Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เปิดลิสต์ 8 แลนด์มาร์กระดับเวิลด์คลาส สัมผัสความอลังการแห่งจางเจียเจี้ย

เปิดลิสต์ 8 แลนด์มาร์กระดับเวิลด์คลาส สัมผัสความอลังการแห่งจางเจียเจี้ย

14

May

จีน

เปิดลิสต์ 8 แลนด์มาร์กระดับเวิลด์คลาส สัมผัสความอลังการแห่งจางเจียเจี้ย

           จางเจียเจี้ยคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำหรับการทัวร์จีนที่กำลังได้รับความนิยม เมืองมรดกโลกแห่งนี้ตั้งอยู่ในมณฑลหูหนาน ที่ได้รวบรวมทั้งความลึกลับของหน้าผาหินสูงชันสุดอลังการ หุบเขาลึกที่งดงามเกินคำบรรยาย และความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัยซึ่งหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จางเจียเจี้ยเป็นสถานที่ซึ่งจะทำให้เราได้สัมผัสโลกแห่งเทพนิยายได้ด้วยตาตนเอง ด้วยวิวทิวทัศน์ระดับ 5A ที่แตกต่างกันออกไปใแต่ละฤดูกาล ท่ามกลางทะเลหมอกที่โอบล้อมยอดเขาสูงเสียดฟ้านับพัน ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวบรวม 8 แลนด์มาร์กเที่ยวจางเจียเจี้ยที่งดงามระดับเวิลด์คลาส พร้อมข้อมูลเที่ยวจางเจียเจี้ยที่ให้คุณได้เตรียมความพร้อมทั้งกายและใจ เพื่อเดินทางไปสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่โลกต้องตะลึงกันค่ะ

รู้จักจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie)

  จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือในมณฑลหูหนาน (Hunan) ทางตอนใต้ของจีนตอนกลาง เมืองนี้เรียกได้ว่าเป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันตกของประเทศจีนกันเลยค่ะ ที่นี่เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการทัวร์จีน ด้วยภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเสาหินควอร์ตไซต์ขนาดมหึมาจำนวนหลายพันแท่ง ที่กระจายตัวอยู่คล้ายกับกำลังลอยตัวอยู่บนท้องฟ้า ท่ามกลางเมฆหมอกและผืนป่าอันงดงาม โดยพื้นที่ส่วนหนึ่งของเมืองได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในชื่อ Wulingyuan Scenic and Historic Interest Area ซึ่งครอบคลุมอุทยานธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีภูเขาหินสูงชันกว่า 3,000 ยอด เป็นทิวทัศน์ที่งดงามจนถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบของหุบเขาบนดาวแพนดอร่า (Pandora) ในภาพยนตร์เรื่อง AVATAR ภาคแรกกันเลยค่ะ นั่นจึงทำให้จางเจียเจี้ยมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหุบเขาอวตาร ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา ที่ผสมผสานธรรมชาติ ป่าไม้ ลำธาร น้ำตก และวัฒนธรรมชนเผ่าท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

เปิดลิสต์ 8 แลนด์มาร์กระดับเวิลด์คลาสของจางเจียเจี้ย

1. เขาเทียนเหมินซาน (Tianmen Shan)

       เขาเทียนเหมินซาน หรือ "ภูเขาประตูสวรรค์" ที่นี่ไม่ใช่แค่ภูเขาธรรมดา หากแต่เป็นสัญลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของจางเจียเจี้ยที่นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนต้องมาเยือน ด้วยความสูงกว่า 1,518 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้ภูเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยความลี้ลับและความเชื่อทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดของที่นี่คือการขึ้นกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก การนั่งกระเช้าที่มีความยาวถึง 7,455 เมตร โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที ทำให้เราสามารถมองเห็นวิวเมืองจางเจียเจี้ยที่ค่อย ๆ เล็กลง และแทนที่ด้วยทิวทัศน์ของภูเขาสูงสลับซับซ้อนที่กว้างไกลสุดสายตา และเมื่อมองลงมาจากบนกระเช้าก็จะสามารถมองเห็นถนนที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขาที่เรียกว่าถนน 99 โค้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในถนนที่อันตรายแต่สวยงามที่สุดในโลก ด้านบนภูเขามีจุดชมวิวที่เป็นกระจกใสยื่นออกจากหน้าผา ให้เราได้สามารถยืนมองทะเลหมอกและหุบเขาลึกเบื้องล่างได้อย่างใกล้ชิด และถ้าหากวันไหนที่อากาศเป็นใจมีเมฆหมอกลอยต่ำปกคลุมมาถึงยอดเขา ก็จะทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังเดินอยู่บนก้อนเมฆกันจริง ๆ เลยค่ะ

พิกัด

2. เขาเทียนจื่อซาน (Tianzi Shan)

   ภูเขาแห่งนี้คือแรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่อง Avatar ค่ะ เขาเทียนจื่อซาน หรือ เขาจักรพรรดิ คือต้นแบบของภูเขาฮัลเลลูยาห์ (Hallelujah Mountains) ที่โด่งดังไปทั่วโลก ลักษณะเด่นของภูเขาแห่งนี้คือยอดเขาหินปูนที่ผอมสูงเสียดฟ้าและแหลมคมนับพันต้น พุ่งทะยานขึ้นมาจากหุบเขาเบื้องล่างทะลุขึ้นมายังชั้นเมฆหมอกสุดอลังการ การขึ้นมาบนยอดเขาเทียนจื่อซานจะต้องขึ้นลิฟต์แก้วไป่หลง (Bailong Elevator) ซึ่งเป็นลิฟต์แก้วภายนอกอาคารที่สูงที่สุดในโลก แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของจีนได้เป็นอย่างดี โดยลิฟท์แก้วจะพาคุณขึ้นสู่ยอดเขาภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่งดงามจนแทบหยุดหายใจ เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาก็จะพบกับวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา ที่ราวกับได้ขึ้นมาอยู่บนสรวงสวรรค์กันเลยค่ะ อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาดก็คือจุดชมวิวที่เรียกว่าสวนเฮ่อหลง (Helong Park) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีรูปปั้นทองแดงของจอมพลเฮ่อหลง และเป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่เรียกว่าพู่กันจักรพรรดิ (Imperial Brush Peaks) ซึ่งเป็นกลุ่มแท่งหินที่เรียงตัวกันดูคล้ายกับพู่กันที่วางอยู่ในแท่นเสียบ 

พิกัด

3. สะพานแก้ว จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Glass Floor Bridge)

   มาทัวร์จีนที่จางเจี่ยเจี้ยบอกเลยว่าห้ามพลาดที่นี่ค่ะ โดยเฉพาะสายลุยหรือผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทายบนที่สูง สะพานแก้วแห่งนี้เป็นหนึ่งในสะพานกระจกใสที่ยาวและสูงติดอันดับโลก ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอิสราเอลอย่าง Haim Dotan โดยมีความยาว 430 เมตร และสูงจากพื้นเหวถึง 300 เมตร ตัวพื้นสะพานทำจากกระจกนิรภัยใส 3 ชั้นที่แข็งแรงปลอดภัยมาก สะพานทอดตัวข้ามหุบเขา Grand Canyon ซึ่งการเดินขึ้นไปบนสะพานคือความท้าทายเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะการก้าวเท้าลงบนพื้นกระจกใสที่สามารถมองเห็นหุบเหวลึกเบื้องล่าง อาจทำให้เราขาสั่นกันได้ง่าย ๆ แต่ก็แลกมาด้วยทิวทัศน์อันงดงามตระการตและรูปที่ถ่ายออกมาสวยงามเป็นที่สุด เป็นประสบการณ์ท้าทายที่ต้องลองกันสักครั้งค่ะ นอกจากนี้บริเวณกลางสะพานก็ยังมีกิจกรรมหวาดเสียวอย่างบันจี้จั๊มพ์ ให้เพิ่มดีกรีความตื่นเต้นเพื่อท้าทายความสูงกันอีกด้วย แต่บนสะพานจะไม่อนุญาตให้นำกล้องโปรหรือกล้องถ่ายรูปขนาดใหญ่ รวมไปถึงของมีคมขึ้นไปบนสะพาน เพื่อป้องกันกระจกเป็นรอย สิ่งที่นำติดไปด้วยได้ก็คือโทรศัพท์มือถือที่จะต้องคล้องสายกันตกเอาไว้ให้ดีด้วยค่ะ   

พิกัด

4. ประตูสวรรค์ (The Heaven’s Gate of Tianmen Shan)

   สถานที่ทัวร์จีนแห่งนี้คือหัวใจสำคัญของเขาเทียนเหมินซาน ที่นี่คือโพรงหินธรรมชาติขนาดมหึมาที่เป็นช่องว่างทรงโค้งเหมือนกับประตูที่สูงถึง 131.5 เมตร กว้าง 57 เมตร โดยมีบันทึกไว้ในช่วงปี ค.ศ. 263 ที่จู่ ๆ หน้าผาของภูเขาซ่งเหลียง (Songliang Shan) ได้เกิดถล่มลงมาจนเกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดมหึมาคล้ายกับช่องประตูขนาดยักษ์ ทำให้ภูเขาแห่งนี้ถูกเรียกว่าเทียนเหมิน หรือประตูสวรรค์นับแต่นั้นเป็นต้นมา และเพื่อไปให้ถึงฐานของประตูสวรรค์ ผู้ที่มาเที่ยวจางเจียเจี้ยกันที่นี่สามารถเลือกได้ว่าจะเดินขึ้นบันไดสู่สวรรค์ 999 ขั้นด้วยตนเอง หรือใครที่คิดว่าไม่ไหวก็สามารถใช้บันไดเลื่อนที่เจาะทะลุภูเขาขึ้นไปก็ได้ แต่ต้องบอกว่าถ้าหากยังพอมีแรงไหว การขึ้นบันได 999 ขั้นนั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายตัวเองและมีความเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งค่ะ เพราะเลข 9 ในความเชื่อของจีนนั้นหมายถึงความเป็นนิรันดร์ และเมื่อขึ้นไปถึงขั้นสุดท้ายก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงความสำเร็จ สายลมที่พัดผ่านช่องเขา และความยิ่งใหญ่งดงามของประตูสวรรค์ ที่ทำให้รู้สึกได้ว่าเรานั้นเป็นเพียงแค่มนุษย์ตัวเล็กจ้อย ที่ยืนอยู่ต่อหน้าพลังอำนาจของธรรมชาติอย่างแท้จริง 

พิกัด

5. ระเบียงกระจกผันหลงหยา (Panlongya Glass Skywalk)

  สัมผัสประสบการณ์สุดตื่นเต้นหวาดเสียวเมื่อมาทัวร์จีนที่จางเจียเจี้ย ด้วยการเดินเลียบหน้าผาที่ความสูงนับหมื่นฟุตบนระเบียงกระจกผันหลงหยากันค่ะ ที่นี่คือทางเดินกระจกใสที่สร้างยื่นออกมาจากหน้าผาหินปูนของเขาเทียนเหมินซาน โดยสร้างลัดเลาะคดเคี้ยวไปตามแนวหน้าผาสูงชันที่เรียกว่าหน้าผามังกรขดตัว ทางเดินมีความยาวประมาณ 100 เมตร กว้าง 3 ฟุต และหนา 2.5 นิ้วเท่านั้น ทุกย่างก้าวที่เดินจะทำให้เราได้เห็นความลึกของหุบเขา และทิวทัศน์หลายร้อยเมตรที่อยู่เบื้องล่างได้อย่างชัดเจน ความแคบของทางเดินทำให้เราสัมผัสและมองเห็นทัศนียภาพรอบด้านกันได้อย่างใกล้ชิด เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยงามและหวาดเสียวจนทำให้อะดรีนาลีนหลั่งกันอย่างแน่นอนค่ะ โดยจุดที่ห้ามพลาดก็คือบริเวณมุมมองที่สามารถมองเห็นถนนคดเคี้ยว 99 โค้งตรงเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งตรงนี้ก็เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมของระเบียงกระจกแห่งนี้กันเลยค่ะ โดยก่อนการเข้าชมนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนกันที่นี่ จะต้องสวมถุงผ้าสำหรับหุ้มรองเท้าเอาไว้ก่อน เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนและช่วยกันรักษาความสะอาดของทางเดินกระจก 

พิกัด

6. เมืองโบราณฟ่งหวง (Fenghuang)

   เปลี่ยนบรรยากาศจากการผจญภัยในขุนเขา แล้วก้าวสู่อดีตอันงดงามและเงียบสงบในยุคจีนโบราณกันที่เมืองโบราณฟ่งหวงค่ะ ที่นี่คืออีกหนึ่งสถานที่ทัวร์จีนยอดนิยมในเส้นทางทัวร์จางเจียเจี้ย เมืองโบราณแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ชิงเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จุดเด่นของที่นี่คือบ้านไม้ริมน้ำที่เรียกว่า Diaojiaolou ซึ่งเป็นบ้านเรือนแบบโบราณยกใต้ถุนสูงด้วยเสาไม้ริมแม่น้ำถัวเจียง อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเผ่าเหมียว (Miao) และชาวเผ่าถู่เจีย (Tujia) ที่มีมาตั้งแต่ในอดีต กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือการนั่งเรือแจวในแม่น้ำแล้วปล่อยกายปล่อยใจ ให้สายน้ำพัดพาไปลอดผ่านใต้สะพานไม้ สะพานหินโบราณ และสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มาซักผ้าหรือหาปลาริมสองฝั่งแม่น้ำ หรือเดินเล่นชิล ๆ ชมบรรยากาศเมืองโบราณที่ได้ปรับเปลี่ยนอาคารบางหลังเป็นร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ให้เราได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจและหาของอร่อย ๆ กิน และเมื่ออาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าบอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกสุด ๆ ค่ะ เพราะเมืองทั้งเมืองจะถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟและโคมไฟสีสันสวยงาม  

พิกัด

7. ฟูหรงเจิ้น (Furong Town)

   ที่นี่คือเมืองโบราณบนน้ำตกที่สวยที่สุดในจีน เมืองโบราณแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนน้ำตกฟูหรง (Furong Waterfall) ขนาดใหญ่ที่ไหลลงสู่แม่น้ำหยู (You River) หัวใจสำคัญของเมืองนี้ก็คือน้ำตกที่ไหลผ่านกลางหมู่บ้านแล้วตกลงมาจากหน้าผาสูง 60 เมตร ที่สร้างเสียงน้ำตกดังกึกก้องตลอดเวลา ให้บรรยากาศที่ทั้งทรงพลังและสดชื่น โดยนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนกันที่นี่ สามารถเดินลัดเลาะไปตามทางเดินด้านล่างหลังม่านน้ำตกกันได้ อาคารบ้านเรือนในหมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นอาคารไม้สไตล์จีนโบราณ (Diaojiaolou) ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่ตามริมหน้าผา มีลำธารไหลผ่านภายในเมือง เดิมทีเมืองฟู่หรงมีชื่อว่าหวังชุน (Wangcun) แต่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองตามภาพยนตร์ในเรื่อง Hibiscus Town ที่มาถ่ายทำกันที่นี่จนมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเราสามารถนั่งเรือชมวิวในแม่น้ำ หรือเดินเล่นชมวิวบนสะพานและตามทางเดินภายในหมู่บ้าน สิ่งที่ทำให้ฟูหรงเจิ้นกลายเป็นที่จดจำก็คือ การเปิดไฟประดับสีสันสวยงามในตอนกลางคืนทั่วทั้งเมือง รวมไปถึงบริเวณหน้าผาและน้ำตก กลายเป็นทิวทัศน์ที่งดงามราวกับเมืองในเทพนิยายกันเลยค่ะ 

พิกัด

8. ตึกมหัศจรรย์ 72 ชั้น (72 Qilou)

  มาจางเจียเจี้ยทั้งทีต้องไม่พลาดแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่กำลังกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกอย่าง ตึกมหัศจรรย์ 72 ชั้น (72 Qilou) ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองจางเจียเจี้ยค่ะ เป็นอาคารที่ผสมผสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวถู่เจียเข้ากับสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย และได้รับการบันทึกสถิติกินเนสส์บุ๊คในฐานะของอาคารสถาปัตยกรรมแบบไม้สไตล์ถู่เจียที่สูงที่สุดในโลก มีความสูง 109.9 เมตร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากที่ตึกสูงขนาดนี้สร้างขึ้นจากอิฐและไม้เป็นหลัก แสดงให้เห็นถึงจุดสูงสุดของสถาปัตยกรรมชนเผ่าถู่เจียได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อมองจากระยะไกลก็จะดูเหมือนหมู่บ้านถู่เจียที่ลอยอยู่กลางอากาศกันเลยค่ะ ตรงกลางอาคารมีช่องว่างขนาดใหญ่ที่เลียนแบบประตูสวรรค์ในเทียนเหมินซาน ความหมายของเลข 72 คือเลขมงคลในวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวถู่เจีย หมายถึง “มากมาย” ที่ถึงแม้ว่าจริง ๆ อาคารจะไม่ได้มี 72 หลังก็ตาม แต่ความยิ่งใหญ่อลังการของที่นี่ก็ทำให้ได้รับฉายาว่า “พระราชวังโปตาลาแห่งถู่เจีย” ในตอนกลางคืนอาคารแห่งนี้จะมีการแสดงแสงสีสุดอลังการ 72 รูปแบบ ตั้งแต่เวลาประมาณ 19:00 น. และบริเวณโดยรอบก็เต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหารมากมาย 

  การเดินทางมาทัวร์จีนสู่จางเจียเจี้ยไม่ใช่เพียงแค่การมาเที่ยวชมสถานที่อันสวยงามระดับโลกเท่านั้น แต่ที่นี่คือหลักฐานที่ทำให้เราได้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และความพยายามของมนุษย์ที่พยายามสร้างสรรค์แหล่งท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้ ใครที่กำลังวางแผนทัวร์จางเจียเจี้ยกันอยู่ ลองปักหมุดตามลิสต์ทั้ง 8 แห่งที่เราได้คัดเลือกมาฝากกันค่ะ รับรองว่าคุณจะได้พบกับช่วงเวลาในการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ไม่มีวันลืม ไม่ว่าจะเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย เปิดประสบการณ์ความท้าทายบนสะพานกระจกสุดหวาดเสียว การเยี่ยมชมหมู่บ้านโบราณที่งดงามราวดินแดนแห่งเทพนิยาย และตื่นตาตื่นใจไปกับสิ่งปลูกสร้างที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของคนในยุคโบราณ ที่ผสมผสานเข้ากับวิศวกรรมสมัยใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง ทุกแลนด์มาร์กที่เราได้คัดเลือกมาในจางเจียเจี้ยล้วนแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่พร้อมมอบความทรงจำระดับเวิลด์คลาสได้อย่างแท้จริง