าสนใจในฤดูใบไม้ร่วง ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม)

เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดอีกฤดูหนึ่งสำหรับการมาเที่ยวที่ฉงชิ่งค่ะ เพราะอากาศไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป อุณหภูมิจะค่อย ๆ เย็นขึ้น โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18-28 องศาเซลเซียส มีฝนตกน้อยท้องฟ้าแจ่มใส เมืองกลับมาดูมีชีวิตชีวาสดชื่นเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและผจญภัยกลางแจ้ง ใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามโดยเฉพาะตามริมแม่น้ำแยงซีเกียง และตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะเส้นทางเดินป่าที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีและธรรมชาติที่งดงาม

เทือกเขาจินฝอ (Jinfo Mountain)

เป็นภูเขาเดี่ยวที่มีหน้าผาสูงถึง 300 เมตร เมื่อแสงแดดส่องลงมากระทบภูเขาจะดูคล้ายกับพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เปล่งประกายสีทองอร่าม จึงเป็นชื่อมาของชื่อภูเขาที่แปลว่า "ภูเขาพระพุทธรูปทอง" นั่นเองค่ะ ภูเขาแห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยป่าถึงกว่า 95% จนได้รับการยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์พืชธรรมชาติ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงต้นไม้ในป่าจะพากันเปลี่ยนสี แต่งแต้มให้ภูเขามีความสวยสดงดงาม โดยเฉพาะเส้นทางเดินป่าและจุดชมวิวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาสายธารสีฟ้า สระน้ำ ถ้ำ น้ำตกที่งดงาม และบริเวณยอดเขาหินแกะสลักและประตูสวรรค์ทิศใต้ของยอดเขาจินฝอ ที่วิวทิวทัศน์โดยรอบจะสวยงามโรแมนติกเป็นอย่างมาก 

อุทยานเขานางฟ้า (Xiannu Mountain)

สถานที่ทัวร์จีนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองอู่หลงของฉงชิ่งค่ะ อุทยานท่องเที่ยวทางธรรมชาติระดับ 4A ซึ่งมีทั้งยอดเขาอันแปลกตา ทุ่งหญ้า และป่าไม้ มีการปล่อยวัว แกะ และม้า ให้ออกมาหากินตามธรรมชาติ ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะบริเวณป่าสนและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่จะเปลี่ยนเป็นสีทองและสีแดง ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าและเมฆหมอกบาง ๆ ที่ลอยอยู่ด้านบน อากาศไม่หนาวจัดได้ฟีลถ่ายรูปเหมือนอยู่ยุโรปกันเลยค่ะ และในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน จนได้รับฉายาว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งฉงชิ่งกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ทัวร์จีนของฉงชิ่งที่มาเที่ยวกันได้ทุกฤดู แต่จะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

เมืองไป่ตี้ (Baidicheng)

ที่นี่เป็นทั้งป้อมปราการและวัดโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขาไป่ตี้ บนฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี กล่าวกันว่าในปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตก กงซุนซูได้เข้ายึดครองแคว้นซูและสร้างเมืองขึ้นที่นี่ เนื่องจากบ่อน้ำในเมืองมักพ่นไอน้ำสีขาวออกมาคล้ายมังกรขาว จึงได้ตั้งพระนามว่า "จักรพรรดิขาว" และตั้งชื่อเมืองนี้ว่าเมืองไป่ตี้ หลังจากที่กงซุนซูสิ้นพระชนม์ ชาวบ้านได้สร้างวัดบนภูเขาและประดิษฐานรูปปั้นของกงซุนซูไว้ และตั้งชื่อวัดว่าวัดไป่ตี้ โดยมีสถาปัตยกรรมจีนโบราณให้ชมกันอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะหอโถวกู่ (หอฝากโอรส) ในยุคสามก๊ก สถานที่ซึ่งพระเจ้าหลิวเป่ยได้ทรงฝากโอรสไว้กับจูกัดเหลียงก่อนสิ้นพระชนม์ และที่นี่ยังเป็นเมืองที่มีบุคคลสำคัญมากมายเคยมาเยือนและประพันธ์บทกวีเอาไว้ จึงทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นเมืองแห่งบทกวี 
นอกจากนี้การล่องเรือชมแม่น้ำแยงซีเกียงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจค่ะ เพราะเราจะได้เห็นทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีริมฝั่งแม่น้ำอันงดงาม และในช่วงเดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคมก็เป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ของจีนค่ะ ทั้งเมืองจะสว่างไสวไปด้วยโคมไฟและบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง เต็มไปด้วยอาหารสตรีทฟู้ดให้เราได้ลิ้มลองมากมาย เป็นช่วงเวลาที่พิเศษอย่างแท้จริงสำหรับการมาทัวร์จีนที่ฉงชิ่งค่ะ  

ที่เที่ยวน่าสนใจในฤดูหนาว ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์)

ฉงชิ่งจะมีอากาศที่ชื้นและค่อนข้างหนาวในช่วงฤดูหนาว ฤดูนี้ไม่ค่อยมีแสงแดด ส่วนใหญ่มักจะมีหมอกและมืดครึ้ม ซึ่งเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีวันที่มีแดดจ้ากันเลยค่ะ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 - 12 องศาเซลเซียส แต่อากาศที่หนาวเย็นและถูกปกคลุมไปด้วยหมอกก็ทำให้ฉงชิ่งดูมีเสน่ห์ลึกลับไปอีกแบบ โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่มีหมอกลงจัดก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในการถ่ายภาพ ที่ดูราวกับเมืองตั้งอยู่ท่ามกลางก้อนเมฆกันเลยค่ะ

อุทยานน้ำพุร้อนเหนือ (Northern Hot Springs Park) / อุทยานน้ำพุร้อนใต้ (Southern Hot Springs Park)

        อุทยานน้ำพุร้อนเหนือ (Northern Hot Springs Park) การมาทัวร์จีนที่ฉงชิ่งในฤดูหนาวจะไม่สมบูรณ์แบบหากไม่ได้มาเที่ยวที่อุทยานน้ำพุร้อนเหนือ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาจินหยุนทางด้านเหนือของแม่น้ำเจียหลิง ห่างจากใจกลางเมืองฉงชิ่งประมาณ 52 กิโลเมตร แน่นอนว่าน้ำพุร้อนคือจุดเด่นหลักของอุทยานแห่งนี้ มีบ่อน้ำพุร้อนทั้งหมดถึง 10 แห่งที่มีอุณหภูมิของน้ำคงที่อยู่ที่ 35-37 องศาเซลเซียส ไว้คอยให้บริการ น้ำในบ่อน้ำพุร้อนมีแร่ธาตุซึ่งมีคุณสมบัติทางยาที่เป็นประโยชน์กับร่างกายและผิวพรรณ นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์อันงดงามที่มีทั้ง วัด พระราชวัง เนินเขา สระน้ำ สวน ป่าไม้ น้ำพุ หุบเขา ถ้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย 

       อุทยานน้ำพุร้อนใต้ (Southern Hot Springs Park) ตั้งอยู่ชานเมืองทางทิศใต้ห่างจากเมืองฉงชิ่งประมาณ 18 กิโลเมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1927 อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของน้ำพุร้อนตามชื่อเลยค่ะ เดิมทีถูกค้นพบในสมัยราชวงศ์หมิง จากนั้นก็ได้กลายเป็นโรงอาบน้ำในสมัยราชวงศ์ชิง และได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน น้ำพุร้อนของที่นี่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ซึ่งการแช่น้ำพุร้อนสามารถช่วยฟื้นฟูระบบเผาผลาญของร่างกาย และมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคบางชนิดได้ นอกจากนี้อุทยานน้ำพุร้อนใต้ยังมีชื่อเสียงในด้านทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงสถานที่ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์หลายแห่งที่น่าสนใจ


พิพิธภัณฑ์สามหุบเขา (Three Gorges Museum)

มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าพิพิธภัณฑ์ฉงชิ่ง ภายในจัดแสดงศิลปะจีนและโบราณวัตถุ ที่เก็บรักษาไว้จากการสร้างเขื่อน 3 หุบเขาและทะเลสาบเทียม โดยมีหัวข้อหลักในการจัดแสดง 4 หัวข้อ ได้แก่ สามหุบเขาอันงดงาม แม่น้ำปาหยูโบราณ การพัฒนาเมืองฉงชิง และยุคต่อต้านญี่ปุ่น มีการนำเสนอแบบจำลองขนาดใหญ่ของโครงการเขื่อนทั้งหมด และข้อมูลเกี่ยวกับความสำเร็จทางวิศวกรรมอันน่าทึ่ง การฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับการทิ้งระเบิดในฉงชิ่งโดยเครื่องบินญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  รวมไปถึงทัศนียภาพทางธรรมชาติในบริเวณ 3 หุบเขาก่อนที่จะมีการสร้างเขื่อน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์และซากฟอสซิลที่ได้มาจากพื้นที่โดยรอบอีกด้วย 

ต้องบอกว่าในช่วงฤดูหนาวของฉงชิ่งนั้น เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการไปแช่น้ำพุร้อนค่ะ รวมไปถึงการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวในที่ร่มที่ไม่ต้องเผชิญกับอากาศหนาว ใครที่มาทัวร์จีนกันที่ฉงชิ่งในช่วงฤดูหนาว ในเช้าวันที่มีหมอกลงจัดแนะนำให้แวะไปที่จัตุรัสเฉาเทียนเหมิน (Chaotianmen Square) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเจียหลิง การมองเห็นแม่น้ำสองสีท่ามกลางหมอกที่ลอยปกคลุมผืนน้ำ แล้วนั่งจิบกาแฟร้อน ๆ ไปด้วยก็ได้บรรยากาศฟิน ๆ ไปอีกแบบค่ะ  

  ฉงชิ่งเป็นเมืองที่สามารถมาเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี เป็นเมืองที่ไม่มีคำว่ามาเที่ยวผิดฤดูกันอย่างแน่นอนค่ะ เพราะแต่ละช่วงเวลาก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการที่จะมาสัมผัสกับฉงชิ่งในมุมมองแบบไหน ถ้าหากอยากเดินชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ ก็แนะนำให้มากันในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง หากอยากสัมผัสกับความสดชื่นของสายน้ำ และความเผ็ดสะใจของหม้อไฟหม่าล่ารสเด็ด ฤดูร้อนก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยค่ะ หรือมาเยือนฉงชิ่งในฤดูหนาวเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของเมืองในเมฆหมอกที่ลึกลับ และผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำพุร้อนท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ไม่ว่าจะมาในฤดูไหนฉงชิ่งก็พร้อมที่จะทำให้คุณประทับใจในทุกครั้งที่ได้มาเยือนอย่างแน่นอน  

จำนวนผู้เข้าชม 14 ครั้ง