Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@taladtour

Travel License : 11/13146

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

สิ่งที่ต้องรู้ ควรเตรียมตัวเที่ยวหิมะฮาร์บินยังไง? มือใหม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

สิ่งที่ต้องรู้ ควรเตรียมตัวเที่ยวหิมะฮาร์บินยังไง? มือใหม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

26

Jan

จีน

สิ่งที่ต้องรู้ ควรเตรียมตัวเที่ยวหิมะฮาร์บินยังไง? มือใหม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

เชื่อได้ว่าการได้เห็นวิวทิวทัศน์ของหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วนั้นเป็นความฝันของใครหลายคนกันเลยค่ะ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเขตเมืองร้อนอย่างบ้านเราที่ครั้งหนึ่งก็อยากจะไปสัมผัสอากาศหนาวและโลกสีขาวที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะกันสักครั้ง ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าพอเข้าช่วงฤดูหนาวก็จะเห็นหลาย ๆ คนมีทริปทัวร์หิมะกันเต็มไปหมด ไม่ว่าจะไปทัวร์ฮาร์บิน ทัวร์หมู่บ้านหิมะ หรืออาจจะไปไกลถึงทัวร์ยุโรปหิมะกันเลย แน่นอนว่าถ้าหากแค่มองด้วยตาแต่ไม่ได้ไปสัมผัสหิมะด้วยตัวเอง ก็จะเห็นแต่ความสวยงามของหิมะขาวนุ่มฟู ซึ่งต้องบอกว่าการไปเจอกับหิมะจริง ๆ นั้นไม่ได้มีแค่ความสวยงามและโรแมนติกเพียงเท่านั้นค่ะ หากยังมาพร้อมอากาศที่หนาวจัด พื้นลื่น และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากที่คุ้นเคยแบบสุดขั้ว ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้ทริปเที่ยวหิมะของเรานั้นเต็มไปด้วยความสนุก อบอุ่น และปลอดภัย 

1.ควรตรวจเช็คสภาพอากาศและความหนาวก่อนออกเดินทาง

     ใครที่กำลังวางแผนจะไปเจอหิมะกันแบบเต็ม ๆ ก็ต้องดูกันก่อนว่าเราจะไปตะลุยกันที่ไหน อย่างเช่นถ้าหากวางแผนไปทัวร์ฮาร์บิน (Harbin) ควรตรวจเช็คสภาพอากาศและความหนาวล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง เพราะฮาร์บินได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำแข็งของจริงเลยค่ะ ด้วยความหนาวระดับติดลบจัดที่แตกต่างจากหิมะหน้าหนาวในญี่ปุ่นหรือยุโรปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเพื่อเตรียมตัวให้เหมาะกับอุณหภูมิที่หนาวจัดและสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน ควรตรวจเช็คสภาพอากาศและความหนาวก่อนออกเดินทางกันให้ดี โดยสิ่งที่ควรเช็คมีดังนี้

     1.1 อุณหภูมิจริงในช่วงเดินทาง ควรตรวจสอบอุณหภูมิในช่วงที่ตรงกับการเดินทางว่าเป็นอย่างไร อย่างเช่นการทัวร์ฮาร์บินในช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ อุณหภูมิกลางวันจะอยู่ที่ประมาณ -25°C ถึง -10°C หรือบางวันอาจต่ำกว่า -30°C และบางปีอาจหนาวจัดถึง -38°C หรือเย็นกว่านั้นอีก ถ้าหากเตรียมตัวไม่ดีมีหนาวแน่ของแท้เลยค่ะ ซึ่งการเช็คพยากรณ์อากาศล่วงหน้าจะช่วยให้เราสามารถเลือกวันเดินทาง และจัดกระเป๋าได้อย่างเหมาะสมตามสภาพอากาศในช่วงที่เดินทาง
 
     1.2 ตรวจสอบแนวโน้มของพายุหิมะและลมแรง ต้องบอกว่าเรื่องของพายุหิมะนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เคยมีข่าวสถานที่ต่าง ๆ ที่โดนพายุหิมะถล่มจนถนนปิด หลายคนต้องติดอยู่ในรถท่ามกลางหิมะกันหลายชั่วโมง ดังนั้นก่อนจะทัวร์ฤดูหนาวเพื่อสัมผัสหิมะ ก็ควรเช็คแนวโน้มของพายุหิมะและลมแรงในช่วงที่เดินทางกันด้วยค่ะ และแนะนำให้เตรียมพวกเสบียงฉุกเฉิน อุปกรณ์ฉุกเฉินเผื่อเอาไว้ด้วย 

     1.3 ตรวจเช็คเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก 
โดยปกติแล้วในฤดูหนาวจะมีช่วงกลางวันสั้นกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อแสงถ่ายรูปและกิจกรรมกลางแจ้งกันได้ ดังนั้นจึงควรเช็คก่อนไปเที่ยวด้วยว่าสถานที่ซึ่งเราจะไปนั้นมีช่วงกลางวันนานกี่ชั่วโมง จะได้วางแผนจัดตารางเวลาเที่ยวกันได้ถูกค่ะ 

2. ควรแต่งกายยังไง เวลาเราเที่ยวสัมผัสหิมะ

     การแต่งกายแบบ Layering System หรือการแต่งกายเป็นชั้น คือหัวใจสำคัญของการเที่ยวสัมผัสหิมะ เพราะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นเมื่ออยู่ข้างนอกแล้ว ยังช่วยให้เราปรับเปลี่ยนเสื้อผ้าได้สะดวกกว่าเมื่อต้องสลับไปมาระหว่างอากาศที่ติดลบภายนอกกับฮีตเตอร์อุ่น ๆ ภายในอาคาร โดยเสื้อผ้าแต่ละชั้นก็มีดังนี้ค่ะ 

     2.1 ชั้นแรก Base Layer (ชั้นสัมผัสผิว) ควรเป็นผ้าใยสังเคราะห์ (Polyester) หรือขนแกะเมอริโน (Merino Wool) เพราะแห้งไวและเก็บความร้อนได้ดี แนะนำให้ใช้เป็นเสื้อและกางเกงรัดรูป (Long Johns /Thermal) แบบ Ultra Warm หรือแบบที่บุขนด้านใน (Fleece Lined)

     2.2 ชั้นกลาง Mid Layer (ชั้นเก็บความร้อน) นิยมใช้เสื้อขนเป็ด เสื้อฟลีซ (Fleece) หรือเสื้อไหมพรมหนา ๆ ขึ้นอยู่กับระดับความหนาวค่ะ ถ้าหากเจออากาศติดลบมากก็สามารถใส่ซ้อนได้มากกว่า 1 ชั้น เช่น ใส่เสื้อฟรีซ 1 ตัว และเสื้อขนเป็ดบางอีก 1 ตัว เพื่อเพิ่มความอบอุ่น 

     2.3 ชั้นนอก Outer Layer (ชั้นกันหิมะและลม) ควรเป็นเสื้อโค้ทหรือแจ็กเก็ตที่กันลม กันน้ำ และกันหิมะได้ดี เพื่อป้องกันให้ลมเข้าน้อยที่สุด ในขณะที่ส่วนล่างแนะนำให้เป็นลองจอนแบบบุขน แล้วสวมทับด้วยกางเกงกันลมหรือกางเกงสกี ไม่แนะนำให้ใส่กางเกงยีนส์ปกติเพราะเอาไม่อยู่ค่ะ  

3. เที่ยวสัมผัสหิมะ ควรใส่รองเท้าและถุงเท้ายังไง?

     เมื่อเดินทางไปเที่ยวสัมผัสหิมะ โดยเฉพาะเมืองหนาวจัดอย่างการทัวร์ฮาร์บิน การเลือกรองเท้าและถุงเท้าเป็นอีกหัวใจสำคัญของการเที่ยวเมืองหนาวเลยค่ะ เพราะเท้าของเราคือส่วนที่สัมผัสกับพื้นน้ำแข็งและหิมะโดยตรง การเลือกรองเท้าที่กันน้ำและสามารถรักษาความอบอุ่นได้ดีจะช่วยให้เดินเที่ยวได้สบายและปลอดภัยกว่า ดังนั้นการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่จะไปเดินเที่ยวหิมะ จึงเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

     3.1 รองเท้าสำหรับลุยหิมะหนา ควรเลือกแบบหุ้มข้อหรือสูงขึ้นมาถึงหน้าแข้ง เพื่อป้องกันไม่ให้หิมะเข้ารองเท้าเวลาเดินในพื้นที่หิมะทับถมสูง ต้องเป็นวัสดุกันน้ำ 100% มีการบุขนสัตว์หรือฉนวนกันความร้อน พื้นรองเท้าควรเป็นแบบกันลื่นที่มีดอกยางลึกและหนา

    3.2 รองเท้าสำหรับการเดินในเมืองทั่วไป หากเป็นการเดินเที่ยวที่ไม่ได้ลุยหิมะหนักมาก หรือในเมืองที่กวาดหิมะแล้ว เช่นเดินเล่นสำรวจเมืองเมื่อไปทัวร์ฮาร์บิน สามารถเลือกรองเท้าแฟชั่นสวย ๆ ใส่กันได้เลยค่ะ แต่ขอให้เป็นบู๊ทหนังหรือรองเท้าผ้าใบที่กันน้ำได้ดีและพื้นหนา มีดอกยางที่มีแรงยึดเกาะสูง เนื่องจากตามถนนหนทางจะมีชั้นน้ำแข็งใสที่ลื่นมาก

    3.3 ถุงเท้าสำหรับใส่เที่ยวหิมะ แนะนำให้เลือกเป็นถุงเท้าขนแกะหรือ Merino Wool เพราะระบายอากาศได้ดีและให้ความอบอุ่นแม้ว่าจะเปียกชื้น และควรเลือกที่มีความหนาระดับ Medium ถึง Heavy Weight หรือใส่ถุงเท้า 2 ชั้นไปเลยก็ได้ค่ะ 

4.ควรดูแลผิวพรรณเมื่อท่องเที่ยวในพื้นที่หิมะ

     สภาพแวดล้อมของพื้นที่หิมะตกคืออากาศแห้งจัดและมีลมแรง ทำให้ความชื้นในชั้นผิวถูกดึงออกไปอย่างรวดเร็ว เกิดอาการผิวลอก แห้ง คัน บางคนอาจผิวอักเสบแดงกันได้เลย ดังนั้นการดูแลผิวในพื้นที่หิมะจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม หากแต่เป็นเรื่องของการสร้างเกราะป้องกันให้กับผิวเพื่อป้องกันอากาศหนาวที่ทำร้ายผิว การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูงที่เน้นการสร้างเกราะกักเก็บความชื้นจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากที่สุด เพื่อปกป้องให้ผิวยังคงชุ่มชื้นไม่หวั่นแม้ต้องเจอหิมะกันค่ะ   

     4.1. ครีมทาผิว เลือกเป็นครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นหรือแบบบอดี้บัตเตอร์ (Body Butter) ที่มีส่วนผสมของ Ceramide, Shea Butter หรือ Cocoa Butter เพื่อสร้างเกราะป้องกันผิว ควรทาหลังอาบน้ำและก่อนออกไปข้างนอกและควรทาซ้ำก่อนนอน และทาเยอะ ๆ ตรงบริเวณที่ผิวแห้งง่าย

     4.2. ครีมทาหน้า เลือกใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่เน้นความชุ่มชื้นสูง (Intensive Moisturizing) ที่มีเนื้อครีมเข้มข้นกว่าปกติ และใช้ Face Oil ทาในตอนกลางคืนหากผิวแห้งมาก และที่สำคัญคือต้องครีมกันแดดร่วมด้วยค่ะ เพราะหิมะสามารถสะท้อนรังสี UV ทำให้หน้าไหม้แดดได้ 

     4.3. ลิปบาล์ม ริมฝีปากเป็นจุดที่แห้งและแตกได้ง่ายจึงควรพกลิปบาล์มติดตัวไปด้วยตลอดเวลา แนะนำให้เลือกสูตรที่ให้ความชุ่มชื้นสูงและมีส่วนผสมของ Petroleum Jelly หรือ Beeswax และควรทาซ้ำบ่อย ๆ ระหว่างวันทุก 1-2 ชั่วโมง

5.ควรพกอุปกรณ์อะไรไปบ้างเมื่อเที่ยวพื้นที่หิมะ

     นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นแล้ว อุปกรณ์เสริมกันหนาวก็ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ให้เราสามารถเที่ยวสัมผัสหิมะได้อย่างราบรื่น ซึ่งอุปกรณ์เสริมเหล่านี้มักถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสร้างความอบอุ่นและปกป้องในส่วนที่เสื้อผ้าหลักอาจเข้าไม่ถึง เช่น ใบหน้า ใบหู หรือปลายนิ้ว ซึ่งเป็นส่วนที่เสี่ยงต่อสภาวะหิมะกัด (Frostbite) ได้ง่ายที่สุดนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยลดแสงสะท้อนของหิมะที่เป็นอันตรายต่อดวงตาอีกด้วย โดยอุปกรณ์เสริมที่ควรพกไปก็มีดังนี้   
 
     5.1. แผ่นร้อน อุปกรณ์ยอดฮิตสำหรับการเที่ยวหิมะ เพียงแค่เขย่าก็ให้ความร้อน โดยสามารถแปะไว้ที่เสื้อด้านใน กระเป๋าเสื้อ ใส่ในรองเท้า หรือถือไว้ในมือก็ได้ แต่อย่าแปะที่ผิวโดยตรงเพราะอาจจะโดนลวกได้ไม่รู้ตัวค่ะ  

     5.2. ที่ปิดหูกันหนาว ใบหูเป็นส่วนที่บางและไม่มีไขมันจึงไวต่ออากาศหนาวมาก การมีที่ปิดหูแบบบุขนสามารถช่วยลดอาการปวดและชาของหูจากลมเย็นได้ดี

     5.3. แว่นตากันหิมะหรือแว่นกันแดด แสงแดดที่สะท้อนกับหิมะสีขาวนั้นมีความเข้มข้นสูงและอันตรายกว่าที่คิดค่ะ ควรสวมแว่นตากันหิมะ (Goggles) หรือแว่นกันแดดเพื่อปกป้องดวงตา โดยเฉพาะเวลาอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง เวลานั่งรถ รวมไปถึงการอยู่ท่ามกลางหิมะเป็นเวลานาน 

     5.4. ผ้าพันคอแบบมีหมวกหรือฮู้ด หรือที่เรียกว่า Hooded Scarf เป็นผ้าพันคอที่ออกแบบให้คลุมได้ทั้งคอและศีรษะ บางรุ่นสามารถดึงขึ้นมาปิดถึงจมูกได้เลย ไอเทมนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ลมหนาวพัดเข้าคอและหน้า เหมาะมากสำหรับใช้ในอากาศหนาวจัดอย่างเช่นการไปทัวร์ฮาร์บินค่ะ 

     5.5. ถุงมืออุ่น และถุงมือสกี ควรพกถุงมือกันหนาวไปอย่างน้อย 1 คู่ แบบที่สามารถทัชสกรีนหน้าจอได้โดยไม่ต้องถอดถุงมือ และถ้าหากมีการเล่นหิมะหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องมีถุงมือสกีแบบกันน้ำ 100% อีกคู่เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นจากหิมะซึมเข้ามือ

     5.6. หมวกกันหนาวแบบปิดหู การใส่หมวกกันหนาวที่คลุมถึงหูสามารถช่วยปกป้องศีรษะ ใบหู และคางจากความหนาวเย็นได้ดี หรือถ้าไปทัวร์ฮาร์บินอาจเลือกเป็นหมวกทรงนักบินที่มีเฟอร์บุหนา มีแผ่นปิดแก้มและคางก็จะช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นได้มากยิ่งขึ้น 

6.ของใช้จำเป็นอื่นๆ ที่ควรพกเมื่อเดินทางไปเที่ยวพื้นที่หิมะ

     นอกจากเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์เสริมในข้างต้นแล้ว อย่ามองข้ามของใช้จิปาถะอื่น ๆ กันด้วยค่ะ เพราะของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูไม่สำคัญพวกนี้ อาจกลายเป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่เข้ามาทำให้การเที่ยวหิมะเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะในที่ที่มีสภาพอากาศแปรปรวน มีหิมะตกหนัก พื้นถนนลื่น ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การเที่ยวไม่สะดุดแล้ว ยังช่วยปกป้องทั้งทรัพย์สินและตัวคุณเองจากสถานการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยตัวช่วยลับหรือของใช้จำเป็นอื่น ๆ ที่ควรพกเมื่อเดินทางไปเที่ยวพื้นที่หิมะก็มีดังนี้

     6.1 ร่มเอาไว้เผื่อกันหิมะตกหนัก แม้ว่าเสื้อชั้นนอกจะกันน้ำได้ แต่ถ้ามีหิมะตกหนักมาก ร่มจะช่วยกันหิมะไม่ให้ตกใส่ศีรษะและเสื้อผ้าโดยตรง แนะนำให้เลือกร่มที่มีความแข็งแรงทนทานต่อลมแรงได้ดี

     6.2 เหล็กใส่ใต้รองเท้ากันลื่น ตัวช่วยสำคัญในการเดินบนพื้นน้ำแข็งหรือหิมะที่ลื่นมาก เหล็กกันลื่นจะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะทำให้เดินได้มั่นคงมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการลื่นล้ม โดยเฉพาะการทัวร์ฮาร์บินที่พื้นถนนหลายจุดจะเป็นน้ำแข็งใส (Black Ice) ที่ลื่นกว่าปกติมาก

     6.3 ซองกันน้ำหรือถุงซิปล็อก ไอเทมพื้น ๆ แต่ช่วยเซฟพวกมือถือ กล้อง เอกสารสำคัญ หรือแบตเตอรี่สำรองจากความชื้นและหิมะละลายได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ซองกันน้ำจะช่วยป้องกันความชื้นเข้าสู่แผงวงจร สามารถช่วยลดความเสียหายจากน้ำได้ 

7. ข้อควรระวัง ข้อควรปฏิบัติ และหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ เวลาเที่ยวพื้นที่หิมะ

     การเที่ยวท่ามกลางหิมะอาจเป็นอะไรที่ดูสนุกสนานและสวยงามโรแมนติค แต่ภายใต้ความสวยงามนั้นซ่อนไว้ด้วยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเรียนรู้ข้อควรระวัง ข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องในสภาพอากาศหนาวเย็นแบบติดลบเยอะ ๆ อย่างการทัวร์ฮาร์บินในช่วงฤดูหนาวจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งการปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดจะสามารถป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ทำให้ทริปเที่ยวหิมะนั้นปลอดภัยและเต็มไปด้วยความสนุกสนานน่าประทับใจค่ะ 

     7.1 เดินอย่างระมัดระวังบนพื้นหิมะลื่น ควรเดินช้า ๆ ก้าวสั้น ๆ ทิ้งน้ำหนักลงที่เท้าหน้าเต็มฝ่าเท้าไม่ลงส้นเท้า หลีกเลี่ยงการเดินบนพื้นน้ำแข็งมันวาวเพราะเป็นจุดที่ลื่นมาก และเวลาเดินไม่ควรเอามือซุกกระเป๋าเสื้อ เพราะหากเสียหลักล้มจะดึงมือออกมาจับหรือยันพื้นไม่ทันเอาค่ะ 

     7.2 เชื่อฟังคำแนะนำของไกด์ และหัวหน้าทัวร์ ไกด์และหัวหน้าทัวร์จะทราบโซนที่ปลอดภัย มีความชำนาญพื้นที่ และทราบสภาพอากาศในช่วงนั้น ๆ ได้ดีที่สุด เช่น การเที่ยวบนทะเลสาบ ต้องมั่นใจก่อนว่าน้ำแข็งนั้นหนามากพอที่จะเดินเล่นได้ ดังนั้นถ้าไกด์มีการเตือนอะไรมาก็ให้ฟังและปฏิบัติตามค่ะ ที่สำคัญคือห้ามเดินแยกออกจากกลุ่มไปยังบริเวณที่ไม่มีรอยเท้าอยู่เด็ดขาด

     7.3 หลีกเลี่ยงการวิ่งบนพื้นน้ำแข็ง พื้นน้ำแข็งคือลื่นสุด ๆ ค่ะ ดังนั้นการวิ่งหรือรีบเดินจะทำให้เสียการทรงตัวได้ง่ายและมีโอกาสลื่นล้มได้สูงมาก ๆ ซึ่งการล้มบนพื้นน้ำแข็งจะคล้ายกับการล้มบนพื้นแข็งอย่างคอนกรีตกันเลยค่ะ ซึ่งอาจทำให้กระดูกแตกหักหรือบาดเจ็บรุนแรงได้

     7.4 ไม่ควรสัมผัสหิมะด้วยมือเปล่านาน ๆ การจับหิมะด้วยมือเปล่านาน ๆ อาจทำให้เกิดภาวะหิมะกัด (Frostbite) จนเนื้อเยื่อได้รับความเสียหาย ดังนั้นจึงไม่ควรจับหิมะด้วยมือเปล่านานเกินไป และควรใส่ถุงมือทุกครั้งที่เล่นหิมะหรืออยู่กลางแจ้ง  

     7.5 ไม่ควรรับประทานหิมะ หลายคนคงอยากทำคอนเทนต์แนว ๆ ราดน้ำหวานบนหิมะแล้วกินเหมือนน้ำแข็งใสกันสักครั้งใช่มั้ยคะ แต่บอกเลยค่ะว่าอย่าหาทำเด็ดขาด เพราะถึงแม้หิมะจะดูขาวสะอาด แต่จริง ๆ เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและสิ่งปนเปื้อน นอกจากนี้การกินหิมะอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงฮวบฮาบ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเลยค่ะ