จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou)
อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ที่สามาถเดินทางจากเฉิงตูได้ เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สวยงามราวกับดินแดนในเทพนิยาย โดดเด่นด้วยทะเลสาบสีฟ้าครามและสีเขียวมรกต น้ำตกหลายชั้น หมู่บ้านทิเบตแท้ ๆ และยอดเขาสูงตระหง่านที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทำให้ที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1992 และเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน การเดินทางมาจิ่วจ้ายโกวในฤดูกาลต่าง ๆ จะทำให้เราได้สัมผัสกับสีสันที่หลากหลายของป่า รวมไปถึงน้ำในทะเลสาบที่มีสีสันสวยงามและใสมากจนมองเห็นพื้นด้านล่างได้ในระดับความลึกมาก
ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan)
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งสามารถเดินทางจากเมืองเฉิงตูได้ค่ะ โดยอยู่ห่างจากเฉิงตูประมาณ 220 กิโลเมตร ภูเขาสี่ดรุณี หรือ “ซื่อกูเหนียงซาน” ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ที่มีทิวทัศน์สวยงามจนได้รับฉายาว่า "แอลป์แห่งตะวันออก" ไฮไลต์หลักคือยอดเขา 4 ยอดที่เรียงตัวกันเป็นตัวแทนของเทพธิดาทั้ง 4 ยอดเขาสูงสุดคือเหยาเหม่ยเฟิง ที่มีความสูงจาก 6,250 เมตรจากน้ำทะเล รองลงมาคือซานกูเหนียงเฟิง เอ้อกูเหนียงเฟิง และต้ากูเหนียงเฟิง ด้วยทิวทัศน์ของยอดเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปีและธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ยอดฮิตที่มักจะใส่อยู่ในโปรแกรมทัวร์เฉิงตูกันค่ะ
ทะเลสาบเตี๋ยซี (Diexi Lake)
เป็นทะเลสาบที่อยู่ระหว่างเส้นทางจากเฉิงตูไปจิ่วจ้ายโกว ที่นี่จึงเป็นจุดพักรถยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต้องแวะลงมาถ่ายรูปกันค่ะ จุดเด่นของที่นี่คือตัวจามรีขนสีขาวสะอาดที่ชาวบ้านนำมาให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปคู่ โดยมีฉากหลังเป็นผืนน้ำสีน้ำเงินเทอร์ควอยซ์ที่นิ่งสงบ ทะลเสาบแห่งนี้เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 7.5 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1933 แรงสั่นสะเทือนทำให้ภูเขาถล่มลงมาปิดกั้นทางเดินของแม่น้ำหมิ่นเจียง (Min River) จนทำให้เมืองเตี๋ยซีจมบาดาลในเวลาเพียงไม่กี่นาที ด้วยความลึกและความเข้มข้นของแร่ธาตุจึงทำให้ทะเลสาบมีสีเขียวอมฟ้าที่สวยงามมาก ในช่วงที่น้ำลดหรือตรงที่น้ำใสมาก ๆ อาจพอมองเห็นซากปรักหักพังของกำแพงเมืองโบราณที่อยู่ใต้น้ำได้ด้วยค่ะ
เขื่อนตูเจียงเอี้ยน (Dujiangyan Irrigation Project)
ที่นี่คือระบบชลประทานที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งยังใช้งานอยู่ในปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน ในสมัยราชวงศ์ฉิน ความพิเศษของเขื่อนแห่งนี้คือไม่ได้สร้างกำแพงกั้นน้ำแบบเขื่อนทั่วไป แต่อาศัยการออกแบบทางวิศวกรรมอันชาญฉลาดในการควบคุมและกระจายน้ำจากแม่น้ำหมิ่นเจียง จึงสามารถป้องกันน้ำท่วมและส่งน้ำไปยังพื้นที่เกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมาจนทุกวันนี้ ส่งผลให้ที่ราบเฉิงตูกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของจีน และปัจจุบันยังเป็นสถานที่ทัวร์เฉิงตูยอดนิยม มีสะพานแขวน วัดโบราณ และเส้นทางเดินชมวิวใกล้ชิดธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติปี้ผิงโกว (Bipenggou National Nature Reserve)
อุทยานแห่งชาติปี้ผิงโกวในมณฑลเสฉวน อยู่ห่างจากเมืองเฉิงตูไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 220 กิโลเมตร พื้นที่ท่องเที่ยวหลักครอบคลุมพื้นที่ 613 ตารางเมตร มีทัศนียภาพแบบเทือกเขาแอลป์ที่งดงาม ที่มีทั้งป่าดิบชื้น ทะเลสาบบนที่ราบสูง ธารน้ำแข็งโบราณ ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ลำธารใส น้ำตก ทุ่งหญ้าธรรมชาติ ตลอดจนสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวทิเบตและชาวฉางในท้องถิ่น จึงได้รับการยกย่องให้เป็นพื้นที่ทัศนียภาพระดับ AAAA ของจีน โดยสามารถเดินทางท่องเที่ยวในหุบเขาปี้ผิงโกวได้ตลอดทั้งปี และจะได้เห็นทิวทัศน์ที่งดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
อุทยานแห่งชาติหวงหลง (Huanglong Scenic Valley)
หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงามที่สุดของมณฑลเสฉวน ตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานจิ่วจ้ายโกว ห่างจากเฉิงตูประมาณ 370 กิโลเมตร ที่นี่มีมีชื่อเสียงในด้านทะเลสาบและสระน้ำหินปูนหลากสีสัน ในหุบเขาลึกที่คดเคี้ยวท่ามกลางภูเขาหิมะอันงดงาม และป่าดิบชื้นอันเงียบสงบ ที่งดงามจนทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสวรรค์บนดินกันเลยค่ะ หุบเขาหวงหลงเป็นหุบเขาลาดชันไม่มากนัก มีความยาว 7.5 กิโลเมตร กว้าง 1.5 กิโลเมตร ภายในหุบเขามีหินปูนสีเหลืองขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายมังกรเหลือง จึงเป็นที่มาของชื่อหวงหลงหรือมังกรเหลือง ทิวทัศน์ที่โดดเด่นที่สุดในหุบเขา ได้แก่หน้าผาหินปูน น้ำตก สระน้ำสีสันสดใส และถ้ำที่สวยงาม
ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า (Giant Panda Breeding Research Base)
เป็นสถาบันเพาะพันธุ์และวิจัยที่มีภารกิจหลักคือ ปกป้องและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์ แพนด้าแดง และสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อื่น ๆ ที่เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของจีน ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเฉิงตู 10 กิโลเมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากนิยมแวะเวียนมาที่นี่เมื่อมาทัวร์เฉิงตูกันค่ะ ศูนย์แห่งนี้แบ่งออกเป็นสองโซน คือ โซนเก่าและโซนใหม่ โดยแพนด้าที่ดัง ๆ หน่อยเค้าจะอยู่ในโซนเก่ากันค่ะ ส่วนพวกแพนด้าทั่ว ๆ ไปก็จะอยู่ที่โซนใหม่กัน พื้นที่ภายในศูนย์นั้นกว้างขวางมาก สัตว์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกขังอยู่ในกรง แต่ถูกเลี้ยงไว้ในพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ถ้าอยากไปเจอกับน้องแพนด้าแนะนำให้มากันแต่เช้าหน่อยค่ะ เพราะแพนด้าจะออกหากินมากที่สุดในช่วงเช้านั่นเอง
พิพิธภัณฑ์เฉิงตู (Chengdu Museum)
ในส่วนนี้จะหมายถึงอาคารพิพิธภัณฑ์เฉิงตูแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 2016 ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สุดในเฉิงตู ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจัตุรัสเทียนฟู่ใจกลางเมืองเฉิงตู มีผลงานจัดแสดงเกือบ 2000,000 ชิ้น ที่ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ยุคหินใหม่จนถึงยุคสาธารณรัฐจีน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์หุ่นกระบอกและหุ่นเงาของจีน ที่ถือว่าเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดของพิพิธภัณฑ์เฉิงตูบนชั้น 5 นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการชั่วคราวที่จัดขึ้นเป็นระยะ ๆ ในห้องจัดแสดงนิทรรศการพิเศษชั้น 1 หรือห้องจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราวชั้น 3 ที่ได้มีการจัดร่วมกับพิพิธภัณฑ์อื่น บุคคล หรือองค์กรจากทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย
สะพานอันชุน (Anshun Bridge)
สะพานอันซุน แปลตรงตัวว่า "สะพานแห่งสันติสุขและความเจริญรุ่งเรือง" ตั้งอยู่ข้างศาลาเหอเจียงริมแม่น้ำฟู่หนาน (แม่น้ำจิน) การก่อสร้างดั้งเดิมของสะพานแห่งนี้สามารถสืบย้อนไปได้ถึงปี ค.ศ. 1746 ในสมัยราชวงศ์หยวน สะพานแห่งนี้เคยเสียหายจากการถูกน้ำท่วมอยู่หลายครั้ง และได้รับการบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 2003 ในสถาปัตยกรรมแบบโบราณของสมัยราชวงศ์หมิงและชิง ปัจจุบันเป็นสถานที่ทัวร์เฉิงตูยอดนิยม ซึ่งผู้คนมักจะมาถ่ายภาพทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันน่าจดจำของสะพานโบราณ ที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางอาคารสมัยใหม่ของเมือง นอกจากนี้บนสะพานยังมีร้านอาหารหรู บริเวณรอบ ๆ ก็เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านน้ำชา และสถานบันเทิงมากมาย
พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)
ที่นี่ห่างจากเฉิงตูประมาณ 162 กิโลเมตร เป็นรูปปั้นพระพุทธรูปหินที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในโลก มีความสูง 71 เมตร ใบหูขนาดใหญ่แต่ละข้างยาวเจ็ดเมตร แกะสลักจากหน้าผาหินทรายสีแดง สร้างขึ้นระหว่างปี 713 ถึง 803 ในสมัยราชวงศ์ถังเพื่อปกป้องอุบัติเหตุทางเรือจากสายน้ำที่เชี่ยวกราก โดยตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำหมิ่นเจียง แม่น้ำชิงอี และแม่น้ำต้าตู้ องค์พระพุทธรูปนั่งหันหน้าไปทางภูเขาเอ๋อเหมยโดยมีแม่น้ำไหลอยู่เบื้องล่าง มีท่าทางและสีหน้าที่สงบนิ่งสมมาตรงดงาม มีมวยผม 1,021 มวยฝังอยู่ในศีรษะซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาอย่างประณีต โดยได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับภูเขาเอ๋อเหมย
วัดต้าสือ (Daci Temple)
วัดต้าสือ หรือ วัดต้าฉือ เป็นวัดพุทธนิกายมหายานที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 1,600 ปี โดยเป็นวัดที่พระภิกษุที่มีชื่อเสียงอย่างพระถังซำจั๋ง เคยได้มาศึกษาพระธรรมและได้อุปสมบทเป็นภิกษุอย่างเป็นทางการ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเฉิงตู ด้านนอกวัดมีผนังหินขนาดใหญ่ที่สลักตัวอักษรจีนสีทอง 3 ตัว ได้แก่ 福 (โชคลาภ), 禄 (ความสำเร็จ), และ 寿 (สุขภาพ) ซึ่งเป็นตัวแทนของความปรารถนาหลัก 3 อย่างในชีวิต ทำให้ผู้คนที่มาทัวร์เฉิงตูกันที่วัดแห่งนี้ มักจะเอื้อมมือไปสัมผัสตัวอักษรตามความปรารถนาที่ต้องการ โดยเชื่อกันว่าจะได้รับพรและสมหวังดังความหมายของตัวอักษรค่ะ
วัดเหวินซู (Wenshu Monastery)
เป็นวัดที่สำคัญที่สุดในบรรดาวัดสำคัญสี่แห่งในบริเวณตอนกลางและตอนล่างของแม่น้ำแยงซี นอกจากนี้ยังเป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในเฉิงตูอีกด้วย วัดเหวินซูสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์สุ่ย ในระหว่างปี ค.ศ. 605-617 มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาและเป็นวัดพุทธซึ่งยังคงใช้งานอยู่ มีโบราณวัตถุและสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่ามากมาย นอกจากนี้โรงน้ำชาภายในวัดเหวินซู่ก็มีชื่อเสียงอย่างมากค่ะ นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เฉิงตูต่างก็ชอบมาเรียนรู้และชื่นชมวัฒนธรรมการชงชา พร้อมสัมผัสถึงวิถีชีวิตท้องถิ่นและแก่นแท้ของพุทธศาสนากันที่นี่
ถนนโบราณจินหลี่ (Jinli Ancient Street)
ถนนจินหลี่ หรือถนนคนเดินจินหลี่ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ถนนสายแรกของอาณาจักรฉู่” และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นทิวทัศน์ริมแม่น้ำในเทศกาลชิงหมิงของเฉิงตูอีกด้วย ถนนสายนี้จะพาเราย้อนเวลาไปไปสู่ยุคสามก๊กเมื่อกว่า 1,800 ปีก่อน ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบเสฉวนตะวันตกในสมัยราชวงศ์ชิง ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมยุคสามก๊กและวัฒนธรรมพื้นบ้านของเฉิงตู ถนนจินหลี่มีการจัดแสดงพื้นบ้านต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ และเป็นถนนขายอาหารขึ้นชื่อในเฉิงตู นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เฉิงตูสามารถลิ้มลองอาหารและขนมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเฉิงตูกันได้ที่นี่ค่ะ
ถนนคนเดินชุนซีลู่ (Chunxi Road Pedestrian Street)
เป็นถนนการค้าที่คึกคักที่สุดในภาคกลางและภาคตะวันตกของจีนกันเลยค่ะ ที่นี่คือสวรรค์ของนักช้อปอย่างแท้จริง มีร้านค้าหลากหลายประเภทกว่า 700 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า เครื่องประดับ และอื่น ๆ อีกมากมาย มีตั้งแต่ร้านค้าแบรนด์หรูไปจนถึงร้านค้าราคาถูกที่สามารถต่อรองราคาได้ รวมถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้าหวังฟู่จิง, IFS, ศูนย์การค้าอิเซตัน, ชิโคนีพลาซ่า และร้านเก่าแก่อย่างร้านขายนาฬิกาเหิงเต๋อ ร้านแว่นตาจิงยี่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมงานศิลปะและหัตถกรรมเฉิงตู และที่ห้ามพลาดคือการลิ้มลองพวกของกินเล่นและอาหารขึ้นชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ของเฉิงตู ซึ่งมีอยู่เต็มไปหมดบนถนนสายนี้
ตรอกควานจ๋าย (Kuan Zhai Alley)
หรือที่เรียกว่าตรอกกว้างและแคบ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเฉิงตูประกอบด้วยตรอกกวน (ตรอกกว้าง) ตรอกไจ้ (ตรอกแคบ) และตรอกจิ้ง (ตรอกบ่อน้ำ) ซึ่งถนนทั้งสามสายนี้มีอาคารบ้านเรือนดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากความวุ่นวายของสงครามในสมัยราชวงศ์ชิง ด้วยอาคารสไตล์ราชวงศ์ชิงโบราณ อันงดงาม อาหารว่างพื้นเมืองของเฉิงตู และวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวเฉิงตูในอดีต ล้วนดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านให้มาทัวร์เฉิงตูกันที่นี่ค่ะ นอกจากนี้ยังมีบาร์ทันสมัยที่และร้านอาหารหลากหลายประเภท ทำให้ตรอกกวนไจ้เป็นสถานที่ซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมและชีวิตสมัยใหม่เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว