1. ทะเลสาบเตียนฉี (Dianchi Lake)
ทะเลสาบเตียนฉี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองคุนหมิงเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนานและใหญ่เป็นอันดับ 6ของประเทศจีน มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,886 เมตร มีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยว โอบล้อมด้วยยอดเขาหลายแห่งจึงให้ทิวทัศน์ที่งดงามราวกับภาพวาดจนได้รับฉายาว่าเป็นไข่มุกแห่งที่ราบสูง ทะเลสาบแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่ผูกพันกับชาวคุนหมิงมาอย่างช้านาน โดยเป็นแหล่งอารยธรรมเตียนที่รุ่งเรืองในอดีต โดดเด่นด้วยสีของน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปตามเมฆและแสงแดดในแต่ละวัน และในฤดูหนาวทะเลสาบเตียนฉีจะมีกองทัพนกนางนวลไซบีเรีย ที่อพยพหนีหนาวมาอาศัยอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมของทุกปี ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มากันในช่วงนี้สามารถให้อาหารนกนางนวลกันได้ด้วยค่ะ
2. ป่าหิน (Stone Forest หรือ Shilin National Park)
ป่าหินแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างคือป่าหินงามซื่อหลิน (Shilin Stone Forest) บริเวณนี้เต็มไปด้วยแท่งหินปูนขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมมาเป็นเวลาหลายล้านปี เป็นพื้นที่ทางธรณีวิทยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หินปูนเหล่านี้มีรูปร่างที่หลากหลายเมื่อมองโดยรวมจึงดูคล้ายกับป่าที่ถูกสร้างขึ้นมาจากหิน พื้นที่ในอุทยานนั้นกว้างขวางมาก มีทางแยกให้เลือกชมกว่า 400 เส้นทาง โดยมีโซนหลัก ๆ คือ ป่าหินใหญ่ (Major Stone Forest) และป่าหินน้อย (Minor Stone Forest) จุดเช็คอินที่ห้ามพลาดคือ หินอาซือม่า ที่มีรูปร่างคล้ายหญิงสาวชาวเผ่าอี๋สะพายตะกร้า ตลอดเส้นทางการเดินเที่ยวก็จะมีทั้งการแสดงดนตรี การละเล่นพื้นเมือง รวมไปถึงบริการเช่าชุดเผ่าพื้นเมืองไว้สำหรับถ่ายภาพสวย ๆ ท่ามกลางป่าหินอันงดงาม
3. ถ้ำจิ่วเซียง (Jiuxiang Scenic Area)
มาคุนหมิงทั้งทีต้องไม่พลาดที่นี่ค่ะ ถ้ำจิ่วเซียงหรือที่รู้จักกันในชื่อเขตทัศนียภาพจิ่วเซียง เป็นอุทยานที่มีชื่อเสียงเรื่องถ้ำคาร์สต์ (Karst Cave) ที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในจีน จนมีคำกล่าวเมื่อมาคุนหมิงว่า "บนดินดูป่าหิน ใต้ดินดูจิ่วเซียง" กันเลยค่ะ โดยเป็นระบบกลุ่มถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีถ้ำหินปูนมากกว่า 100 แห่ง ลักษณะของถ้ำมีความหลากหลายมาก ไฮไลท์ของที่นี่คือการนั่งเรือชมทิวทัศน์ในหุบเขา เยือนหอสิงโตใหญ่ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Myth ชมหินงอกหินย้อยที่งดงามตระการตาในพระราชวังนางฟ้า ไฮไลต์ที่สวยที่สุดคือน้ำตกคู่ (Twin Waterfalls) ที่ไหลลงมาบรรจบกันในโถงถ้ำ พร้อมสัมผัสความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของนาขั้นบันไดหินที่ทุ่งนางฟ้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ
4. ภูเขาซีซาน (Xishan Mountain)
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามของทะเลสาบเตียนฉี ภูเขาแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีทั้งวัดพุทธและศาลเจ้าในลัทธิเต๋า ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สำคัญที่สุดของเมืองคุนหมิงมาตั้งแต่อดีต ล้อมรอบไปด้วยวัดและสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ ไฮไลท์ของที่นี่คือการลอดประตูมังกร (Longmen) ซึ่งเป็นงานแกะสลักหน้าผาหินในสมัยราชวงศ์ชิงที่ประณีตและยากลำบาก โดยใช้ช่างฝีมือในการก่อสร้างยาวนานถึง 72 ปี เพื่อแกะสลักบันได ทางเดิน และศาลเจ้าเอาไว้บนหน้าผาสูงชัน เชื่อกันว่าใครที่ได้ลอดประตูมังกรแห่งนี้จะประสบความสำเร็จและมีโชคลาภ และเมื่อไปถึงบนยอดเขาเราก็จะได้พบกับทัศนียภาพแบบพาโนรามาของทะเลสาบเตียนฉีและตัวเมืองคุนหมิงทั้งหมดค่ะ
5. ภูเขาหิมะเจี้ยวจื่อ (Jiaozi Snow Mountain)
ที่นี่เป็นภูเขาหิมะที่อยู่ใกล้ตัวเมืองคุนหมิงมากที่สุด มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,223 เมตร ชื่อของภูเขาแปลว่าเกี้ยว เนื่องจากยอดเขาหลักมีรูปร่างคล้ายเกี้ยวเจ้าสาวของจีนโบราณนั่นเองค่ะ การขึ้นไปบนยอดเขามีทั้งกระเช้าและทางเดินไม้ที่สะดวกสบาย เป็นจุดยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนเพื่อสัมผัสกับความหนาวเย็นและธรรมชาติแบบอัลไพน์โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปเมืองไกล ๆ เสน่ห์ของเจี้ยวจื่อนั้นจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ในช่วงฤดูหนาวยอดเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน มีน้ำตกน้ำแข็งที่แข็งตัวเป็นแท่งระย้าสวยงาม ในฤดูใบไม้ผลิจะเป็นช่วงที่ดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron) บานสะพรั่งไปทั่วทั้งภูเขา ในขณะที่ฤดูฝนก็จะสามารถมองเห็นทะเลหมอกและน้ำตกที่มีกระแสน้ำไหลแรงที่เต็มไปด้วยพลังของธรรมชาติ
6. วัดทอง (Golden Temple หรือ Jindian)
วัดทองจินเตี้ยนหรือที่เรียกกันว่าตำหนักทองจินเตี้ยน ตั้งอยู่ที่ภูเขาหมิงฟ่งซานทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของคุนหมิง สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1602) เพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าจื่อเวยตามความเชื่อของลัทธิเต๋า และได้รับบูรณะโดยอู๋ซานกุ้ยแม่ทัพผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์จีนในสมัยราชวงศ์ชิง ไฮไลท์ของที่นี่คือตำหนักจินเเตี้ยน ที่สร้างด้วยทองเหลืองบริสุทธิ์น้ำหนักกว่า 250 ตันทั้งหลัง ทำให้เป็นวัดที่สร้างจากทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีหอระฆังโบราณที่มีระฆังยักษ์หนัก 14 ตัน และสวนดอกคามิลเลีย (Camellia) นับพันต้นที่จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ก็ยังมีกระบี่เจ็ดดาวน้ำหนัก 12 กิโลกรัม และดาบกายสิทธ์น้ำหนัก 20 กิโลกรัมของแม่ทัพอู๋ซานกุ้ยเก็บรักษาไว้ที่นี่ด้วย
7. วัดหยวนทง (Yuantong Temple)
วัดพุทธเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดที่ต้องมาเยือนเมื่อมาทัวร์คุนหมิงสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยอาณาจักรน่านเจ้าแห่งราชวงศ์ถังช่วงศตวรรษที่ 8จากนั้นก็ได้มีการขยายปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง มาจนถึงราชวงศ์ชิง ทำให้ความโดดเด่นของวัดนี้คือสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะของหลายยุคสมัย และยังเป็นศูนย์รวมของพุทธศาสนา 3 นิกาย ได้แก่ มหายาน (จีน), หินยาน (ไทย/พม่า) และวัชรยาน (ทิเบต) โดยในปัจจุบันยังใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญทางศาสนาต่าง ๆ ภายในบริเวณวัดมีการออกแบบย้อนศรจากปกติที่จะสร้างขึ้นสู่ที่สูง แต่ที่นี่จากซุ้มประตูทางเข้าจะค่อย ๆ ลาดลงไปสู่ศาลาแปดเหลี่ยมซึ่งตั้งอยู่กลางสระน้ำมรกต ภายในศาลาเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจ้าแม่กวนอิมพันมือ ซึ่งผู้คนนิยมมาสักการะขอพรในด้านความรัก การมีบุตร และสุขภาพ
8. ดินแดนสีแดงตงชวน (Dongchuan Red Land)
ที่ราบสูงซึ่งมีดินที่อุดมไปด้วยแร่เหล็กและอลูมิเนียม เมื่อทำปฏิกิริยากับอากาศจึงเกิดการออกซิเดชันทำให้ดินกลายเป็นสีแดงที่ตัดกับพืชพรรณหลากสีตามฤดูกาล ทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่า "จานสีของพระเจ้า" ซึ่งงดงามจนกลายเป็นจุดหมายปลายทางการทัวร์จีนของช่างภาพจากทั่วโลกกันเลยค่ะ จุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาดคือเล่อเซี่ยกัว (Lexiaguo) ที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางแปลงเกษตรสีรุ้งบนเนินเขาที่คดเคี้ยว ต่าหม่าคั่น (Damakan) จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด และชีไฉ่พัว(Seven-Color Slope) จุดที่สีของดินมีความแตกต่างกันมากถึง 7 เฉดสี ทัศนียภาพของที่นี่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือเดือนกันยายน-ธันวาคม และพฤษภาคม-มิถุนายน โดยเฉพาะหลังฝนตกใหม่ ๆ สีของดินจะแดงเข้มจัดสวยงามเป็นพิเศษค่ะ
9. สวนพฤกษศาสตร์คุนหมิง (Kunming Botanical Garden)
สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1938 ภายใต้การดูแลของสถาบันพฤกษศาสตร์แห่งประเทศจีน (CAS) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองคุนหมิง ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมและวิจัยพันธุ์พืชจากทั่วโลก โดยเฉพาะพืชหายากในเขตที่ราบสูงยูนนานและเทือกเขาหิมาลัย ภายในมีพื้นที่กว้างขวางและแบ่งโซนการจัดแสดงเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน จุดเช็คอินที่ห้ามพลาดคือ Maple Avenue หรือถนนสายเมเปิลที่ทอดยาวนับกิโลเมตร โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่ใบเมเปิลจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงสดใส กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่สุดแสนโรแมนติค นอกจากนี้ก็ยังมีโซนสวนสมุนไพร สวนกุหลาบพันปี และเรือนกระจกที่จัดแสดงพืชพรรณเขตร้อนและพืชอวบน้ำ ให้บรรยากาศเหมือนป่าใหญ่อันร่มรื่นที่อยู่ในเมือง เป็นสถานที่ทัวร์คุนหมิงที่ทั้งดีต่อใจและดีต่อปอดกันเลยค่ะ
10. หมู่บ้านชาติพันธุ์ยูนนาน (Yunnan Nationalities Village)
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเตียนฉี ซึ่งได้รวบรวมหมู่บ้านจำลองของ 26 ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในมณฑลยูนนานเอาไว้ในที่เดียว เพื่อเป็นการอนุรักษ์และถ่ายทอดวัฒนธรรม ประเพณี และสถาปัตยกรรมที่หลากหลายของยูนนานให้ชาวโลกได้รู้จัก ภายในแบ่งออกเป็นโซนของหมู่บ้านแต่ละเผ่า เช่น หมู่บ้านเผ่าไท (Dai Village) ที่มีวัดและเจดีย์ทรงพม่า หมู่บ้านเผ่าไป๋ (Bai Village) ที่โดดเด่นด้วยบ้านสีขาวลวดลายประณีต และหมู่บ้านเผ่าอี๋ (Yi Village) ที่มีเสาโทเท็มแกะสลักอันสวยงาม โดยในแต่ละวันจะมีการแสดงระบำพื้นเมืองของชนเผ่า การจำลองพิธีกรรมทางศาสนา และงานเทศกาลต่าง ๆ เช่น เทศกาลสาดน้ำ (สงกรานต์เผ่าไท) หรือเทศกาลคบไฟให้ได้ชมกันด้วยค่ะ นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนกันที่นี่สามารถเช่าชุดประจำชาติของเผ่าพื้นเมืองแล้วเดินถ่ายรูปสวย ๆ กันได้ทั่วหมู่บ้าน
11. พิพิธภัณฑ์มณฑลยูนนาน (Yunnan Provincial Museum)
เป็นพิพิธภัณฑ์ระดับมณฑลที่ใหญ่ที่สุดในยูนนาน ตั้งอยู่ในเขตเมืองใหม่ (Guandu District) ของคุนหนิง ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสีแดงอิฐและทรงเหลี่ยมซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าผาดินแดงตงชวนภายในมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุจัดแสดงมากกว่า 200,000 ชิ้น แบ่งตามยุคสมัยตั้งแต่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์และมนุษย์โบราณหยวนโหมว ไปจนถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรน่านเจ้าและอาณาจักรต้าหลี่ ไฮไลท์คือเครื่องเงินและทองคำที่งดงามประณีต รวมไปถึงโบราณวัตถุสำริดที่ถูกขุดพบในทะเลสาบเตียนฉี นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงวิถีชีวิตของชนเผ่าอย่างละเอียดผ่านหุ่นจำลองและข้าวของเครื่องใช้จริงกันอีกด้วยค่ะ เหมาะสำหรับการทัวร์จีนที่คุนหมิงในวันฝนตกหรืออยากมาเดินสบาย ๆ เรียนรู้ประวัติศาสตร์กันค่ะ
12. สวนไห่เกิ่งและหมู่บ้านชาวประมงไท่หลี่ (Haigeng Park & Tai Li Village)
สถานที่ทัวร์จีนในคุนหมิงซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของคนพื้นที่และนักท่องเที่ยว เหมาะสำหรับการมาเดินเล่น รับลมชมวิว และทำกิจกรรมครอบครัว โดยสวนไห่เกิ่งนั้นเป็นสวนสาธารณะริมทะเลสาบเตียนฉีที่ทอดยาวกว่า 2.5 กิโลเมตร ในขณะที่หมู่บ้านไท่หลี่คือหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ติดกันค่ะ ในช่วงฤดูหนาวสวนไห่เกิ่งคือจุดที่นกนางนวลไซบีเรียอพยพจะบินมาใกล้ชิดกับคนมากที่สุด เราสามารถซื้อขนมปังมาถือเอาไว้ในมือแล้วให้นกบินมาโฉบไปจากมือกันได้เลย ในขณะที่หมู่บ้านไท่หลี่ก็ยังคงเสน่ห์บ้านเรือนแบบเก่าที่มีเอกลักษณ์ ให้เราได้ลองแวะชิมอาหารที่ปรุงจากปลาในทะเลสาบสด ๆ และร้านขายของที่ระลึกของชาวบ้าน โดยการเดินเล่นแนะนำให้เดินจากสวนไห่เกิ่งเลาะริมเขื่อนไปจนถึงเขตหมู่บ้านไท่หลี่
13. สวนน้ำตกคุนหมิง (Kunming Waterfall Park)
น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองคุนหมิง เกิดจากโครงการวิศวกรรมชลประทานขนาดมหึมา ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อใช้ผันน้ำจากแม่น้ำหนิวหลานมาเติมให้กับทะเลสาบเตียนฉีเพื่อบำบัดน้ำเสีย เปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2016 และกลายเป็นแลนด์มาร์คทัวร์จีนแห่งใหม่ของคุนหมิงทันทีค่ะ โดยได้รับการบันทึกว่าเป็นน้ำตกเทียมที่กว้างที่สุดในเอเชีย มีความกว้างถึง 400 เมตร และสูงประมาณ 12.5 เมตร ซึ่งเสียงน้ำตกที่ตกลงมาดังสนั่นนั้นให้ความรู้สึกที่สดชื่นมาก ไฮไลท์ของที่นี่คือทางเดินใต้ตัวน้ำตกที่เราสามารถเดินเข้าไปสัมผัสม่านน้ำได้อย่างใกล้ชิด บริเวณรอบ ๆ น้ำตกจัดเป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ มีสะพานข้ามแม่น้ำที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม และในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟประดับที่งดงามไปอีกแบบ
14. ถนนคนเดินหนานผิง (Nanping Street)
ย่านการค้าและความบันเทิงของเมืองคุนหมิงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นถนนคนเดินที่ทันสมัยที่สุดในคุนหมิงตั้งอยู่บริเวณสี่แยกม้าทองและไก่หยก (Jinma Biji) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมืองกันเลยค่ะ เป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกและสินค้าแบรนด์ดังของจีน รวมไปถึงร้านค้าท้องถิ่น คาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านชานมชื่อดัง ถนนสายนี้มีความยาว 685 เมตร ปูด้วยหินกรวดสีเทาขนาดเล็กรูปทรงสี่เหลี่ยม มีเสาขนาดใหญ่สี่ต้นที่มีคำคมของปราชญ์สลักอยู่บนเสาตั้งตระหง่านอยู่ริมถนน ไฮไลท์ของย่านนี้คือซุ้มประตูม้าทอง (Golden Horse Archway) และซุ้มประตูไก่หยก (Jade Rooster Archway) ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถนนคนเดิน เป็นจุดถ่ายรูปที่มาทัวร์จีนคุนหมิงห้ามพลาดค่ะ
15. ถนนคนเดินหนานเฉียง (Nanqiang Street)
เป็นถนนซึ่งตั้งอยู่ถัดจากถนนหนานผิงเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น แต่บรรยากาศจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยถนนหนานเฉียงนั้นเป็นตรอกเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์อาคารไม้โบราณ และตึกสไตล์ยุโรปสมัยสาธารณรัฐไว้ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันถูกเปลี่ยนให้เป็นถนนคนเดินที่เน้นแนวไลฟ์สไตล์ อาหารสตรีทฟู้ด และงานอาร์ต เรียกได้ว่าถนนเส้นนี้คือศูนย์รวมสตรีทฟู้ดที่คึกคักที่สุดในยามค่ำคืนของคุนหมิงเลยค่ะ มีตั้งแต่เต้าหู้เหม็นย่างหม่าล่า เนื้อย่างเสียบไม้ ขนมน้ำแข็งใสจีน ไปจนถึงบาร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกเก่า แนะนำให้มาช่วงหลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไปจะคึกคักที่สุด บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดและแสงไฟนีออนที่ให้ภาพแนววินเทจ เป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ของคุนหมิง เหมาะสำหรับสายกินและสายดื่มที่อยากสัมผัส Nightlife แบบท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
คุนหมิงหรือนครแห่งฤดูใบไม้ผลิแห่งนี้ เป็นจุดหมายปลายทางการทัวร์จีนที่รวบรวมทั้งความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรมความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ วัดวาอารามและพิพิธภัณฑ์ ถนนคนเดินและย่านชุมชนที่เผยให้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่น่าหลงใหล ไปจนถึงเมืองที่คึกคักมีชีวิตชีวาเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบในที่เดียว ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าคุนหมิงคือเมืองที่เที่ยวได้อย่างสบาย ครบถ้วนทุกสไตล์และเหมาะกับทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะมาเป็นครั้งแรกหรือกลับมาอีกครั้ง คุนหมิงก็ยังมีมุมใหม่ ๆ ให้เราค้นพบได้เสมอค่ะ ใครที่กำลังวางแผนไปเยือนคุนหมิงก็ลองเข้ามาสอบถามข้อมูลกับทางตลาดทัวร์ของเราได้ค่ะ เรามีโปรแกรมทัวร์จีนราคาถูกสำหรับคุนหมิง ที่จัดเต็มทั้งสถานที่เที่ยว ที่กิน ที่ช้อปปิ้ง และที่พักได้แบบครบถ้วน รับประกันว่าจะเป็นหนึ่งในทริปที่ประทับใจอย่างแน่นอน