เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เช็กอินแล้วใจเต้นแรง! สะพานแก้วจางเจียเจี้ย จุดเช็กอินสุดเสียวระดับโลกที่ต้องลอง

เช็กอินแล้วใจเต้นแรง! สะพานแก้วจางเจียเจี้ย จุดเช็กอินสุดเสียวระดับโลกที่ต้องลอง

11

Jun

จีน

เช็กอินแล้วใจเต้นแรง! สะพานแก้วจางเจียเจี้ย จุดเช็กอินสุดเสียวระดับโลกที่ต้องลอง

         หลายคนอาจเคยเห็นคลิปเที่ยวจางเจียเจี้ยที่เป็นไวรัลในโซเชียล ที่จะมีนักท่องเที่ยวกำลังเกาะราวสะพานด้วยความหวาดกลัว หรือนั่งตัวสั่นเทาก้าวขาไม่ออกอยู่บนพื้นกระจกท่ามกลางภูเขาหินสูงเสียดฟ้าและหุบเหวลึก ในขณะที่เพื่อนคนอื่น ๆ ก็หัวเราะและถ่ายคลิปกันด้วยความสนุกสนานกันมาบ้างใช่มั้ยคะ ซึ่งสถานที่ทัวร์จีนในคลิปไวรัลที่กำลังได้รับความนิยมนั้นก็คือ สะพานแก้วจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Glass Bridge) หรือที่รู้จักกันในชื่อสะพานกระจกแกรนด์แคนยอนจางเจียเจี้ยนั่นเองค่ะ สะพานกระจกใสขนาดใหญ่ที่พาดผ่านหุบเขาลึก ทอดตัวอยู่เหนือแกรนด์แคนยอนจางเจียเจี้ย บอกเลยว่าสะพานแก้วแห่งนี้คือสถานที่ทัวร์จางเจียเจี้ยที่เป็นบททดสอบความกล้าอย่างแท้จริง ทุกย่างก้าวที่ได้เหยียบลงบนพื้นกระจกใสนั้นเผยให้เห็นความลึกหลายร้อยเมตรที่เบื้องล่าง ทำให้รับรู้ได้ถึงความสูงของหุบเหวอย่างชัดเจนจนหัวใจเต้นแรงกันโดยอัตโนมัติเลยค่ะ แน่นอนว่าเราก็ได้รวบรวมข้อมูลเที่ยว สะพานแก้ว จางเจียเจี้ย แบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุมมาฝากกันค่ะ

เกี่ยวกับสะพานแก้วจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Glass Bridge)

สะพานแก้วจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Glass Bridge) หรือที่รู้จักกันในชื่อสะพานกระจกแกรนด์แคนยอนจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Grand Canyon Skywalk) เป็นสะพานกระจกที่ยาวและสูงที่สุดในโลก ทอดตัวอยู่เหนือหุบเขาแกรนด์แคนยอนจางเจียเจี้ย ซึ่งเมื่อมองมาจากระยะไกลสะพานแห่งนี้จะดูราวกับผืนผ้าไหมสีขาวที่กำลังลอยอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก จนทำให้สะพานแห่งนี้ถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หยุนเทียนตู้ (Yuntiandu) ซึ่งมีความหมายว่าเส้นทางแห่งหมู่เมฆสู่ท้องฟ้า สะพานแก้วจางเจียเจี้ยมีความยาว 430 เมตร ความกว้าง 6 เมตร ความสูงจากพื้น 300 เมตร จุดเด่นคือพื้นสะพานทั้งหมดทำจากกระจกใส ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามรอบด้าน และสัมผัสกับความสูงที่อยู่ใต้เท้าด้านล่างได้อย่างชัดเจน 
สะพานแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชื่อบางอย่าง Haim Dotan Architects ของอิสราเอลในปี ค.ศ. 2012 ตัวสะพานสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้พร้อมกันถึง 800 คนในคราวเดียว ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น ที่ได้มอบมุมมองอันแตกต่างให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนได้สัมผัสกับทิวทัศน์อันงดงามของธรรมชาติโดยรอบ การสร้างสะพานแห่งนี้แทนที่จะทำลายความสมดุลทางธรรมชาติของพื้นที่ แต่กลับช่วยเติมเต็มความงดงามของอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้บริเวณกลางสะพานก็ยังมีแท่นกระโดดบันจี้จัมพ์ที่สูงจากพื้น 260 เมตร เรียกได้ว่าเป็นจุดโดดบันจี้จัมพ์ที่สูงที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่งกันเลยค่ะ ซึ่งนักกระโดดบันจี้จัมพ์ชื่อดังอย่าง AJ Hackett ถึงกับกล่าวว่า “การกระโดดบันจี้จัมพ์ที่สะพานแก้วจางเจียเจี้ย เป็นการกระโดดบันจี้จัมพ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุด สวยงามที่สุด และสูงที่สุดในโลก”

กิจกรรมน่าสนใจที่สะพานแก้วจางเจียเจี้ย

การได้มาทัวร์จีนที่จางเจียเจี้ยแล้วชื่นชมสะพานแก้วอันสวยงามโดยไม่ต้องขึ้นไปข้างบนสะพาน ก็สามารถให้เราเก็บภาพความประทับใจกันได้แล้วค่ะ แต่เมื่อมาถึงกันทั้งทีก็ไม่อยากให้พลาดกิจกรรมที่น่าสนใจบนสะพาน เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อย ๆ 

1. สัมผัสประสบการณ์สุดระทึกกับการเดินบนสะพานโปร่งใส

นอกจากจะชมวิวธรรมชาติสวย ๆ ที่ยิ่งใหญ่อลังการของจางเจียเจี้ยกันแล้ว ก็มาเก็บประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดตื่นเต้นเร้าใจกลับกันไปสักหน่อยค่ะ การขึ้นมาเดินบนสะพานแล้วเดินตรงจุดที่เป็นแผ่นกระจกโปร่งใส สามารถมอบประสบการณ์ทัวร์จีนที่ตื่นเต้นเร้าใจได้อย่างแน่นอน การเดินข้ามสะพานจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากบนสะพานก็เป็นจุดที่สามารถมองหุบเขาแกรนแคนยอนจางเจียเจี้ย และหุบเหวลึกใต้ฝ่าเท้าที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับได้ลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งเป็นไฮไลต์ของการขึ้นสะพานกันเลยค่ะ 

2. กระโดดบันจี้จัมพ์ระดับโลก

หากการเดินบนสะพานแก้วจางเจียเจี้ยยังไม่ตื่นเต้นเร้าใจพอ ไปต่อกันที่แท่นโดดบันจี้จัมพ์ตรงกลางสะพานกันเลยค่ะ ด้วยความสูงถึง 260 เมตร ซึ่งจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของการกระโดดบันจี้จัมพ์เชิงพาณิชย์ที่สูงที่สุดในโลก การได้ทิ้งตัวลงมาจากที่สูงอย่างอิสระท่ามกลางแกรนด์แคนยอนจางเจียเจี้ย เป็นประสบการณ์ที่รับรองได้ว่าประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน แต่ต้องบอกว่ากิจกรรมนี้คือกีฬาผาดโผนที่มีความเสี่ยงและข้อจำกัดด้านสภาพร่างกาย ดังนั้นจะต้องคำนึงถึงสุขภาพและโรคประจำตัวกันด้วยค่ะว่าสามารถกระโดดกันได้หรือเปล่า  

3. เก็บภาพสวย ๆ บนสะพานและโดยรอบ

ในขณะที่ยืนอยู่บนสะพาน เราสามารถเก็บภาพวิวทิวทัศน์โดยรอบรวมไปถึงภาพเหวลึกเบื้องล่างกันได้อย่างอิสระ เพราะบนสะพานแห่งนี้คือจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่ยอดเยี่ยมของหุบเขาแกรนด์แคนยอนกันเลยค่ะ นอกจากนี้การถ่ายภาพจากฟากฝั่งหนึ่งของสะพาน ก็จะสามารถเก็บภาพของสะพานทั้งหมดและหุบเขาที่ทอดยาวออกไปได้อย่างสวยงาม หรือถ้าหากอยากได้ภาพของสะพานกระจกแบบสวย ๆ ก็สามารถเดินไปยังจุดชมวิวต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อถ่ายภาพสะพานกันได้ 

คำแนะนำในการเดินข้ามสะพานแก้วจางเจียเจี้ย

- ผู้ที่เข้าชมสะพานทุกคนจะต้องสวมที่คลุมรองเท้า โดยสามารถไปขอรับฟรีได้ตรงบริเวณทางเข้าสะพาน
- อนุญาตให้นำเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่ใส่อยู่ในเคส และกระเป๋าขนาดเล็ก เช่น กระเป๋าถือ กระเป๋าคาดเอว กระเป๋าสตางค์ ขึ้นไปบนสะพานได้เท่านั้น สำหรับสัมภาระอื่น ๆ จะต้องฝากเอาไว้ที่สำนักงานรับฝากตรงทางเข้าค่ะ โดยมีค่าบริการ 5 หยวนต่อชิ้นสำหรับกระเป๋าขนาดเล็ก และ 10 หยวนต่อชิ้นสำหรับกระเป๋าขนาดใหญ่ 
- ห้ามวิ่งหรือกระโดดบนสะพาน ห้ามยืนพิงราวสะพาน รวมไปถึงห้ามโยนสิ่งของต่าง ๆ ลงมาจากสะพาน 
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคกลัวความสูง ผู้ที่มึนเมาสุรา หรือมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ไม่ควรขึ้นมาบนสะพานค่ะ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็กก็ไม่แนะนำให้ขึ้นไปเดินบนสะพานกระจกเช่นกัน 
- หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยสะพานอาจปิดให้บริการ ดังนั้นแนะนำให้เช็คสภาพอากาศล่วงหน้ากันก่อนมาทัวร์จีนกันที่นี่ค่

ตั๋วเข้าชมสะพานแก้วจางเจียเจี้ย

สำหรับตั๋วเข้าชมสะพานแก้วจางเจียเจี้ยจะต้องทำการจองตั๋วล่วงหน้าค่ะ เพราะว่าที่นี่มีการจำกัดจำนวนคนต่อวันอยู่ที่ประมาณ 8,000 คน และแบ่งออกเป็นช่วงเวลาในการเข้าชม ดังนั้นแนะนำให้ทำการจองตั๋วผ่านเอเจนซี่ หรือเว็บไซต์จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ พยายามหลีกเลี่ยงการจองทัวร์สะพานแก้วในช่วงวันหยุดสำคัญของจีน เช่น วันหยุดราชการ (1-7 ตุลาคม) และวันแรงงาน (ประมาณวันที่ 1 พฤษภาคม) ตั๋วหมดเร็วมาก คนเยอะมาก และใช้เวลานานกว่าจะได้ขึ้นสะพาน แต่ถ้าหากซื้อทัวร์จีนแล้วมีโปรแกรมทัวร์จางเจียเจี้ยกันอยู่แล้ว ก็ลองเช็คดูว่ามีสะพานแก้วจางเจียเจี้ยอยู่ในลิสต์กันหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่บริษัททัวร์จะจัดการจองตั๋วให้ล่วงหน้าอยู่แล้วค่ะ โดยประเภทของตั๋วเข้าชมก็มีดังนี้
- ตั๋ว A ราคา 121 หยวน สำหรับเข้าแกรนด์แคนยอนเท่านั้น ระยะเวลาที่ใช้ในการเยี่ยมชมประมาณ 3 ชั่วโมง 
- ตั๋ว B ราคา 259 หยวน (รวมค่าประกัน 3 หยวน) สำหรับเข้าชมหุบเขาและสะพานแก้วจางเจียเจี้ย ระยะเวลาที่ใช้ในการเยี่ยมชมประมาณ 3-4 ชั่วโมง 
- ตั๋ว C ราคา 138 หยวน (รวมค่าประกัน 3 หยวน) สำหรับขึ้นสะพานแก้วจางเจียเจี้ยเท่านั้น ระยะเวลาที่ใช้ในการเยี่ยมชมประมาณ 40 นาที 
สำหรับผู้ที่มีความสูงต่ำกว่า 1.3 เมตร สามารถรับตั๋วฟรีได้ ทั้งนี้ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบราคาก่อนที่จะเดินทางไปทัวร์จีนที่สะพานแก้วจางเจียเจี้ย แต่ทั้งนี้สำหรับชาวต่างชาติแนะนำให้ทำการจองตั๋วกับบริษัทท่องเที่ยวจะเป็นการดีที่สุดค่ะ

วิธีเดินทางไปยังสะพานแก้วจางเจียเจี้ย

การเดินทางไปสะพานแก้วจางเจียเจี้ยสามารถเดินทางไปได้ง่าย โดยสามารถเดินทางมายังจางเจียเจี้ยได้ทันเครื่องบินหรือรถไฟจากเมืองหลัก ๆ ของจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว ซีอาน ฉางชา เสิ่นหยาง ชิงเต่า และเซินเจิ้น เป็นต้น และจากตัวเมืองจางเจียเจี้ยสามารถขึ้นรถบัสจากสถานีขนส่งจางเจียเจี้ยเซ็นเตอร์ (Zhangjiajie Center) เพื่อไปยังสถานีขนส่งอู่หลิงหยวน (Wulingyuan) ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง และจากสถานีขนส่งอู่หลิงหยวน ให้ขึ้นรถโดยสารสายอู่หลิงหยวน–แกรนด์แคนยอน (武陵源–大峡谷) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เมื่อถึงแกรนแคนยอนแล้วก็ให้เดินตามป้ายบอกทางหรือว่าเดินตามนักท่องเที่ยวคนอื่นเพื่อไปยังสะพานแก้วจางเจียเจี้ยกันค่ะ นอกจากนี้ก็ยังสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่กันได้ ซึ่งการเดินทางมายังสะพานแก้วจางเจียเจี้ย ถ้าเป็นการซื้อทัวร์มากับบริษัททัวร์จีนต่าง ๆ ก็จะทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก ที่สำคัญคือมีไกด์นำเที่ยวคอยให้บริการกันอีกด้วย

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือนสะพานแก้วจางเจียเจี้ย

- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15 - 25°C ท้องฟ้าแจ่มใส สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างชัดเจนที่สุด ต้นไม้ในป่าเริ่มเปลี่ยนสีกลายเป็นสีส้ม สีทอง สีแดง ที่งดงามโรแมนติกเป็นอย่างมาก
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) เป็นช่วงที่ธรรมชาติเขียวชอุ่มสดชื่น อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 - 22°C ดอกไม้ในป่าเริ่มผลิบาน เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยนั้นงดงามเป็นที่สุดค่ะ 
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) เป็นช่วง High Season ที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะทีเดียวค่ะ ธรรมชาติของจางเจียเจี้ยในช่วงนี้จะอุดมสมบูรณ์เขียวชอุ่มมาก อากาศค่อนข้างร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25 - 35°C และบางวันอาจมีหมอกลอยต่ำช่วยเพิ่มความงดงามโรแมนติกมากขึ้นไปอีก
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะ อากาศหนาวเย็น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0 - 10°C ในบางวันอาจมีหมอกและหิมะบาง ๆ ทำให้สะพานแก้วดูเหมือนกับลอยอยู่บนสวรรค์กันเลยค่ะ แต่ถ้าจะมาทัวร์จีนกันในช่วงนี้ต้องเช็คสภาพอากาศกันดี ๆ ก่อน เพราะถ้าสภาพอากาศเลวร้ายสะพานอาจปิดเพื่อซ่อมบำรุงได้ค่ะ  

หลายคนอาจมองว่าแค่ขึ้นสะพานแก้วไปถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว ทำไมถึงต้องดั้นด้นไปถึงสะพานแก้วจางเจียเจี้ยกันด้วย ต้องบอกว่าสะพานแก้วจางเจียเจี้ยนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่สถานที่ทัวร์จีนอันโด่งดังในโลกออนไลน์เพียงเท่านั้น หากจะเป็นประสบการณ์สุดตื่นเต้นที่อยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตนเองกันสักครั้งในชีวิตค่ะ การได้ก้าวเดินอยู่บนเหวลึกหลายร้อยเมตรบนแผ่นกระจกใส ท่ามกลางทิวทัศน์ของภูเขาหินที่สูงตระหง่าน เมฆหมอกที่ลอยต่ำ ป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ บนสะพานแก้วที่แสดงให้เห็นถึงความล้ำหน้าทางวิศวกรรมที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้อย่างลงตัว เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หาไม่ได้จากที่อื่นอย่างแท้จริงค่ะ ดังนั้นที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดเช็คอินในการเที่ยวจางเจียเจี้ยเท่านั้น หากแต่เป็นบทพิสูจน์ถึงความกล้าที่จะท้าทาย พร้อมประทับภาพความทรงจำและความรู้สึกที่เกิดขึ้น ในขณะที่ได้ยืนอยู่บนสะพานกระจกใสที่สามารถมองเห็นโลกเบื้องล่างแบบไม่มีอะไรมากั้น 

จำนวนผู้เข้าชม 17 ครั้ง