ทำความรู้จักเซินเจิ้น จากเมืองหมู่บ้านชาวประมงสู่มหานครแห่งอนาคต
ในช่วงปี ค.ศ. 1980 เซินเจิ้นยังคงเป็นเมืองค้าขายและทำประมงเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับชายแดนฮ่องกง โดยมีประชากรเพียงแค่ประมาณ 30,000 คนเท่านั้น แต่ต้องบอกว่าในอดีตนั้นเซินเจิ้นไม่ใช่แค่หมู่บ้านชาวประมงเพียงอย่างเดียวค่ะ หากแต่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของจีนในสมัยของเติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีนในขณะนั้น ซึ่งเมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "การปฏิรูปและการเปิดประเทศ" เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของจีนหลังจากที่ซบเซากันมาหลายทศวรรษ โดยมีแผนการก็คือการสร้างเขตปิดเพื่อทดลองการปฏิรูปตลาด และแรงจูงใจด้านผลการดำเนินงานโดยที่ไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามหรือความเสี่ยงต่อระบบการเมืองและเศรษฐกิจที่จัดตั้งขึ้นในพื้นที่อื่น ๆ ของจีน โดยเซินเจิ้นก็ได้รับเกียรตินี้เนื่องจากอยู่ใกล้กับแหล่งทุน และอยู่ใกล้กับฮ่องกงซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการที่มีประสบการณ์ ผู้คนจำนวนมากจึงได้เริ่มอพยพมาจากเมืองอื่น ๆ ของจีนเพื่อใช้ประโยชน์จากความใกล้ชิดกับฮ่องกง นับตั้งแต่นั้นมาเซินเจิ้นก็เติบโตอย่างรวดเร็วและปัจจุบันก็ได้กลายเป็นเมืองที่คึกคัก โดยมีประชากรประมาณ 20 ล้านคน บ้านเมืองเต็มไปด้วยตึกระฟ้า บริษัทเทคโนโลยีและโรงงาน แต่ก็ยังมีพื้นที่สีเขียวและเมืองโบราณที่ยังคงรักษารากเหง้าดั้งเดิมของเมืองไว้ด้วยเช่นกัน
10 ที่เที่ยวเซินเจิ้น วิวสวย ช้อปเพลิน เดินสนุก
การมาทัวร์จีนที่เซินเจิ้นสามารถมากันได้ตลอดทั้งปี เพราะสภาพอากาศของที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปี ฤดูหนาวก็ไม่หนาวจัด และฤดูร้อนก็ไม่ร้อนจนเกินไป ทำให้เราสามารถวางแผนทัวร์จีนที่เซินเจิ้นกันได้ตามช่วงเวลาที่สะดวกกันเลยค่ะ ซึ่งเราก็ได้รวบรวม 10 ที่เที่ยวเซินเจิ้น ซึ่งเก็บได้ครบทั้งสายเที่ยว สายกิน สายชิล และสายช้อป มาฝากกันค่ะ
1. เมืองโบราณหนานโถว (Nantou Ancient Town)
ถึงแม้ว่าเซินเจิ้นจะดูเหมือนเมืองที่เพิ่งสร้างใหม่เมื่อ 40 ปีก่อน แต่เมืองโบราณหนานโถวคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าที่แห่งนี้มีอารยธรรมมาอย่างยาวนานนับพันปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ้น (ปี ค.ศ. 331) และเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของพื้นที่แถบนี้ ซึ่งครอบคลุมไปถึงฮ่องกงและมาเก๊าในปัจจุบัน เมืองโบราณหนานโถวได้รับฉายาว่า "รากเหง้าแห่งเซินเจิ้นและฮ่องกง" ที่ยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางตึกระฟ้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย ไฮไลต์ที่ต้องไปเช็คอินเมื่อมาทัวร์จีนที่นี่ คือ ประตูเมืองทิศใต้ กำแพงเมืองโบราณที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังก้าวข้ามประตูมิติจากโลกอนาคตไปสู่ยุคจีนโบราณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์หนานโถว ที่จัดแสดงโบราณวัตถุ และเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของเมืองจากหมู่บ้านประมงสู่มหานครสุดล้ำ ศาลเจ้ากวนอู สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ยังคงสืบทอดความศรัทธามานับพันปี และ If Factory โรงงานเก่าที่ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และจุดชมวิวแบบ Rooftop
2. หมู่บ้านฮากกาโบราณกันเคิง (Gankeng Hakka Town)
เป็นหมู่บ้านของชาวจีนแคะ (Hakka) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี ซึ่งได้ถูกนำมารีโนเวทใหม่จนกลายเป็น "Venice of Shenzhen" ภายใต้คอนเซปต์ "IP Town" โดยมีการสร้างคาแรกเตอร์การ์ตูน "Little Hakka" หรือเด็กน้อยหมวกสาน มาเป็นตัวแทนเพื่อเล่าเรื่องราววัฒนธรรมผ่านสื่อ AR และ VR สุดล้ำ หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหนึ่งในสิบหมู่บ้านโบราณที่สวยที่สุดในกวางตุ้ง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ "ฮากกา" ที่เป็นบ้านดินและหอคอยสูง โดยจุดที่ต้องแวะคือหอคอยทิศใต้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจหมู่บ้านแห่งนี้ ภายในหมู่บ้านมีบ้านพักอาศัยแบบจีนแคะโบราณ และ Phoenix Valley ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิง ที่ได้เคลื่อนย้ายกันมาทั้งหลังแล้วมาประกอบใหม่กันที่นี่ โดยแนะนำให้เช่าชุดฮั่นฝู (Hanfu) ชุดพื้นเมืองของชาวจีนแคะมาถ่ายรูปกันค่ะ บอกเลยว่าได้ฟีลเหมือนได้เข้าไปอยู่ในยุคจีนโบราณกันจริง ๆ
3. วินโดว์ออฟเดอะเวิลด์ (Window of the World)
มาทัวร์จีนแต่ได้เที่ยวรอบโลกภายในวันเดียวต้องมาที่นี่เลยค่ะ วินโดว์ออฟเดอะเวิลด์ (Window of the World) คือสวนธีมพาร์คชื่อดังของเซินเจิ้น ที่จะพาคุณไปเที่ยวรอบโลกได้ภายในวันเดียว ซึ่งที่นี่ก็ได้รวบรวมเอาแลนด์มาร์คจำลองกว่า 130 แห่งจากทุกทวีปทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น หอไอเฟล พีระมิด ทัชมาฮาล โคลอสเซียม และสถานที่สำคัญอื่นๆ ของโลกอีกมากมาย โดยได้มีการเก็บรายละเอียดของทั้งตัวสถาปัตยกรรม สถานที่และสิ่งแวดล้อมมาไว้ได้แบบเนียนกริบเลยค่ะ ซึ่งในช่วงกลางวันก็จะเหมาะกับการเดินชมแลนด์มาร์คและเก็บภาพสวย ๆ ส่วนในช่วงค่ำที่นี่จะมีการเปิดไฟประดับและการโชว์แสงสีเสียงสุดตระการตา อีกทั้งยังมีการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติและกิจกรรมสนุก ๆ ให้ร่วมสนุกกันได้ตลอดทั้งวัน เรียกได้ว่าถ้ามาเซินเจิ้นแล้วไม่ได้แวะมาที่นี่ ถือว่ายังมาไม่ถึงกันเลยค่ะ
4. วัดกวนตี้ (Guandi Temple)
เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ภายในเขตเมืองโบราณหนานโถว สถานที่แห่งนี้สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมดั้งเดิมของเซินเจิ้นออกมาได้อย่างชัดเจน สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้ากวนอู เทพแห่งความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และความยุติธรรม ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจีนมาอย่างยาวนาน ในปัจจุบันถ้าหากมาทัวร์จีนกันที่นี่ก็จะได้เห็นคนท้องถิ่นรวมไปถึงนักท่องเที่ยว ต่างก็แวะเวียนมาสักการะขอพรเรื่องการงาน ธุรกิจ และความสำเร็จกันที่วัดแห่งนี้ค่ะ ภายในวัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ ไม่ว่าจะเป็นหลังคากระเบื้องโค้ง งานแกะสลักไม้ และลวดลายมังกรที่วิจิตรงดงาม บรรยากาศภายในวัดมีความเงียบสงบ มีควันธูปที่ลอยแผ่วเบา และกลิ่นธูปจาง ๆ ที่อบอวลในอากาศ ผสานกับเสียงระฆังเบา ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศที่มีมนต์ขลังและย้อนยุคท่ามกลางมหานครไฮเทคได้เป็นอย่างดี
5. สแปลนดิดไชน่าโฟล์ควิลเลจ (Splendid China Folk Village)
สวนธีมพาร์ควัฒนธรรมขนาดใหญ่ของเซินเจิ้นที่พาคุณทัวร์จีนได้ภายในวันเดียว ทีนี่จะแบ่งออกเป็น 2 โซนหลักได้แก่ Splendid China ที่จะจำลองเอาสถานที่สำคัญระดับประเทศของจีน อย่างเช่น กำแพงเมืองจีน พระราชวังกู้กง ไปจนถึงทิวทัศน์ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่าง ๆ มาจำลองเอาไว้ในสัดส่วนย่ออย่างประณีต ส่วนอีกโซนคือ Folk Culture Village ที่จัดแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ประเพณี สถาปัตยกรรม ของชนเผ่าต่าง ๆ และชนกลุ่มน้อยกว่า 50 กลุ่มทั่วประเทศจีน โดยจะมีการแสดงพื้นเมือง การเต้นรำ การแสดงวัฒนธรรม ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นรอบ ๆ อยู่ตลอดทั้งวัน และในช่วงเย็นก็จะมีการแสดงแสงสีเสียงที่ยิ่งใหญ่ตระการตา บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนอันยิ่งใหญ่ ภายในบรรยากาศที่สวยงามร่มรื่น แอบกระซิบว่าที่นี่เต็มไปด้วยมุมถ่ายภาพสวย ๆ ทั้งนั้นค่ะ
6. ถนนคนเดินตงเหมิน (Dongmen Pedestrian Street)
สายช้อปที่มาทัวร์จีนต้องไม่พลาดที่นี่ค่ะ ถนนคนเดินตงเหมินในเซินเจิ้นนั้นเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อปอย่างแท้จริง ถนนเส้นนี้เป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่และคึกคักที่สุดของเมือง ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ และสินค้าแฟชั่นทั้งแบรนด์ดังและแบรนด์ท้องถิ่นให้เลือกมากมายหลากหลายระดับ ซึ่งสินค้าหลายร้านก็สามารถต่อรองได้ เพิ่มความสนุกในการช้อปมากขึ้นไปอีก บอกได้เลยว่าเดินช้อปกันเพลิน ๆ ได้หลายชั่วโมงแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ นอกจากนี้ถนนคนเดินตงเหมินยังขึ้นชื่อในเรื่องของสตรีทฟู้ดจีนรสเด็ด ไม่ว่าจะเป็นของเสียบไม้ทอดสไตล์จีน บะหมี่ ซาลาเปา เกี๊ยว ไปจนถึงชานมไข่มุก เรียกได้ว่าเดินช้อปกันได้ทั้งวัน พอหิวก็มีของให้กินกันได้ตลอดสองข้างทางเลยค่ะ โดยเฉพาะในช่วงเย็นบรรยากาศของที่นี่จะคึกคักเป็นอย่างมาก
7. สวนสนุกแฮปปี้วัลเลย์ เซินเจิ้น (Happy Valley Shenzhen)
เซินเจิ้นมีสวนสนุกอยู่หลายแห่ง แต่ที่สวนสนุกแห่งนี้คือจุดหมายปลายทางของคนที่รักเครื่องเล่นมันส์ ๆ ตื่นเต้นผจญภัยและหวาดเสียว ภายในสวนสนุกแบ่งออกเป็น 9 โซนในธีมที่แตกต่างกัน มีทั้งโซนผจญภัย โซนแฟนตาซี และโซนสำหรับเด็กที่เหมาะกับครอบครัว ไฮไลต์ของที่นี่คือรถไฟเหาะความเร็วสูง เครื่องเล่นสุดหวาดเสียวหลากหลายชนิด และสวนน้ำ Maya Water Park ที่เปิดให้บริการในช่วงหน้าร้อน โดยในระหว่างวันก็จะมีขบวนพาเหรด การแสดงสด และโชว์แสงสีเสียงที่จัดขึ้นเป็นรอบ ๆ ภายในสวนสนุกมีร้านอาหารและคาเฟ่ ให้แวะพักเติมพลังระหว่างวันกันได้ และถ้าอยากสนุกสนานมากขึ้นแนะนำให้มาที่สวนสนุกแห่งนี้ในช่วงเทศกาลสำคัญ อย่างเช่นฮาโลวีนหรือปีใหม่ค่ะ เพราะที่นี่จะมีการจัดธีมพิเศษและกิจกรรมสนุก ๆ ตามธีมเทศกาลที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น
8. สวนสัตว์ซาฟารีเซินเจิ้น (Shenzhen Safari Park)
อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากความทันสมัยของเมืองไฮเทค แล้วมาสัมผัสกับธรรมชาติและสัตว์โลกน่ารัก ต้องมาเที่ยวที่สวนสัตว์ซาฟารีเซินเจิ้นแห่งนี้กันค่ะ สวนสัตว์ขนาดใหญ่แห่งแรกของจีนที่เปิดให้ชมสัตว์ในรูปแบบกึ่งธรรมชาติ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ที่นี่ได้รวบรวมสัตว์นานาชนิดจากทั่วโลกกว่า 300 สายพันธุ์ มีทั้งแพนด้ายักษ์ เสือโคร่งขาว ยีราฟ ช้าง สิงโต และสัตว์หายากอีกหลายชนิด ภายในสวนสัตว์มีพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่น สามารถเดินเที่ยวได้สบาย ๆ โดยมีโซนจัดแสดงสัตว์แบบเปิดที่ออกแบบให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ไฮไลต์ของที่นี่คือโซนซาฟารีที่ให้เราสามารถนั่งรถชมสัตว์กันแบบใกล้ชิดสุด ๆ ค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปผจญภัยในทุ่งหญ้าแอฟริกากันเลยทีเดียว ซึ่งบางโซนก็เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารสัตว์ได้ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ
9. OH Bay (โอ้เบย์)
บอกเลยว่าที่นี่คือคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ริมน้ำสุดชิคของเซินเจิ้น ที่กำลังกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีน OH Bay ตั้งอยู่ในย่านเป่าอัน (Bao’an) ริมอ่าวเฉียนไห่ (Qianhai) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นที่มีเส้นสายโค้งมน และมีพื้นที่เปิดโล่งซึ่งออกแบบมาให้สามารถเดินเล่นรับลมทะเลได้แบบสบาย ๆ ดูแล้วได้ฟีลเหมือนเมืองแห่งอนาคตในภาพยนตร์กันเลยทีเดียว ภายในพื้นที่แห่งนี้ก็มีทั้งร้านอาหารนานาชาติ คาเฟ่ดีไซน์เก๋ บาร์ และสินค้าแบรนด์แฟชั่นทันสมัย บางช่วงยังมีงานอีเวนท์ ดนตรีสด และกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้พื้นที่แห่งนี้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ไฮไลต์ของที่นี่คือการชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนือผืนน้ำสุดโรแมนติค และแสงไฟที่สะท้อนผิวน้ำของอ่าวยามในค่ำคืนท่ามกลางตึกสูงระฟ้าของเมืองเซินเจิ้น
10. หลอวู ซิตี้ (Luohu Commercial City)
สายช้อปตัวจริงต้องมาที่นี่กันให้ได้ค่ะ แหล่งช้อปปิ้งใกล้ด่านฮ่องกงที่ขึ้นชื่อเรื่องของสินค้าหลากหลายและราคาที่ต่อรองได้ ใครเป็นเซียนต่อราคาต้องมาลองช้อปปิ้งที่นี่กันให้ได้สักครั้ง หลอวู ซิตี้ ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าเซินเจิ้น – ฮ่องกง ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งจีนและต่างชาติที่ต้องการมาเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ภายในอาคารหลายชั้นแห่งนี้อัดแน่นไปด้วยร้านตัดสูทแบบสั่งตัด เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา ของฝาก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย ต้องบอกว่าร้านตัดสูทคือไฮไลต์ของที่นี่เลยค่ะ เพราะสามารถวัดตัวตัดสูทและรอรับงานกันได้ภายใน 1-2 วันเท่านั้น เหมาะกับคนที่อยากได้สูทสวย ๆ พอดีตัวในราคาคุ้มค่า ด้านในยังมีร้านนวด สปา และร้านอาหารให้แวะพักผ่อนหลังจากเหนื่อยกับการช้อปปิ้งกันอีกด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักตลอดวัน โดยเฉพาะช่วงเย็นและวันหยุดที่คนจะเยอะเป็นพิเศษ
การมาทัวร์จีนที่เซินเจิ้นไม่ใช่แค่การไปเที่ยวต่างประเทศธรรมดา หากแต่คือการไปดูเมืองแห่งอนาคตอย่างแท้จริง ท่ามกลางตึกระฟ้าสมัยใหม่ในเซินเจิ้น เป็นเรื่องปกติที่เราจะสามารถเห็นหุ่นยนต์ส่งอาหารเดินตามฟุตบาท หรือเห็นระบบขนส่งที่ทันสมัยไปได้ทุกที่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถเดินเข้าไปในหมู่บ้านโบราณ ดูสถาปัตยกรรมเก่าแก่ นั่งจิบชาร้อน ๆ เข้าวัดที่เงียบสงบ เพื่อสัมผัสกับรากเหง้าของเมืองและฟังเรื่องราวในอดีตได้อย่างไม่น่าเชื่อ เซินเจิ้นจึงเป็นเมืองที่ทำให้เราได้รู้ว่า การนำมาซึ่งนวัตกรรมล้ำยุคนั้นไม่จำเป็นต้องทำลายอดีตแต่อย่างใด แต่สามารถนำมาผสมผสานให้กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาเยือนได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ